‹ กลับ
อนุบัญญัติ เรื่องพระฉัพพัคคีย์
เล่ม ๑ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๑ (ปาราชิก–นิสสัคคิยปาจิตตีย์) · ข้อ 180 · วิ.มหา.๑. ๑/๗๕๕๘ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๘๐] ก็โดยสมัยนั้นแล อุบาสกคนหนึ่งเป็นไข้ ภริยาของเขาเป็นคนสวย น่าเอ็นดู น่าชม พวกพระฉัพพัคคีย์มีจิตปฏิพัทธ์ในหญิงนั้นจึงดำริขึ้นว่า ถ้าอุบาสกสามียังมีชีวิตอยู่ พวก เราจักไม่ได้นาง ผิฉะนั้น พวกเราจักพรรณนาคุณแห่งความตายแก่อุบาสกนั้น ครั้นดำริฉะนี้แล้ว จึงเข้าไปหาอุบาสกนั้นกล่าวอย่างนี้ว่า ดูกรอุบาสก ท่านเป็นผู้ทำความดีไว้แล้ว ทำกุศลไว้แล้ว ทำความต้านทานต่อความขลาดไว้แล้ว มิได้ทำบาป มิได้ทำความชั่ว มิได้ทำความเสียหาย ทำแต่ ความดี ไม่ได้ทำบาป จะประโยชน์อะไรแก่ท่านด้วยชีวิตอันแสนลำบากยากแค้นนี้ ท่านตาย เสียดีกว่าเป็นอยู่ ตายจากโลกนี้แล้ว เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก ท่านจักเข้าถึงสุคติโลก สวรรค์ จักได้รับบำเรอเพรียบพร้อมอิ่มเอิบด้วยเบญจกามคุณอันเป็นทิพย์ ในสุคติโลกสวรรค์นั้น ครั้งนั้น อุบาสกนั้นเห็นจริงว่า ท่านพูดจริง เพราะเราทำความดีไว้แล้ว ทำกุศลไว้แล้ว ทำความต้านทานต่อความขลาดไว้แล้ว มิได้ทำบาป มิได้ทำความชั่ว มิได้ทำความเสียหาย เรา- *ทำแต่ความดี เรามิได้ทำความชั่ว จะประโยชน์อะไรแก่เรา ด้วยชีวิตอันแสนลำบากยากแค้นนี้ เราตายเสียดีกว่าเป็นอยู่ ตายจากโลกนี้ แล้วเบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก เราจักเข้าถึงสุคติ โลกสวรรค์ จักได้รับบำเรอเพรียบพร้อมอิ่มเอิบด้วยเบญจกามคุณอันเป็นทิพย์ ในสุคติโลก- *สวรรค์นั้น ดังนี้แล้ว เขาจึงประทานโภชนะที่แสลง เคี้ยวขาทนียะที่แสลง ลิ้มสายนียะที่แสลง และดื่มปานะที่แสลง เมื่อเป็นเช่นนั้น ความป่วยหนักก็เกิดขึ้น เขาถึงแก่กรรมเพราะป่วยไข้นั้น- *เอง ภริยาของเขาจึงเพ่งโทษว่า พระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตรเหล่านี้ เป็นผู้ไม่ละอาย ทุศีล พูดเท็จ แท้จริงพระสมณะเหล่านี้ ยังปฏิญาณตนว่า เป็นผู้ประพฤติธรรม ประพฤติสงบ ประ- *พฤติพรหมจรรย์ กล่าวคำสัตย์ มีศีล มีกัลยาณธรรม ติเตียนว่า ความเป็นสมณะย่อมไม่มีแก่ พระสมณะเหล่านี้ ความเป็นพราหมณ์ ของพระสมณะเหล่านี้ หามีไม่ ความเป็นสมณะ ความ เป็นพราหมณ์ของสมณะเหล่านี้ พินาศแล้ว ความเป็นสมณะ ความเป็นพราหมณ์ ของพระสมณะ เหล่านี้ จะมีแต่ไหน และโพนทะนาว่า พระสมณะเหล่านี้ ปราศจากความเป็นสมณะ ปราศจาก ความเป็นพราหมณ์เสียแล้ว เพราะสมณะเหล่านี้ ได้พรรณนาคุณแห่งความตายแก่สามีของเรา สามีของเราถูกพระสมณะเหล่านี้ทำให้ตายแล้ว แม้คนเหล่าอื่นก็เพ่งโทษว่า พระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตรเหล่านี้ เป็นผู้ไม่ละอาย ทุศีลพูดเท็จ แท้จริง พระสมณะเหล่านี้ ยังปฏิญาณตนว่า เป็นผู้ประพฤติธรรม ประพฤติสงบ ประพฤติพรหมจรรย์ กล่าวคำสัตย์ มีศีล มีกัลยาณธรรม ติเตียนว่า ความเป็นสมณะ ความเป็น พราหมณ์ ของสมณะเหล่านี้ หามีไม่ ความเป็นสมณะ ความเป็นพราหมณ์ ของพระสมณะ- *เหล่านี้ พินาศแล้ว ความเป็นสมณะ ความเป็นพราหมณ์ ของพระสมณะเหล่านี้ จะมีแต่ไหน และโพนทะนาว่า พระสมณะเหล่านี้ ปราศจากความเป็นสมณะ ปราศจากความเป็นพราหมณ์- *เสียแล้ว เพราะพระสมณะเหล่านี้ พรรณนาคุณแห่งความตายแก่อุบาสกๆ ถูกพระสมณะเหล่า นี้ทำให้ตายแล้ว ดังนี้ ภิกษุทั้งหลาย ได้ยินคนเหล่านั้นเพ่งโทษติเตียนโพนทะนาอยู่ จำพวกที่มีความมักน้อย สันโดษ มีความละอาย มีความรังเกียจ เป็นผู้ใคร่ต่อสิกขา ต่างก็เพ่งโทษติเตียนโพนทะนาว่า ไฉนพระฉัพพัคคีย์ จึงได้พรรณนาคุณแห่งความตายแก่อุบาสกเล่า แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระ ผู้มีพระภาค ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมภิกษุสงฆ์ ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ใน- *เพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วทรงสอบถามพระฉัพพัคคีย์เหล่านั้นว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า พวกเธอพรรณนาคุณแห่งความตายแก่อุบาสกจริงหรือ? พระฉัพพัคคีย์ทูลรับว่า จริง ข้าพระพุทธเจ้า. พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษทั้งหลาย การกระทำของพวกเธอนั่น ไม่เหมาะ ไม่สม ไม่ควร ไม่ใช่กิจของสมณะ ใช้ไม่ได้ ไม่ควรทำ ไฉนพวกเธอจึงได้พรรณนา คุณแห่งความตายแก่อุบาสกเล่า ดูกรโมฆบุรุษทั้งหลาย การกระทำของพวกเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อ ความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว โดย ที่แท้ การกระทำของพวกเธอนั่น เป็นไปเพื่อความไม่เลื่อมใสของผู้ที่ยังไม่เลื่อมใส และเพื่อ- *ความเป็นอย่างอื่นของคนบางพวกที่เลื่อมใสแล้ว ครั้นพระผู้มีพระภาคทรงติเตียนพระฉัพพัคคีย์ เหล่านั้นโดยอเนกปริยายแล้ว ตรัสโทษแห่งความเป็นคนเลี้ยงยาก ความเป็นคนบำรุงยาก ความ เป็นคนมักมาก ความเป็นคนไม่สันโดษ ความคลุกคลี ความเกียจคร้าน ตรัสคุณแห่งความเป็น คนเลี้ยงง่าย ความเป็นคนบำรุงง่าย ความมักน้อย ความสันโดษ ความขัดเกลา ความกำจัด อาการที่น่าเลื่อมใส การไม่สะสม การปรารภความเพียรโดยอเนกปริยาย ทรงแสดงธรรมีกถาที่ สมควรแก่เรื่องนั้น ที่เหมาะสมแก่เรื่องนั้นแก่ภิกษุทั้งหลาย แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล เราจักบัญญัติสิกขาบทแก่ภิกษุทั้งหลาย อาศัยอำนาจ ประโยชน์ ๑๐ ประการ คือเพื่อความรับว่าดีแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อความสำราญแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อข่มบุคคล ผู้เก้อยาก ๑ เพื่ออยู่สำราญแห่งภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก ๑ เพื่อป้องกันอาสวะอันจะบังเกิดในปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัดอาสวะอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ เพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ๑ เพื่อความ เลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ๑ เพื่อความตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม ๑ เพื่อถือตามพระวินัย ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้;- ๓. อนึ่ง ภิกษุใดจงใจพรากกายมนุษย์จากชีวิต หรือแสวงหาศัสตราอันจะ ปลิดชีวิตให้แก่กายมนุษย์นั้น หรือพรรณนาคุณแห่งความตาย หรือชักชวนเพื่ออันตาย ด้วยคำว่า แน่ะนายผู้เป็นชาย จะประโยชน์อะไรแก่ท่าน ด้วยชีวิตอันแสนลำบาก ยากแค้นนี้ ท่านตายเสียดีกว่าเป็นอยู่ดังนี้ เธอมีจิตอย่างนี้ มีใจอย่างนี้ มีความหมาย หลายอย่าง อย่างนี้ พรรณนาคุณในความตายก็ดี ชักชวนเพื่ออันตายก็ดี โดยหลายนัย แม้ภิกษุนี้ก็เป็นปาราชิก หาสังวาสมิได้.
เทียบรายประโยค (52 ประโยค) คำแปลไทย: 🤖 52
pj3:2.1 #
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร อุปาสโก คิลาโน โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena aññataro upāsako gilāno hoti.
ก็โดยสมัยนั้นแล อุบาสกคนหนึ่งเป็นไข้🤖 AI จับคู่
อ้างอิงสยามรัฐ 1.135 · ฉัฏฐสังคายนา 87.85
pj3:2.2 #
ตสฺส ปชาปตี อภิรูปา โหติ ทสฺสนียา ปาสาทิกา ฯ✎ ร่าง
Tassa pajāpati abhirūpā hoti dassanīyā pāsādikā.
ภริยาของเขาเป็นคนสวย น่าเอ็นดู น่าชม🤖 AI จับคู่
pj3:2.3 #
ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู ตสฺสา อิตฺถิยา ปฏิพทฺธจิตฺตา โหนฺติ ฯ✎ ร่าง
Chabbaggiyā bhikkhū tassā itthiyā paṭibaddhacittā honti.
พวกพระฉัพพัคคีย์มีจิตปฏิพัทธ์ในหญิงนั้น🤖 AI จับคู่
pj3:2.4 #
อถโข ฉพฺพคฺคิยานํ ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ✎ ร่าง
Atha kho chabbaggiyānaṁ bhikkhūnaṁ etadahosi—
จึงดำริขึ้นว่า🤖 AI จับคู่
pj3:2.5 #
สเจ โข โส อาวุโส อุปาสโก ชีวิสฺสติ น มยํ ตํ อิตฺถึ ลภิสฺสาม✎ ร่าง
“sace kho so, āvuso, upāsako jīvissati na mayaṁ taṁ itthiṁ labhissāma.
ถ้าอุบาสกสามียังมีชีวิตอยู่ พวกเราจักไม่ได้นาง🤖 AI จับคู่
pj3:2.6 #
หนฺท มยํ อาวุโส ตสฺส อุปาสกสฺส มรณวณฺณํ สํวณฺเณมาติ ฯ✎ ร่าง
Handa mayaṁ, āvuso, tassa upāsakassa maraṇavaṇṇaṁ saṁvaṇṇemā”ti.
ผิฉะนั้น พวกเราจักพรรณนาคุณแห่งความตายแก่อุบาสกนั้น🤖 AI จับคู่
อ้างอิงPTS 3.72
pj3:2.7 #
อถโข ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู เยน โส อุปาสโก เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา ตํ อุปาสกํ เอตทโวจุํ✎ ร่าง
Atha kho chabbaggiyā bhikkhū yena so upāsako tenupasaṅkamiṁsu; upasaṅkamitvā taṁ upāsakaṁ etadavocuṁ—
ครั้นดำริฉะนี้แล้ว จึงเข้าไปหาอุบาสกนั้นกล่าวอย่างนี้ว่า🤖 AI จับคู่
pj3:2.8 #
ตฺวํ โขสิ อุปาสก กตกลฺยาโณ กตกุสโล กตภีรุตฺตาโณ อกตปาโป อกตลุทฺโธ อกตกิพฺพิโส✎ ร่าง
“tvaṁ khosi, upāsaka, katakalyāṇo katakusalo katabhīruttāṇo akatapāpo akataluddo akatakibbiso.
ดูกรอุบาสก ท่านเป็นผู้ทำความดีไว้แล้ว ทำกุศลไว้แล้ว ทำความต้านทานต่อความขลาดไว้แล้ว มิได้ทำบาป มิได้ทำความชั่ว มิได้ทำความเสียหาย🤖 AI จับคู่
pj3:2.9 #
กตํ ตยา กลฺยาณํ อกตํ ตยา ปาปํ✎ ร่าง
Kataṁ tayā kalyāṇaṁ, akataṁ tayā pāpaṁ.
ทำแต่ความดี ไม่ได้ทำบาป🤖 AI จับคู่
pj3:2.10 #
กึ ตุยฺหิมินา ปาปเกน ทุชฺชีวิเตน✎ ร่าง
Kiṁ tuyhiminā pāpakena dujjīvitena.
จะประโยชน์อะไรแก่ท่านด้วยชีวิตอันแสนลำบากยากแค้นนี้🤖 AI จับคู่
pj3:2.11 #
มตนฺเต ชีวิตา เสยฺโย✎ ร่าง
Mataṁ te jīvitā seyyo.
ท่านตายเสียดีกว่าเป็นอยู่🤖 AI จับคู่
pj3:2.12 #
อิโต ตฺวํ กาลกโต กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชิสฺสสิ✎ ร่าง
Ito tvaṁ kālaṅkato kāyassa bhedā paraṁ maraṇā sugatiṁ saggaṁ lokaṁ upapajjissasi.
ตายจากโลกนี้แล้ว เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก ท่านจักเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์🤖 AI จับคู่
pj3:2.13 #
ตตฺถ ทิพฺเพหิ ปญฺจหิ กามคุเณหิ สมปฺปิโต สมงฺคิภูโต ปริจาเรสฺสสีติ ฯ✎ ร่าง
Tattha dibbehi pañcahi kāmaguṇehi samappito samaṅgībhūto paricāressasī”ti.
จักได้รับบำเรอเพรียบพร้อมอิ่มเอิบด้วยเบญจกามคุณอันเป็นทิพย์ ในสุคติโลกสวรรค์นั้น🤖 AI จับคู่
pj3:2.14 #
อถโข โส อุปาสโก✎ ร่าง
Atha kho so upāsako—
ครั้งนั้น อุบาสกนั้นเห็นจริงว่า🤖 AI จับคู่
อ้างอิงสยามรัฐ 1.136 · พุทธชยันตี 1.160
pj3:2.15 #
สจฺจํ โข อยฺยา อาหํสุ✎ ร่าง
“saccaṁ kho ayyā āhaṁsu.
ท่านพูดจริง🤖 AI จับคู่
pj3:2.16 #
อหญฺหิ กตกลฺยาโณ กตกุสโล กตภีรุตฺตาโณ อกตปาโป อกตลุทฺโธ อกตกิพฺพิโส✎ ร่าง
Ahañhi katakalyāṇo katakusalo katabhīruttāṇo akatapāpo akataluddo akatakibbiso.
เพราะเราทำความดีไว้แล้ว ทำกุศลไว้แล้ว ทำความต้านทานต่อความขลาดไว้แล้ว มิได้ทำบาป มิได้ทำความชั่ว มิได้ทำความเสียหาย🤖 AI จับคู่
pj3:2.17 #
กตํ มยา กลฺยาณํ อกตํ มยา ปาปํ✎ ร่าง
Kataṁ mayā kalyāṇaṁ, akataṁ mayā pāpaṁ.
เราทำแต่ความดี เรามิได้ทำความชั่ว🤖 AI จับคู่
pj3:2.18 #
กึ มยฺหิมินา ปาปเกน ทุชฺชีวิเตน✎ ร่าง
Kiṁ mayhiminā pāpakena dujjīvitena.
จะประโยชน์อะไรแก่เรา ด้วยชีวิตอันแสนลำบากยากแค้นนี้🤖 AI จับคู่
pj3:2.19 #
มตํ เม ชีวิตา เสยฺโย✎ ร่าง
Mataṁ me jīvitā seyyo.
เราตายเสียดีกว่าเป็นอยู่🤖 AI จับคู่
pj3:2.20 #
อิโต อหํ กาลกโต กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชิสฺสามิ✎ ร่าง
Ito ahaṁ kālaṅkato kāyassa bhedā paraṁ maraṇā sugatiṁ saggaṁ lokaṁ upapajjissāmi.
ตายจากโลกนี้ แล้วเบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก เราจักเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์🤖 AI จับคู่
pj3:2.21 #
ตตฺถ ทิพฺเพหิ ปญฺจหิ กามคุเณหิ สมปฺปิโต สมงฺคิภูโต ปริจาเรสฺสามีติ ฯ✎ ร่าง
Tattha dibbehi pañcahi kāmaguṇehi samappito samaṅgībhūto paricāressāmī”ti,
จักได้รับบำเรอเพรียบพร้อมอิ่มเอิบด้วยเบญจกามคุณอันเป็นทิพย์ ในสุคติโลกสวรรค์นั้น ดังนี้แล้ว🤖 AI จับคู่
pj3:2.22 #
โส อสปฺปายานิ เจว โภชนานิ ภุญฺชิ อสปฺปายานิ จ ขาทนียานิ ขาทิ อสปฺปายานิ จ สายนียานิ สายิ อสปฺปายานิ จ ปานานิ ปิวิ ฯ✎ ร่าง
so asappāyāni ceva bhojanāni bhuñji asappāyāni ca khādanīyāni khādi asappāyāni ca sāyanīyāni sāyi asappāyāni ca pānāni pivi.
เขาจึงประทานโภชนะที่แสลง เคี้ยวขาทนียะที่แสลง ลิ้มสายนียะที่แสลง และดื่มปานะที่แสลง🤖 AI จับคู่
pj3:2.23 #
ตสฺส อสปฺปายานิ เจว โภชนานิ ภุญฺชโต อสปฺปายานิ จ ขาทนียานิ ขาทโต อสปฺปายานิ จ สายนียานิ สายโต อสปฺปายานิ จ ปานานิ ปิวโต ขโร อาพาโธ อุปฺปชฺชิ ฯ✎ ร่าง
Tassa asappāyāni ceva bhojanāni bhuñjato asappāyāni ca khādanīyāni khādato asappāyāni ca sāyanīyāni sāyato asappāyāni ca pānāni pivato kharo ābādho uppajji.
เมื่อเป็นเช่นนั้น ความป่วยหนักก็เกิดขึ้น🤖 AI จับคู่
pj3:2.24 #
โส เตเนว อาพาเธน กาลมกาสิ ฯ✎ ร่าง
So teneva ābādhena kālamakāsi.
เขาถึงแก่กรรมเพราะป่วยไข้นั้นเอง🤖 AI จับคู่
pj3:2.25 #
ตสฺส ปชาปตี อุชฺฌายติ ขียติ วิปาเจติ✎ ร่าง
Tassa pajāpati ujjhāyati khiyyati vipāceti—
ภริยาของเขาจึงเพ่งโทษว่า🤖 AI จับคู่
pj3:2.26 #
อลชฺชิโน อิเม สมณา สกฺยปุตฺติยา ทุสฺสีลา มุสาวาทิโน✎ ร่าง
“alajjino ime samaṇā sakyaputtiyā dussīlā musāvādino.
พระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตรเหล่านี้ เป็นผู้ไม่ละอาย ทุศีล พูดเท็จ🤖 AI จับคู่
pj3:2.27 #
อิเม หิ นาม ธมฺมจาริโน สมจาริโน พฺรหฺมจาริโน สจฺจวาทิโน สีลวนฺโต กลฺยาณธมฺมา ปฏิชานิสฺสนฺติ✎ ร่าง
Ime hi nāma dhammacārino samacārino brahmacārino saccavādino sīlavanto kalyāṇadhammā paṭijānissanti.
แท้จริงพระสมณะเหล่านี้ ยังปฏิญาณตนว่า เป็นผู้ประพฤติธรรม ประพฤติสงบ ประพฤติพรหมจรรย์ กล่าวคำสัตย์ มีศีล มีกัลยาณธรรม🤖 AI จับคู่
pj3:2.28 #
นตฺถิ อิเมสํ สามญฺญํ นตฺถิ อิเมสํ พฺรหฺมญฺญํ✎ ร่าง
Natthi imesaṁ sāmaññaṁ natthi imesaṁ brahmaññaṁ,
ติเตียนว่า ความเป็นสมณะย่อมไม่มีแก่พระสมณะเหล่านี้ ความเป็นพราหมณ์ ของพระสมณะเหล่านี้ หามีไม่🤖 AI จับคู่
pj3:2.29 #
นฏฺฐํ อิเมสํ สามญฺญํ นฏฺฐํ อิเมสํ พฺรหฺมญฺญํ กุโต อิเมสํ สามญฺญํ กุโต อิเมสํ พฺรหฺมญฺญํ อปคตา อิเม สามญฺญา อปคตา อิเม พฺรหฺมญฺญา✎ ร่าง
naṭṭhaṁ imesaṁ sāmaññaṁ naṭṭhaṁ imesaṁ brahmaññaṁ, kuto imesaṁ sāmaññaṁ kuto imesaṁ brahmaññaṁ, apagatā ime sāmaññā apagatā ime brahmaññā.
ความเป็นสมณะ ความเป็นพราหมณ์ของสมณะเหล่านี้ พินาศแล้ว ความเป็นสมณะ ความเป็นพราหมณ์ ของพระสมณะเหล่านี้ จะมีแต่ไหน และโพนทะนาว่า พระสมณะเหล่านี้ ปราศจากความเป็นสมณะ ปราศจากความเป็นพราหมณ์เสียแล้ว🤖 AI จับคู่
pj3:2.30 #
อิเม เม สามิกสฺส มรณวณฺณํ สํวณฺเณสุํ✎ ร่าง
Ime me sāmikassa maraṇavaṇṇaṁ saṁvaṇṇesuṁ.
เพราะสมณะเหล่านี้ ได้พรรณนาคุณแห่งความตายแก่สามีของเรา🤖 AI จับคู่
pj3:2.31 #
อิเมหิ เม สามิโก มาริโตติ ฯ✎ ร่าง
Imehi me sāmiko mārito”ti.
สามีของเราถูกพระสมณะเหล่านี้ทำให้ตายแล้ว🤖 AI จับคู่
pj3:2.32 #
อญฺเญปิ มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Aññepi manussā ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
แม้คนเหล่าอื่นก็เพ่งโทษว่า🤖 AI จับคู่
pj3:2.33 #
อลชฺชิโน อิเม สมณา สกฺยปุตฺติยา ทุสฺสีลา มุสาวาทิโน✎ ร่าง
“alajjino ime samaṇā sakyaputtiyā dussīlā musāvādino.
พระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตรเหล่านี้ เป็นผู้ไม่ละอาย ทุศีลพูดเท็จ🤖 AI จับคู่
pj3:2.34 #
อิเม หิ นาม ธมฺมจาริโน สมจาริโน พฺรหฺมจาริโน สจฺจวาทิโน สีลวนฺโต กลฺยาณธมฺมา ปฏิชานิสฺสนฺติ✎ ร่าง
Ime hi nāma dhammacārino samacārino brahmacārino saccavādino sīlavanto kalyāṇadhammā paṭijānissanti.
แท้จริง พระสมณะเหล่านี้ ยังปฏิญาณตนว่า เป็นผู้ประพฤติธรรม ประพฤติสงบ ประพฤติพรหมจรรย์ กล่าวคำสัตย์ มีศีล มีกัลยาณธรรม🤖 AI จับคู่
pj3:2.35 #
นตฺถิ อิเมสํ สามญฺญํ นตฺถิ อิเมสํ พฺรหฺมญฺญํ นฏฺฐํ อิเมสํ สามญฺญํ นฏฺฐํ อิเมสํ พฺรหฺมญฺญํ กุโต อิเมสํ สามญฺญํ กุโต อิเมสํ พฺรหฺมญฺญํ อปคตา อิเม สามญฺญา อปคตา อิเม พฺรหฺมญฺญา✎ ร่าง
Natthi imesaṁ sāmaññaṁ natthi imesaṁ brahmaññaṁ, naṭṭhaṁ imesaṁ sāmaññaṁ naṭṭhaṁ imesaṁ brahmaññaṁ, kuto imesaṁ sāmaññaṁ kuto imesaṁ brahmaññaṁ, apagatā ime sāmaññā apagatā ime brahmaññā.
ติเตียนว่า ความเป็นสมณะ ความเป็นพราหมณ์ ของสมณะเหล่านี้ หามีไม่ ความเป็นสมณะ ความเป็นพราหมณ์ ของพระสมณะเหล่านี้ พินาศแล้ว ความเป็นสมณะ ความเป็นพราหมณ์ ของพระสมณะเหล่านี้ จะมีแต่ไหน และโพนทะนาว่า พระสมณะเหล่านี้ ปราศจากความเป็นสมณะ ปราศจากความเป็นพราหมณ์เสียแล้ว🤖 AI จับคู่
pj3:2.36 #
อิเม อุปาสกสฺส มรณวณฺณํ สํวณฺเณสุํ✎ ร่าง
Ime upāsakassa maraṇavaṇṇaṁ saṁvaṇṇesuṁ.
เพราะพระสมณะเหล่านี้ พรรณนาคุณแห่งความตายแก่อุบาสก🤖 AI จับคู่
pj3:2.37 #
อิเมหิ อุปาสโก มาริโตติ ฯ✎ ร่าง
Imehi upāsako mārito”ti.
ถูกพระสมณะเหล่านี้ทำให้ตายแล้ว🤖 AI จับคู่
pj3:2.38 #
อสฺโสสุํ โข ภิกฺขู เตสํ มนุสฺสานํ อุชฺฌายนฺตานํ ขียนฺตานํ วิปาเจนฺตานํ ฯ✎ ร่าง
Assosuṁ kho bhikkhū tesaṁ manussānaṁ ujjhāyantānaṁ khiyyantānaṁ vipācentānaṁ.
ภิกษุทั้งหลาย ได้ยินคนเหล่านั้นเพ่งโทษติเตียนโพนทะนาอยู่🤖 AI จับคู่
pj3:2.39 #
เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Ye te bhikkhū appicchā …pe… te ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
จำพวกที่มีความมักน้อย สันโดษ มีความละอาย มีความรังเกียจ เป็นผู้ใคร่ต่อสิกขา ต่างก็เพ่งโทษติเตียนโพนทะนาว่า🤖 AI จับคู่
pj3:2.40 #
กถํ หิ นาม ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู อุปาสกสฺส มรณวณฺณํ สํวณฺเณสฺสนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma chabbaggiyā bhikkhū upāsakassa maraṇavaṇṇaṁ saṁvaṇṇissantī”ti.
ไฉนพระฉัพพัคคีย์ จึงได้พรรณนาคุณแห่งความตายแก่อุบาสกเล่า🤖 AI จับคู่
pj3:2.41 #
อถโข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ✎ ร่าง
Atha kho te bhikkhū chabbaggiye bhikkhū anekapariyāyena vigarahitvā bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ …pe…
แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค🤖 AI จับคู่
อ้างอิงPTS 3.73 · สยามรัฐ 1.137 · ฉัฏฐสังคายนา 87.86
pj3:2.42 #
สจฺจํ กิร ตุเมฺห ภิกฺขเว อุปาสกสฺส มรณวณฺณํ สํวณฺเณถาติ ฯ✎ ร่าง
“saccaṁ kira tumhe, bhikkhave, upāsakassa maraṇavaṇṇaṁ saṁvaṇṇethā”ti?
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่าพวกเธอพรรณนาคุณแห่งความตายแก่อุบาสกจริงหรือ?🤖 AI จับคู่
pj3:2.43 #
สจฺจํ ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Saccaṁ, bhagavā”ti.
จริง ข้าพระพุทธเจ้า.🤖 AI จับคู่
pj3:2.44 #
วิครหิ พุทฺโธ ภควา✎ ร่าง
Vigarahi buddho bhagavā—
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า🤖 AI จับคู่
pj3:2.45 #
อนนุจฺฉวิกํ โมฆปุริสา อนนุโลมิกํ อปฺปฏิรูปํ อสฺสามณกํ อกปฺปิยํ อกรณียํ✎ ร่าง
“ananucchavikaṁ, moghapurisā, ananulomikaṁ appaṭirūpaṁ assāmaṇakaṁ akappiyaṁ akaraṇīyaṁ.
ดูกรโมฆบุรุษทั้งหลาย การกระทำของพวกเธอนั่น ไม่เหมาะ ไม่สม ไม่ควร ไม่ใช่กิจของสมณะ ใช้ไม่ได้ ไม่ควรทำ🤖 AI จับคู่
pj3:2.46 #
กถํ หิ นาม ตุเมฺห โมฆปุริสา อุปาสกสฺส มรณวณฺณํ สํวณฺเณสฺสถ✎ ร่าง
Kathañhi nāma tumhe, moghapurisā, upāsakassa maraṇavaṇṇaṁ saṁvaṇṇissatha.
ไฉนพวกเธอจึงได้พรรณนาคุณแห่งความตายแก่อุบาสกเล่า🤖 AI จับคู่
pj3:2.47 #
เนตํ โมฆปุริสา อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ฯเปฯ✎ ร่าง
Netaṁ, moghapurisā, appasannānaṁ vā pasādāya …pe…
ดูกรโมฆบุรุษทั้งหลาย การกระทำของพวกเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว🤖 AI จับคู่
pj3:2.48 #
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ✎ ร่าง
evañca pana, bhikkhave, imaṁ sikkhāpadaṁ uddiseyyātha—
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้;-🤖 AI จับคู่
pj3:2.49.1 #
โย ปน ภิกฺขุ สญฺจิจฺจ มนุสฺสวิคฺคหํ ชีวิตา โวโรเปยฺย สตฺถหารกํ วาสฺส ปริเยเสยฺย มรณวณฺณํ วา สํวณฺเณยฺย มรณาย วา สมาทเปยฺย✎ ร่าง
“Yo pana bhikkhu sañcicca manussaviggahaṁ jīvitā voropeyya satthahārakaṁ vāssa pariyeseyya maraṇavaṇṇaṁ vā saṁvaṇṇeyya maraṇāya vā samādapeyya—
อนึ่ง ภิกษุใดจงใจพรากกายมนุษย์จากชีวิต หรือแสวงหาศัสตราอันจะปลิดชีวิตให้แก่กายมนุษย์นั้น หรือพรรณนาคุณแห่งความตาย หรือชักชวนเพื่ออันตาย🤖 AI จับคู่
pj3:2.50 #
อมฺโภ ปุริส กึ ตุยฺหิมินา ปาปเกน ทุชฺชีวิเตน มตนฺเต ชีวิตา เสยฺโยติ✎ ร่าง
‘ambho purisa, kiṁ tuyhiminā pāpakena dujjīvitena, mataṁ te jīvitā seyyo’ti,
ด้วยคำว่า แน่ะนายผู้เป็นชาย จะประโยชน์อะไรแก่ท่าน ด้วยชีวิตอันแสนลำบากยากแค้นนี้ ท่านตายเสียดีกว่าเป็นอยู่ดังนี้🤖 AI จับคู่
pj3:2.51 #
อิติจิตฺตมโน จิตฺตสงฺกปฺโป อเนกปริยาเยน มรณวณฺณํ วา สํวณฺเณยฺย มรณาย วา สมาทเปยฺย✎ ร่าง
iti cittamano cittasaṅkappo anekapariyāyena maraṇavaṇṇaṁ vā saṁvaṇṇeyya, maraṇāya vā samādapeyya,
เธอมีจิตอย่างนี้ มีใจอย่างนี้ มีความหมายหลายอย่าง อย่างนี้ พรรณนาคุณในความตายก็ดี ชักชวนเพื่ออันตายก็ดี โดยหลายนัย🤖 AI จับคู่
pj3:2.52 #
อยมฺปิ ปาราชิโก โหติ อสํวาโสติ ฯ✎ ร่าง
ayampi pārājiko hoti asaṁvāso”ti.
แม้ภิกษุนี้ก็เป็นปาราชิก หาสังวาสมิได้.🤖 AI จับคู่
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๑ (ปาราชิก–นิสสัคคิยปาจิตตีย์)
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน