‹ กลับ
สิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุหลายรูป[ว่าด้วย การอยู่ปราศจากไตรจีวรแม้ราตรีหนึ่ง]
เล่ม ๒ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๒ (ปาจิตตีย์–เสขิยะ) · ข้อ 11 · วิ.มหา.๒. ๒/๑๕๖ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๑] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งอาพาธอยู่ในพระนครโกสัมพี. พวกญาติส่งทูต ไปในสำนักภิกษุนั้นว่า นิมนต์ท่านมา พวกผมจักพยาบาล แม้ภิกษุทั้งหลายก็กล่าวอย่างนี้ว่า ไปเถิดท่าน พวกญาติจักพยาบาลท่าน. เธอตอบอย่างนี้ว่า ท่านทั้งหลาย พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติสิกขาบทแก่ภิกษุทั้งหลาย ไว้ว่า ภิกษุไม่พึงอยู่ปราศจากไตรจีวร ผมกำลังอาพาธ ไม่สามารถจะนำไตรจีวรไปด้วยได้ ผมจักไม่ไปละ. ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงกระทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะ เหตุแรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้สมมติ เพื่อ ไม่เป็นการอยู่ปราศจากไตรจีวรแก่ภิกษุผู้อาพาธ ก็แลสงฆ์พึงให้สมมติอย่างนี้:- ภิกษุผู้อาพาธนั้นพึงเข้าไปหาสงฆ์ ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า กราบเท้าภิกษุผู้แก่พรรษา กว่า นั่งกระโหย่ง ประนมมือ กล่าวอย่างนี้ว่า ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้าอาพาธ ไม่สามารถจะนำ ไตรจีวรไปด้วยได้ ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้านั้นขอสมมติเพื่อไม่เป็นการอยู่ปราศจากไตร- *จีวรต่อสงฆ์ ดังนี้ พึงขอแม้ครั้งที่สอง พึงขอแม้ครั้งที่สาม. ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติทุติยกรรมวาจา ว่าดังนี้:- ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุมีชื่อนี้ผู้นี้อาพาธ ไม่สามารถจะนำ ไตรจีวรไปด้วยได้ เธอขอสมมติเพื่อไม่เป็นการอยู่ปราศจากไตรจีวรต่อสงฆ์. ถ้าความ พร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงให้สมมติเพื่อไม่เป็นการอยู่ปราศจากไตรจีวร แก่ ภิกษุมีชื่อนี้ นี่เป็นวาจาประกาศให้สงฆ์ทราบ. ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุมีชื่อนี้ผู้นี้อาพาธ ไม่สามารถจะนำ ไตรจีวรไปด้วยได้ เธอขอสมมติเพื่อไม่เป็นการอยู่ปราศจากไตรจีวรต่อสงฆ์. สงฆ์ให้ สมมติเพื่อไม่เป็นการอยู่ปราศจากไตรจีวรแก่ภิกษุมีชื่อนี้ การให้สมมติเพื่อไม่เป็นการ การอยู่ปราศจากไตรจีวรแก่ภิกษุมีชื่อนี้ ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง ไม่ ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด. การสมมติเพื่อไม่เป็นการอยู่ปราศจากไตรจีวร อันสงฆ์ให้แล้วแก่ภิกษุมีชื่อนี้ ชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ด้วยอย่างนี้. ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง พวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- ๒๑.๒. ก. จีวรของภิกษุสำเร็จแล้ว กฐินเดาะเสียแล้ว ถ้าภิกษุอยู่ปราศจาก ไตรจีวร แม้สิ้นราตรีหนึ่ง เว้นแต่ภิกษุได้รับสมมติ เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์.
เทียบรายประโยค (39 ประโยค)
np2:2.1 #
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร ภิกฺขุ โกสมฺพิยํ คิลาโน โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena aññataro bhikkhu kosambiyaṁ gilāno hoti.
อ้างอิงPTS 3.199 · สยามรัฐ 2.9
np2:2.2 #
ญาตกา ตสฺส ภิกฺขุโน สนฺติเก ทูตํ ปาเหสุํ✎ ร่าง
Ñātakā tassa bhikkhuno santike dūtaṁ pāhesuṁ—
np2:2.3 #
อาคจฺฉตุ ภทฺทนฺโต มยํ อุปฏฺฐหิสฺสามาติ ฯ✎ ร่าง
“āgacchatu bhadanto, mayaṁ, upaṭṭhahissāmā”ti.
np2:2.4 #
ภิกฺขูปิ เอวมาหํสุ คจฺฉ อาวุโส ญาตกา ตํ อุปฏฺฐหิสฺสนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
Bhikkhūpi evamāhaṁsu—“gacchāvuso, ñātakā taṁ upaṭṭhahissantī”ti.
np2:2.5 #
โส เอวมาห✎ ร่าง
So evamāha—
np2:2.6 #
ภควตา อาวุโส สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ✎ ร่าง
“bhagavatāvuso, sikkhāpadaṁ paññattaṁ—
np2:2.7 #
น ติจีวเรน วิปฺปวสิตพฺพนฺติ✎ ร่าง
‘na ticīvarena vippavasitabban’ti.
np2:2.8 #
อหญฺจมฺหิ คิลาโน✎ ร่าง
Ahañcamhi gilāno.
np2:2.9 #
น สกฺโกมิ ติจีวรมาทาย ปกฺกมิตุํ✎ ร่าง
Na sakkomi ticīvaraṁ ādāya pakkamituṁ.
np2:2.10 #
นาหํ คมิสฺสามีติ ฯ✎ ร่าง
Nāhaṁ gamissāmī”ti.
np2:2.11 #
ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
np2:2.12 #
อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā etasmiṁ nidāne etasmiṁ pakaraṇe dhammiṁ kathaṁ katvā bhikkhū āmantesi—
np2:2.13 #
อนุชานามิ ภิกฺขเว คิลานสฺส ภิกฺขุโน ติจีวเรน อวิปฺปวาสสมฺมตึ ๑- ทาตุํ ฯ✎ ร่าง
“anujānāmi, bhikkhave, gilānassa bhikkhuno ticīvarena avippavāsasammutiṁ dātuṁ.
np2:2.14 #
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว ทาตพฺพา ฯ✎ ร่าง
Evañca pana, bhikkhave, dātabbā.
np2:2.15 #
เตน คิลาเนน ภิกฺขุนา สงฺฆํ อุปสงฺกมิตฺวา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา วุฑฺฒานํ ภิกฺขูนํ ปาเท วนฺทิตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เอวมสฺส วจนีโย✎ ร่าง
Tena gilānena bhikkhunā saṅghaṁ upasaṅkamitvā ekaṁsaṁ uttarāsaṅgaṁ karitvā vuḍḍhānaṁ bhikkhūnaṁ pāde vanditvā ukkuṭikaṁ nisīditvā añjaliṁ paggahetvā evamassa vacanīyo—
np2:2.16 #
อหํ ภนฺเต คิลาโน✎ ร่าง
‘ahaṁ, bhante, gilāno.
np2:2.17 #
น สกฺโกมิ ติจีวรมาทาย ปกฺกมิตุํ✎ ร่าง
Na sakkomi ticīvaraṁ ādāya pakkamituṁ.
np2:2.18 #
โสหํ ภนฺเต สงฺฆํ ติจีวเรน อวิปฺปวาสสมฺมตึ ยาจามีติ ฯ✎ ร่าง
Sohaṁ, bhante, saṅghaṁ ticīvarena avippavāsasammutiṁ yācāmī’ti.
np2:2.19 #
ทุติยมฺปิ ยาจิตพฺพา✎ ร่าง
Dutiyampi yācitabbā.
np2:2.20 #
ตติยมฺปิ ยาจิตพฺพา ฯ✎ ร่าง
Tatiyampi yācitabbā.
np2:2.21 #
พฺยตเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. สมฺมุตึ ฯ เอวมุปริปิ ฯ สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ✎ ร่าง
Byattena bhikkhunā paṭibalena saṅgho ñāpetabbo—
np2:2.22 #
สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ✎ ร่าง
‘Suṇātu me, bhante, saṅgho.
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 87.307
np2:2.23 #
อยํ อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ คิลาโน✎ ร่าง
Ayaṁ itthannāmo bhikkhu gilāno.
np2:2.24 #
น สกฺโกติ ติจีวรมาทาย ปกฺกมิตุํ ฯ✎ ร่าง
Na sakkoti ticīvaraṁ ādāya pakkamituṁ.
np2:2.25 #
โส สงฺฆํ ติจีวเรน อวิปฺปวาส- สมฺมตึ ยาจติ ฯ✎ ร่าง
So saṅghaṁ ticīvarena avippavāsasammutiṁ yācati.
np2:2.26 #
ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ สงฺโฆ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน ติจีวเรน อวิปฺปวาสสมฺมตึ ทเทยฺย ฯ✎ ร่าง
Yadi saṅghassa pattakallaṁ, saṅgho itthannāmassa bhikkhuno ticīvarena avippavāsasammutiṁ dadeyya.
np2:2.27 #
เอสา ญตฺติ ฯ✎ ร่าง
Esā ñatti.
np2:2.28 #
สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ✎ ร่าง
Suṇātu me, bhante, saṅgho.
np2:2.29 #
อยํ อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ คิลาโน✎ ร่าง
Ayaṁ itthannāmo bhikkhu gilāno.
np2:2.30 #
น สกฺโกติ ติจีวรมาทาย ปกฺกมิตุํ ฯ✎ ร่าง
Na sakkoti ticīvaraṁ ādāya pakkamituṁ.
np2:2.31 #
โส สงฺฆํ ติจีวเรน อวิปฺปวาส- สมฺมตึ ยาจติ ฯ✎ ร่าง
So saṅghaṁ ticīvarena avippavāsasammutiṁ yācati.
np2:2.32 #
สงฺโฆ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน ติจีวเรน อวิปฺปวาส- สมฺมตึ เทติ ฯ✎ ร่าง
Saṅgho itthannāmassa bhikkhuno ticīvarena avippavāsasammutiṁ deti.
np2:2.33 #
ยสฺสายสฺมโต ขมติ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน ติจีวเรน อวิปฺปวาสสมฺมติยา ทานํ โส ตุณฺหสฺส✎ ร่าง
Yassāyasmato khamati itthannāmassa bhikkhuno ticīvarena avippavāsasammutiyā dānaṁ, so tuṇhassa;
np2:2.34 #
ยสฺส นกฺขมติ โส ภาเสยฺย ฯ✎ ร่าง
yassa nakkhamati, so bhāseyya.
np2:2.35 #
ทินฺนา สงฺเฆน อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน ติจีวเรน อวิปฺปวาส- สมฺมติ ฯ✎ ร่าง
Dinnā saṅghena itthannāmassa bhikkhuno ticīvarena avippavāsasammuti.
np2:2.36 #
ขมติ สงฺฆสฺส ตสฺมา ตุณฺหี ฯ✎ ร่าง
Khamati saṅghassa, tasmā tuṇhī,
np2:2.37 #
เอวเมตํ ธารยามีติ ฯ✎ ร่าง
evametaṁ dhārayāmī’ti.
np2:2.38 #
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ✎ ร่าง
Evañca pana, bhikkhave, imaṁ sikkhāpadaṁ uddiseyyātha—
np2:2.39.1 #
นิฏฺฐิตจีวรสฺมึ ภิกฺขุนา อุพฺภตสฺมึ กฐิเน เอกรตฺตมฺปิ เจ ภิกฺขุ ติจีวเรน วิปฺปวเสยฺย อญฺญตฺร ภิกฺขุสมฺมติยา นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Niṭṭhitacīvarasmiṁ bhikkhunā ubbhatasmiṁ kathine ekarattampi ce bhikkhu ticīvarena vippavaseyya, aññatra bhikkhusammutiyā, nissaggiyaṁ pācittiyan”ti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๒ (ปาจิตตีย์–เสขิยะ)
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน