‹ กลับ
พระปฐมบัญญัติ
เล่ม ๑ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๑ (ปาราชิก–นิสสัคคิยปาจิตตีย์) · ข้อ 232 · วิ.มหา.๑. ๑/๘๖๔๓ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๒๓๒] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุเป็นอันมาก สำคัญมรรคผลอันตนยังมิได้เห็นว่าได้เห็น สำคัญมรรคผลอันตนยังมิได้ถึงว่าได้ถึง สำคัญมรรคผลอันตนยังมิได้บรรลุว่าได้บรรลุ สำคัญ มรรคผลอันตนยังมิได้ทำให้แจ้งว่าได้ทำให้แจ้ง จึงอวดอ้างมรรคผลตามที่สำคัญว่าได้บรรลุ ครั้น ต่อมา จิตของพวกเธอน้อมไปเพื่อความกำหนัดก็มี น้อมไปเพื่อความขัดเคืองก็มี น้อมไปเพื่อ ความหลงก็มี จึงมีความรังเกียจว่า สิกขาบทอันพระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติไว้แล้ว แต่พวกเรา สำคัญมรรคผลที่ตนยังมิได้เห็นว่าได้เห็น สำคัญมรรคผลที่ตนยังมิได้ถึงว่าได้ถึง สำคัญมรรคผล ที่ตนยังมิได้บรรลุว่าได้บรรลุ สำคัญมรรคผลที่ตนยังมิได้ทำให้แจ้งว่าได้ทำให้แจ้ง จึงอวดอ้าง มรรคผลตามที่สำคัญว่าได้บรรลุ พวกเราต้องอาบัติปาราชิกแล้วกระมังหนอ แล้วแจ้งเรื่องนั้นแก่ ท่านพระอานนท์ๆ กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคตรัสว่า มีอยู่เหมือนกัน อานนท์ ข้อที่ภิกษุทั้งหลายสำคัญมรรคผลที่ตนยังมิได้เห็นว่าได้เห็น สำคัญมรรคผลที่ตนยังมิได้ ถึงว่าได้ถึง สำคัญมรรคผลที่ตนยังมิได้บรรลุว่าได้บรรลุ สำคัญมรรคผลที่ตนยังมิได้ทำให้แจ้งว่าได้ ทำให้แจ้ง จึงอวดอ้างมรรคผลตามที่สำคัญว่าได้บรรลุ แต่ข้อนั้นนั่นแล เป็นอัพโพหาริก ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงกระทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะ เหตุแรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- ๔. อนึ่ง ภิกษุใด ไม่รู้เฉพาะ กล่าวอวดอุตตริมนุสสธรรม อันเป็นความรู้ ความเห็น อย่างประเสริฐ อย่างสามารถ น้อมเข้ามาในตนว่า ข้าพเจ้ารู้อย่างนี้ ข้าพเจ้าเห็นอย่างนี้ ครั้นสมัยอื่นแต่นั้น อันผู้ใดผู้หนึ่ง ถือเอาตามก็ตาม ไม่ถือ เอาตามก็ตาม เป็นอันต้องอาบัติแล้ว มุ่งความหมดจด จะพึงกล่าวอย่างนี้ว่า แน่ะท่าน ข้าพเจ้าไม่รู้อย่างนั้น ได้กล่าวว่ารู้ ไม่เห็นอย่างนั้น ได้กล่าวว่าเห็น ได้ พูดพล่อยๆ เป็นเท็จเปล่าๆ เว้นไว้แต่สำคัญว่าได้บรรลุ แม้ภิกษุนี้ ก็เป็นปาราชิก หาสังวาสมิได้.
เทียบรายประโยค (15 ประโยค) คำแปลไทย: 🤖 15
pj4:2.1 #
เตน โข ปน สมเยน สมฺพหุลา ภิกฺขู อทิฏฺเฐ ทิฏฺฐสญฺญิโน อปตฺเต ปตฺตสญฺญิโน อนธิคเต อธิคตสญฺญิโน อสจฺฉิกเต @เชิงอรรถ: ๑ วิสุทฺธาเปโขติปิ ปาโฐ ฯ สจฺฉิกตสญฺญิโน อธิมาเนน อญฺญํ พฺยากรึสุ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena sambahulā bhikkhū adiṭṭhe diṭṭhasaññino apatte pattasaññino anadhigate adhigatasaññino asacchikate sacchikatasaññino adhimānena aññaṁ byākariṁsu.
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุเป็นอันมาก สำคัญมรรคผลอันตนยังมิได้เห็นว่าได้เห็น สำคัญมรรคผลอันตนยังมิได้ถึงว่าได้ถึง สำคัญมรรคผลอันตนยังมิได้บรรลุว่าได้บรรลุ สำคัญ มรรคผลอันตนยังมิได้ทำให้แจ้งว่าได้ทำให้แจ้ง จึงอวดอ้างมรรคผลตามที่สำคัญว่าได้บรรลุ🤖 AI จับคู่
อ้างอิงสยามรัฐ 1.172 · พุทธชยันตี 1.200
pj4:2.2 #
เตสํ อปเรน สมเยน ราคายปิ จิตฺตํ นมติ โทสายปิ จิตฺตํ นมติ โมหายปิ จิตฺตํ นมติ ฯ✎ ร่าง
Tesaṁ aparena samayena rāgāyapi cittaṁ namati dosāyapi cittaṁ namati mohāyapi cittaṁ namati.
ครั้น ต่อมา จิตของพวกเธอน้อมไปเพื่อความกำหนัดก็มี น้อมไปเพื่อความขัดเคืองก็มี น้อมไปเพื่อ ความหลงก็มี🤖 AI จับคู่
pj4:2.3 #
เตสํ กุกฺกุจฺจํ อโหสิ✎ ร่าง
Tesaṁ kukkuccaṁ ahosi—
จึงมีความรังเกียจว่า🤖 AI จับคู่
pj4:2.4 #
ภควตา สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ✎ ร่าง
“bhagavatā sikkhāpadaṁ paññattaṁ.
สิกขาบทอันพระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติไว้แล้ว🤖 AI จับคู่
pj4:2.5 #
มยญฺจมฺหา อทิฏฺเฐ ทิฏฺฐสญฺญิโน อปตฺเต ปตฺตสญฺญิโน อนธิคเต อธิคตสญฺญิโน อสจฺฉิกเต สจฺฉิกตสญฺญิโน อธิมาเนน อญฺญํ พฺยากริมฺหา✎ ร่าง
Mayañcamha adiṭṭhe diṭṭhasaññino apatte pattasaññino anadhigate adhigatasaññino asacchikate sacchikatasaññino, adhimānena aññaṁ byākarimhā.
แต่พวกเรา สำคัญมรรคผลที่ตนยังมิได้เห็นว่าได้เห็น สำคัญมรรคผลที่ตนยังมิได้ถึงว่าได้ถึง สำคัญมรรคผล ที่ตนยังมิได้บรรลุว่าได้บรรลุ สำคัญมรรคผลที่ตนยังมิได้ทำให้แจ้งว่าได้ทำให้แจ้ง จึงอวดอ้าง มรรคผลตามที่สำคัญว่าได้บรรลุ🤖 AI จับคู่
pj4:2.6 #
กจฺจิ นุ โข มยํ ปาราชิกํ อาปตฺตึ อาปนฺนาติ ฯ✎ ร่าง
Kacci nu kho mayaṁ pārājikaṁ āpattiṁ āpannā”ti?
พวกเราต้องอาบัติปาราชิกแล้วกระมังหนอ🤖 AI จับคู่
pj4:2.7 #
เต ๑- อายสฺมโต อานนฺทสฺส เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Te āyasmato ānandassa etamatthaṁ ārocesuṁ.
แล้วแจ้งเรื่องนั้นแก่ ท่านพระอานนท์🤖 AI จับคู่
pj4:2.8 #
อายสฺมา อานนฺโท ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสิ ฯ✎ ร่าง
Āyasmā ānando bhagavato etamatthaṁ ārocesi.
ๆ กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค🤖 AI จับคู่
pj4:2.9 #
โหนฺติเยวานนฺท ๒- ภิกฺขู อทิฏฺเฐ ทิฏฺฐสญฺญิโน อปตฺเต ปตฺตสญฺญิโน อนธิคเต อธิคตสญฺญิโน อสจฺฉิกเต สจฺฉิกตสญฺญิโน อธิมาเนน อญฺญํ พฺยากโรนฺติ✎ ร่าง
“Honti ye te, ānanda, bhikkhū adiṭṭhe diṭṭhasaññino apatte pattasaññino anadhigate adhigatasaññino asacchikate sacchikatasaññino adhimānena aññaṁ byākaronti.
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า มีอยู่เหมือนกัน อานนท์ ข้อที่ภิกษุทั้งหลายสำคัญมรรคผลที่ตนยังมิได้เห็นว่าได้เห็น สำคัญมรรคผลที่ตนยังมิได้ ถึงว่าได้ถึง สำคัญมรรคผลที่ตนยังมิได้บรรลุว่าได้บรรลุ สำคัญมรรคผลที่ตนยังมิได้ทำให้แจ้งว่าได้ ทำให้แจ้ง จึงอวดอ้างมรรคผลตามที่สำคัญว่าได้บรรลุ🤖 AI จับคู่
pj4:2.10 #
ตญฺจ โข เอตํ อพฺโพหาริกนฺติ ฯ อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ ฯเปฯ✎ ร่าง
Tañca kho etaṁ abbohārikan”ti.
แต่ข้อนั้นนั่นแล เป็นอัพโพหาริก🤖 AI จับคู่
pj4:2.11 #
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ✎ ร่าง
“Evañca pana, bhikkhave, imaṁ sikkhāpadaṁ uddiseyyātha—
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงกระทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะ เหตุแรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า🤖 AI จับคู่
pj4:2.12.1 #
โย ปน ภิกฺขุ อนภิชานํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ อตฺตูปนายิกํ อลมริยญาณทสฺสนํ สมุทาจเรยฺย อิติ ชานามิ อิติ ปสฺสามีติ✎ ร่าง
“Yo pana bhikkhu anabhijānaṁ uttarimanussadhammaṁ attupanāyikaṁ alamariyañāṇadassanaṁ samudācareyya—‘iti jānāmi iti passāmī’ti,
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-🤖 AI จับคู่
pj4:2.13 #
ตโต อปเรน สมเยน สมนุคฺคาหิยมาโน วา อสมนุคฺคาหิยมาโน วา อาปนฺโน วิสุทฺธาเปกฺโข เอวํ วเทยฺย อชานเมวํ อาวุโส อวจํ ชานามิ อปสฺสํ ปสฺสามิ ตุจฺฉํ มุสา วิลปินฺติ✎ ร่าง
tato aparena samayena samanuggāhīyamāno vā asamanuggāhīyamāno vā āpanno visuddhāpekkho evaṁ vadeyya—‘ajānamevaṁ, āvuso, avacaṁ jānāmi, apassaṁ passāmi. Tucchaṁ musā vilapin’ti,
๔. อนึ่ง ภิกษุใด ไม่รู้เฉพาะ กล่าวอวดอุตตริมนุสสธรรม อันเป็นความรู้ ความเห็น อย่างประเสริฐ อย่างสามารถ น้อมเข้ามาในตนว่า ข้าพเจ้ารู้อย่างนี้ ข้าพเจ้าเห็นอย่างนี้ ครั้นสมัยอื่นแต่นั้น อันผู้ใดผู้หนึ่ง ถือเอาตามก็ตาม ไม่ถือ เอาตามก็ตาม เป็นอันต้องอาบัติแล้ว มุ่งความหมดจด จะพึงกล่าวอย่างนี้ว่า แน่ะท่าน ข้าพเจ้าไม่รู้อย่างนั้น ได้กล่าวว่ารู้ ไม่เห็นอย่างนั้น ได้กล่าวว่าเห็น ได้ พูดพล่อยๆ เป็นเท็จเปล่าๆ🤖 AI จับคู่
pj4:2.14 #
อญฺญตฺร อธิมานา✎ ร่าง
aññatra adhimānā,
เว้นไว้แต่สำคัญว่าได้บรรลุ🤖 AI จับคู่
pj4:2.15 #
อยมฺปิ ปาราชิโก โหติ อสํวาโสติ ฯ✎ ร่าง
ayampi pārājiko hoti asaṁvāso”ti.
แม้ภิกษุนี้ ก็เป็นปาราชิก หาสังวาสมิได้.🤖 AI จับคู่
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๑ (ปาราชิก–นิสสัคคิยปาจิตตีย์)
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน