เนื้อความทั้งข้อ
[๕๕๖] ภิกษุผู้โจทก์ได้เห็นภิกษุผู้กำลังต้องปาราชิกธรรม ถ้าสั่งให้โจทเธอว่า ข้าพเจ้า
ได้ยิน ท่านเป็นผู้ต้องปาราชิกธรรม ท่านไม่เป็นสมณะ ท่านไม่เป็นเชื้อสายพระศากยบุตร
อุโบสถก็ดี ปวารณาก็ดี สังฆกรรมก็ดี ไม่มีร่วมกับท่าน ดังนี้ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ทุกๆ
คำพูด
ภิกษุผู้โจทก์ได้เห็นภิกษุผู้กำลังต้องปาราชิกธรรม ถ้าสั่งให้โจทเธอว่า ข้าพเจ้าได้รังเกียจ
ท่านเป็นผู้ต้องปาราชิกธรรม ท่านไม่เป็นสมณะ ท่านไม่เป็นเชื้อสายพระศากยบุตร อุโบสถก็ดี
ปวารณาก็ดี สังฆกรรมก็ดี ไม่มีร่วมกับท่าน ดังนี้ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ทุกๆ คำพูด
ภิกษุผู้โจทก์ได้เห็นภิกษุผู้กำลังต้องปาราชิกธรรม ถ้าสั่งให้โจทเธอว่า ข้าพเจ้าได้ยิน
ได้รังเกียจ ท่านเป็นผู้ต้องปาราชิกธรรม ท่านไม่เป็นสมณะ ท่านไม่เป็นเชื้อสายพระศากยบุตร
อุโบสถก็ดี ปวารณาก็ดี สังฆกรรมก็ดี ไม่มีร่วมกับท่าน ดังนี้ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ทุกๆ
คำพูด.
ภิกษุผู้โจทก์ได้ยินว่า ภิกษุต้องปาราชิกธรรม ถ้าสั่งให้โจทเธอว่า ข้าพเจ้าได้รังเกียจ
ท่านเป็นผู้ต้องปาราชิกธรรม ท่านไม่เป็นสมณะ ท่านไม่เป็นเชื้อสายพระศากยบุตร อุโบสถก็ดี
ปวารณาก็ดี สังฆกรรมก็ดี ไม่มีร่วมกับท่าน ดังนี้ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ทุกๆ คำพูด
ภิกษุผู้โจทก์ได้ยินว่า ภิกษุต้องปาราชิกธรรม ถ้าสั่งให้โจทเธอว่า ข้าพเจ้าได้เห็น ท่าน
เป็นผู้ต้องปาราชิกธรรม ท่านไม่เป็นสมณะ ท่านไม่เป็นเชื้อสายพระศากยบุตร อุโบสถก็ดี
ปวารณาก็ดี สังฆกรรมก็ดี ไม่มีร่วมกับท่าน ดังนี้ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ทุกๆ คำพูด
ภิกษุผู้โจทก์ได้ยินว่า ภิกษุต้องปาราชิกธรรม ถ้าสั่งให้โจทเธอว่า ข้าพเจ้าได้รังเกียจ
ได้เห็น ท่านเป็นผู้ต้องปาราชิกธรรม ท่านไม่เป็นสมณะ ท่านไม่เป็นเชื้อสายพระศากยบุตร
อุโบสถก็ดี ปวารณาก็ดี สังฆกรรมก็ดี ไม่มีร่วมกับท่าน ดังนี้ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ทุกๆ
คำพูด
ภิกษุผู้โจทก์รังเกียจว่า ภิกษุต้องปาราชิกธรรม ถ้าสั่งให้โจทเธอว่า ข้าพเจ้าได้เห็น
ท่านเป็นผู้ต้องปาราชิกธรรม ท่านไม่เป็นสมณะ ท่านไม่เป็นเชื้อสายพระศากยบุตร อุโบสถก็ดี
ปวารณาก็ดี สังฆกรรมก็ดี ไม่มีร่วมกับท่าน ดังนี้ ต้องอาบัติสังฆาทิเสสทุกๆ คำพูด
ภิกษุผู้โจทก์รังเกียจว่า ภิกษุต้องปาราชิกธรรม ถ้าสั่งให้โจทเธอว่า ข้าพเจ้าได้ยิน ท่าน
เป็นผู้ต้องปาราชิกธรรม ท่านไม่เป็นสมณะ ท่านไม่เป็นเชื้อสายพระศากยบุตร อุโบสถก็ดี
ปวารณาก็ดี สังฆกรรมก็ดี ไม่มีร่วมกับท่าน ดังนี้ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ทุกๆ คำพูด
ภิกษุผู้โจทก์รังเกียจว่า ภิกษุต้องปาราชิกธรรม ถ้าสั่งให้โจทเธอว่าข้าพเจ้าได้เห็น ได้ยิน
ท่านเป็นผู้ต้องปาราชิกธรรม ท่านไม่เป็นสมณะ ท่านไม่เป็นเชื้อสายพระศากยบุตร อุโบสถก็ดี
ปวารณาก็ดี สังฆกรรมก็ดี ไม่มีร่วมกับท่าน ดังนี้ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ทุกๆ คำพูด
อทิฏฺฐสฺส โหติ ปาราชิกํ ธมฺมํ อชฺฌาปชฺชนฺโต✎ ร่าง
Adiṭṭhassa hoti pārājikaṁ dhammaṁ ajjhāpajjanto.
ตญฺเจ
โจทาเปติ ทิฏฺโฐสิ✎ ร่าง
Tañce codāpeti—“diṭṭhosi,
ปาราชิกํ ธมฺมํ อชฺฌาปนฺโนสิ✎ ร่าง
pārājikaṁ dhammaṁ ajjhāpannosi,
อสฺสมโณสิ
อสกฺยปุตฺติโยสิ✎ ร่าง
assamaṇosi, asakyaputtiyosi,
นตฺถิ ตยา สทฺธึ อุโปสโถ วา ปวารณา วา
สงฺฆกมฺมํ วาติ✎ ร่าง
natthi tayā saddhiṁ uposatho vā pavāraṇā vā saṅghakammaṁ vā”ti,
อาปตฺติ วาจาย วาจาย สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ✎ ร่าง
āpatti vācāya, vācāya saṅghādisesassa.
อสฺสุตสฺส
โหติ✎ ร่าง
Asutassa hoti—
ปาราชิกํ ธมฺมํ อชฺฌาปนฺโนติ ตญฺเจ โจทาเปติ สุโตสิ
ปาราชิกํ ธมฺมํ อชฺฌาปนฺโนสิ ฯเปฯ อาปตฺติ วาจาย วาจาย
สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ✎ ร่าง
“pārājikaṁ dhammaṁ ajjhāpanno”ti …pe…
อปริสงฺกิตสฺส โหติ✎ ร่าง
aparisaṅkitassa hoti—
ปาราชิกํ ธมฺมํ อชฺฌาปนฺโนติ✎ ร่าง
“pārājikaṁ dhammaṁ ajjhāpanno”ti.
ตญฺเจ โจทาเปติ ปริสงฺกิโตสิ✎ ร่าง
Tañce codāpeti—“parisaṅkitosi,
ปาราชิกํ ธมฺมํ อชฺฌาปนฺโนสิ
ฯเปฯ✎ ร่าง
pārājikaṁ dhammaṁ ajjhāpannosi …pe…
อาปตฺติ วาจาย วาจาย สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ✎ ร่าง
āpatti vācāya, vācāya saṅghādisesassa.