‹ กลับ
สิกขาบทที่ ๙ เรื่องพระฉัพพัคคีย์[ว่าด้วย การซื้อขายด้วยรูปิยะ มีประการต่างๆ]
เล่ม ๒ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๒ (ปาจิตตีย์–เสขิยะ) · ข้อ 110 · วิ.มหา.๒. ๒/๒๖๘๕ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๑๐] บทว่า อนึ่ง ... ใด ความว่า ผู้ใด คือ ผู้เช่นใด มีการงานอย่างใด มีชาติอย่างใด มีชื่ออย่างใด มีโคตรอย่างใด มีปกติอย่างใด มีธรรมเครื่องอยู่อย่างใด มีอารมณ์อย่างใด เป็นเถระก็ตาม เป็นนวกะก็ตาม เป็นมัชฌิมะก็ตาม นี้พระผู้มีพระภาคตรัสว่า อนึ่ง ... ใด บทว่า ภิกษุ ความว่า ที่ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่า เป็นผู้ขอ. ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่า ประพฤติภิกขาจริยวัตร. ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่า ทรงผืนผ้าที่ถูกทำลายแล้ว. ชื่อว่า ภิกษุ โดยสมญา. ชื่อว่า ภิกษุ โดยปฏิญญา. ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่า เป็นเอหิภิกษุ. ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่า เป็นผู้อุปสมบทแล้วด้วยไตรสรณคมน์. ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่า เป็นผู้เจริญ. ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่ามีสารธรรม. ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่า เป็นพระเสขะ. ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่า เป็นพระอเสขะ ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่าเป็นผู้อันสงฆ์พร้อมเพรียง กันอุปสมบทให้ด้วยญัตติจตุตถกรรม อันไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะ. บรรดาภิกษุเหล่านั้น ภิกษุที่สงฆ์ พร้อมเพรียงกันอุปสมบทด้วยญัตติจตุตถกรรม อันไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะ นี้ชื่อว่า ภิกษุ ที่ทรงประสงค์ในอรรถนี้. ที่ชื่อว่า มีประการต่างๆ คือ เป็นรูปพรรณบ้าง ไม่เป็นรูปพรรณบ้าง เป็นทั้งรูปพรรณ และมิใช่รูปพรรณบ้าง. ที่ชื่อว่า เป็นทั้งรูปพรรณ ได้แก่เครื่องประดับศีรษะ เครื่องประดับคอ เครื่องประดับมือ เครื่องประดับเท้า เครื่องประดับสะเอว. ที่ชื่อว่า ไม่เป็นรูปพรรณ คือที่เรียกกันว่าเป็นแท่ง. ที่ชื่อว่า เป็นทั้งรูปพรรณและมิใช่รูปพรรณ ได้แก่ของ ๒ อย่างนั้น. ที่ชื่อว่า รูปิยะ ได้แก่ทองคำ กหาปณะ มาสกที่ทำด้วยโลหะ มาสกที่ทำด้วยไม้ มาสกที่ทำด้วยครั่ง ซึ่งใช้เป็นมาตราสำหรับแลกเปลี่ยนซื้อขายกันได้. บทว่า ถึงความซื้อขาย คือ เอาของที่เป็นรูปพรรณซื้อขายของที่เป็นรูปพรรณ, เป็นนิสสัคคีย์. เอาของที่เป็นรูปพรรณ ซื้อของที่ยังไม่เป็นรูปพรรณ, เป็นนิสสัคคีย์. เอาของที่เป็นรูปพรรณ ซื้อของที่เป็นทั้งรูปพรรณและมิใช่รูปพรรณ, เป็นนิสสัคคีย์. เอาของที่ยังไม่เป็นรูปพรรณ ซื้อของที่เป็นรูปพรรณ, เป็นนิสสัคคีย์. เอาของที่ยังไม่เป็นรูปพรรณ ซื้อของที่ยังไม่เป็นรูปพรรณ, เป็นนิสสัคคีย์. เอาของที่ยังไม่เป็นรูปพรรณ ซื้อของที่เป็นทั้งรูปพรรณและมิใช่รูปพรรณ เป็น นิสสัคคีย์. เอาของที่เป็นทั้งรูปพรรณและมิใช่รูปพรรณ ซื้อของที่เป็นรูปพรรณ, เป็นนิสสัคคีย์. เอาของที่เป็นทั้งรูปพรรณและมิใช่รูปพรรณ ซื้อของที่มิใช่รูปพรรณ. เป็นนิสสัคคีย์. เอาของที่เป็นทั้งรูปพรรณและมิใช่รูปพรรณ ซื้อของที่เป็นทั้งรูปพรรณและมิใช่รูปพรรณ, เป็นนิสสัคคีย์. ของที่ซื้อขายด้วยรูปิยะ ซึ่งเป็นนิสสัคคีย์นั้น, ต้องเสียสละในท่ามกลางสงฆ์. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลภิกษุพึงเสียสละของนั้น อย่างนี้:- ภิกษุรูปนั้นพึงเข้าไปหาสงฆ์ ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า กราบเท้าภิกษุผู้แก่พรรษากว่า นั่งกระหย่งประนมมือ กล่าวอย่างนี้ว่า:- ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้าถึงความซื้อขายด้วยรูปิยะมีประการต่างๆ, ของสิ่งนี้ของข้าพเจ้า เป็นของจำจะสละ, ข้าพเจ้าสละสิ่งของนี้แก่สงฆ์. ครั้นสละแล้วพึงแสดงอาบัติ ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงรับอาบัติ. ถ้าคนทำการวัด หรืออุบาสกเดินมาในสถานที่เสียสละนั่น, พึงบอกเขาว่า ท่านจงรู้ของสิ่งนี้ ถ้าเขาถามว่า จะให้ ผมนำสิ่งนี้ไปหาอะไรมาอย่าบอกว่า จงนำของสิ่งนี้หรือของสิ่งนี้มา; ควรบอกแต่ของที่เป็นกัปปิยะ เช่นเนยใส น้ำมัน น้ำผึ้ง หรือน้ำอ้อย. ถ้าเขานำของสิ่งนั้นไป แลกของ ที่เป็นกัปปิยะมาถวาย; เว้นภิกษุผู้ซื้อขายด้วยรูปิยะ ภิกษุนอกนั้นฉันได้ทุกรูป. ถ้าได้อย่างนี้, นั่นเป็นการดี; ถ้าไม่ได้ พึงบอกเขาว่า โปรดช่วยทิ้งของสิ่งนี้, ถ้าเขาทิ้งให้ นั่นเป็นการดี; ถ้าเขาไม่ทิ้งให้, พึงสมมติภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ ให้เป็นผู้ทิ้งรูปิยะ. องค์ ๕ นั้น คือ ๑. ไม่ถึงความลำเอียงเพราะความชอบพอ, ๒. ไม่ถึงความลำเอียง เพราะความเกลียดชัง, ๓. ไม่ถึงความลำเอียงเพราะงมงาย, ๔. ไม่ถึงความลำเอียงเพราะกลัว, และ ๕. รู้จักว่าทำอย่างไรเป็นอันทิ้ง หรือไม่เป็นอันทิ้ง. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลสงฆ์พึงสมมติภิกษุนั้น อย่างนี้:- พึงขอภิกษุให้รับตกลงก่อน ครั้นแล้วภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้สงฆ์ทราบ ด้วยญัตติทุติยกรรมวาจา ว่าดังนี้:- ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า. ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว, สงฆ์พึงสมมติ ภิกษุมีชื่อนี้ให้เป็นผู้ทิ้งรูปิยะ นี้เป็นญัตติ. ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า. สงฆ์สมมติภิกษุมีชื่อนี้ให้เป็นผู้ทิ้งรูปิยะ, การสมมติ ภิกษุมีชื่อนี้ให้เป็นผู้ทิ้งรูปิยะ ชอบแก่ท่านผู้ใด, ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง. ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด, ท่านผู้นั้นพึงพูด. ภิกษุมีชื่อนี้ สงฆ์สมมติให้เป็นผู้ทิ้งรูปิยะแล้ว ชอบแก่สงฆ์. เหตุนั้นจึงนิ่ง ข้าพเจ้าทรง ความนี้ไว้ด้วยอย่างนี้. ภิกษุผู้รับสมมติแล้วนั้น พึงทิ้งอย่าหมายที่ตก, ถ้าทิ้งหมายที่ตก; ต้องอาบัติทุกกฏ.
เทียบรายประโยค (62 ประโยค)
np19:2.1 #
โย ปนาติ✎ ร่าง
Yo panāti
np19:2.2 #
โย ยาทิโส ฯเปฯ✎ ร่าง
yo yādiso …pe…
np19:2.3 #
ภิกฺขูติ ฯ✎ ร่าง
bhikkhūti
np19:2.4 #
เปฯ อยํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปโต ภิกฺขูติ ฯ✎ ร่าง
…pe… ayaṁ imasmiṁ atthe adhippeto bhikkhūti.
np19:2.5 #
นานปฺปการกํ นาม✎ ร่าง
Nānappakārakaṁ nāma
อ้างอิงสยามรัฐ 2.95
np19:2.6 #
กตํปิ อกตํปิ กตากตํปิ ฯ✎ ร่าง
katampi akatampi katākatampi.
np19:2.7 #
กตํ นาม✎ ร่าง
Kataṁ nāma
np19:2.8 #
สีสูปคํ คีวูปคํ หตฺถูปคํ ปาทูปคํ กฏูปคํ ฯ✎ ร่าง
sīsūpagaṁ gīvūpagaṁ hatthūpagaṁ pādūpagaṁ kaṭūpagaṁ.
np19:2.9 #
อกตํ นาม✎ ร่าง
Akataṁ nāma
np19:2.10 #
ฆนกํ วุจฺจติ ฯ✎ ร่าง
ghanakataṁ vuccati.
np19:2.11 #
กตากตํ นาม✎ ร่าง
Katākataṁ nāma
np19:2.12 #
ตทุภยํ ฯ✎ ร่าง
tadubhayaṁ.
np19:2.13 #
รูปิยํ นาม✎ ร่าง
Rūpiyaṁ nāma
อ้างอิงPTS 3.240 · พุทธชยันตี 1.586
np19:2.14 #
สตฺถุวณฺโณ กหาปโณ โลหมาสโก ทารุมาสโก ชตุมาสโก เย โวหารํ คจฺฉนฺติ ฯ✎ ร่าง
satthuvaṇṇo kahāpaṇo, lohamāsako, dārumāsako, jatumāsako ye vohāraṁ gacchanti.
np19:2.15 #
สมาปชฺเชยฺยาติ✎ ร่าง
Samāpajjeyyāti
อ้างอิงสยามรัฐ 2.96 · ฉัฏฐสังคายนา 87.360
np19:2.16 #
กเตน กตํ เจตาเปติ นิสฺสคฺคิยํ โหติ ฯ✎ ร่าง
katena kataṁ cetāpeti, nissaggiyaṁ pācittiyaṁ.
np19:2.17 #
กเตน อกตํ เจตาเปติ นิสฺสคฺคิยํ โหติ ฯ✎ ร่าง
Katena akataṁ cetāpeti, nissaggiyaṁ pācittiyaṁ.
np19:2.18 #
กเตน กตากตํ เจตาเปติ นิสฺสคฺคิยํ โหติ ฯ✎ ร่าง
Katena katākataṁ cetāpeti, nissaggiyaṁ pācittiyaṁ.
np19:2.19 #
อกเตน กตํ เจตาเปติ นิสฺสคฺคิยํ โหติ ฯ✎ ร่าง
Akatena kataṁ cetāpeti, nissaggiyaṁ pācittiyaṁ.
np19:2.20 #
อกเตน อกตํ เจตาเปติ นิสฺสคฺคิยํ โหติ ฯ✎ ร่าง
Akatena akataṁ cetāpeti, nissaggiyaṁ pācittiyaṁ.
np19:2.21 #
อกเตน กตากตํ เจตาเปติ นิสฺสคฺคิยํ โหติ ฯ✎ ร่าง
Akatena katākataṁ cetāpeti, nissaggiyaṁ pācittiyaṁ.
np19:2.22 #
กตากเตน กตํ เจตาเปติ นิสฺสคฺคิยํ โหติ ฯ✎ ร่าง
Katākatena kataṁ cetāpeti, nissaggiyaṁ pācittiyaṁ.
np19:2.23 #
กตากเตน อกตํ เจตาเปติ นิสฺสคฺคิยํ โหติ ฯ✎ ร่าง
Katākatena akataṁ cetāpeti, nissaggiyaṁ pācittiyaṁ.
np19:2.24 #
กตากเตน กตากตํ เจตาเปติ นิสฺสคฺคิยํ โหติ ฯ✎ ร่าง
Katākatena katākataṁ cetāpeti, nissaggiyaṁ pācittiyaṁ.
np19:2.25 #
สงฺฆมชฺเฌ นิสฺสชฺชิตพฺพํ ฯ✎ ร่าง
Saṅghamajjhe nissajjitabbaṁ.
np19:2.26 #
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว นิสฺสชฺชิตพฺพํ ฯ✎ ร่าง
Evañca pana, bhikkhave, nissajjitabbaṁ.
np19:2.27 #
เตน ภิกฺขุนา สงฺฆํ อุปสงฺกมิตฺวา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา วุฑฺฒานํ ภิกฺขูนํ ปาเท วนฺทิตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เอวมสฺส วจนีโย✎ ร่าง
Tena bhikkhunā saṅghaṁ upasaṅkamitvā ekaṁsaṁ uttarāsaṅgaṁ karitvā vuḍḍhānaṁ bhikkhūnaṁ pāde vanditvā ukkuṭikaṁ nisīditvā añjaliṁ paggahetvā evamassa vacanīyo—
np19:2.28 #
อหํ ภนฺเต นานปฺปการกํ รูปิยสํโวหารํ สมาปชฺชึ✎ ร่าง
“ahaṁ, bhante, nānappakārakaṁ rūpiyasaṁvohāraṁ samāpajjiṁ.
np19:2.29 #
อิทํ เม นิสฺสคฺคิยํ✎ ร่าง
Idaṁ me nissaggiyaṁ.
np19:2.30 #
อิมาหํ สงฺฆสฺส นิสฺสชฺชามีติ ฯ✎ ร่าง
Imāhaṁ saṅghassa nissajjāmī”ti.
np19:2.31 #
นิสฺสชฺชิตฺวา อาปตฺติ เทเสตพฺพา ฯ✎ ร่าง
Nissajjitvā āpatti desetabbā.
np19:2.32 #
พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน อาปตฺติ ปฏิคฺคเหตพฺพา ฯ✎ ร่าง
Byattena bhikkhunā paṭibalena āpatti paṭiggahetabbā.
np19:2.33 #
สเจ ตตฺถ อาคจฺฉติ อารามิโก วา อุปาสโก วา โส วตฺตพฺโพ✎ ร่าง
Sace tattha āgacchati ārāmiko vā upāsako vā so vattabbo—
np19:2.34 #
อาวุโส อิมํ ชานาหีติ ฯ✎ ร่าง
“āvuso, imaṁ jānāhī”ti.
np19:2.35 #
สเจ โส ภณติ✎ ร่าง
Sace so bhaṇati—
np19:2.36 #
อิมินา กึ อาหริยตูติ ฯ✎ ร่าง
“iminā kiṁ āhariyyatū”ti,
np19:2.37 #
น วตฺตพฺโพ✎ ร่าง
na vattabbo—
np19:2.38 #
อิมํ วา อิมํ วา อาหราติ ฯ✎ ร่าง
“imaṁ vā imaṁ vā āharā”ti.
np19:2.39 #
กปฺปิยํ อาจิกฺขิตพฺพํ✎ ร่าง
Kappiyaṁ ācikkhitabbaṁ—
np19:2.40 #
สปฺปิ วา เตลํ วา มธุ วา ผาณิตํ วา ฯ✎ ร่าง
sappi vā telaṁ vā madhu vā phāṇitaṁ vā.
np19:2.41 #
สเจ โส เตน ปริวฏฺฏิตฺวา กปฺปิยํ อาหรติ รูปิยเจตาปกํ ฐเปตฺวา สพฺเพเหว ปริภุญฺชิตพฺพํ ฯ✎ ร่าง
Sace so tena parivattetvā kappiyaṁ āharati, rūpiyacetāpakaṁ ṭhapetvā, sabbeheva paribhuñjitabbaṁ.
np19:2.42 #
เอวญฺเจตํ ลเภถ อิจฺเจตํ กุสลํ✎ ร่าง
Evañcetaṁ labhetha, iccetaṁ kusalaṁ;
np19:2.43 #
โน เจ ลเภถ โส วตฺตพฺโพ✎ ร่าง
no ce labhetha, so vattabbo—
np19:2.44 #
อาวุโส อิมํ ฉฑฺเฑหีติ ฯ✎ ร่าง
“āvuso, imaṁ chaḍḍehī”ti.
np19:2.45 #
สเจ โส ฉฑฺเฑติ อิจฺเจตํ กุสลํ✎ ร่าง
Sace so chaḍḍeti, iccetaṁ kusalaṁ;
np19:2.46 #
โน เจ ฉฑฺเฑติ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ รูปิยฉฑฺฑโก สมฺมนฺนิตพฺโพ✎ ร่าง
no ce chaḍḍeti, pañcahaṅgehi samannāgato bhikkhu rūpiyachaḍḍako sammannitabbo—
np19:2.47 #
โย น ฉนฺทาคตึ คจฺเฉยฺย น โทสาคตึ คจฺเฉยฺย น โมหาคตึ คจฺเฉยฺย น ภยาคตึ คจฺเฉยฺย ฉฑฺฑิตาฉฑฺฑิตญฺจ ชาเนยฺย ฯ✎ ร่าง
yo na chandāgatiṁ gaccheyya, na dosāgatiṁ gaccheyya, na mohāgatiṁ gaccheyya, na bhayāgatiṁ gaccheyya, chaḍḍitāchaḍḍitañca jāneyya.
np19:2.48 #
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว สมฺมนฺนิตพฺโพ ฯ✎ ร่าง
“Evañca pana, bhikkhave, sammannitabbo.
np19:2.49 #
ปฐมํ ภิกฺขุ ยาจิตพฺโพ ฯ✎ ร่าง
Paṭhamaṁ bhikkhu yācitabbo.
np19:2.50 #
ยาจิตฺวา พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ✎ ร่าง
Yācitvā byattena bhikkhunā paṭibalena saṅgho ñāpetabbo—
np19:2.51 #
สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ✎ ร่าง
‘Suṇātu me, bhante, saṅgho.
np19:2.52 #
ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ สงฺโฆ อิตฺถนฺนามํ ภิกฺขุํ รูปิยฉฑฺฑกํ สมฺมนฺเนยฺย ฯ✎ ร่าง
Yadi saṅghassa pattakallaṁ, saṅgho itthannāmaṁ bhikkhuṁ rūpiyachaḍḍakaṁ sammanneyya.
np19:2.53 #
เอสา ญตฺติ ฯ✎ ร่าง
Esā ñatti.
np19:2.54 #
สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ✎ ร่าง
Suṇātu me, bhante, saṅgho.
np19:2.55 #
สงฺโฆ อิตฺถนฺนามํ ภิกฺขุํ รูปิยฉฑฺฑกํ สมฺมนฺนติ ฯ✎ ร่าง
Saṅgho itthannāmaṁ bhikkhuṁ rūpiyachaḍḍakaṁ sammannati.
np19:2.56 #
ยสฺสายสฺมโต ขมติ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน รูปิยฉฑฺฑกสฺส สมฺมติ โส ตุณฺหสฺส✎ ร่าง
Yassāyasmato khamati itthannāmassa bhikkhuno rūpiyachaḍḍakassa sammuti, so tuṇhassa;
np19:2.57 #
ยสฺส นกฺขมติ โส ภาเสยฺย ฯ✎ ร่าง
yassa nakkhamati, so bhāseyya.
np19:2.58 #
สมฺมโต สงฺเฆน อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ รูปิยฉฑฺฑโก ฯ✎ ร่าง
Sammato saṅghena itthannāmo bhikkhu rūpiyachaḍḍako.
np19:2.59 #
ขมติ สงฺฆสฺส ตสฺมา ตุณฺหี ฯ✎ ร่าง
Khamati saṅghassa, tasmā tuṇhī,
np19:2.60 #
เอวเมตํ ธารยามีติ ฯ✎ ร่าง
evametaṁ dhārayāmī’”ti.
np19:2.61 #
เตน สมฺมเตน ภิกฺขุนา อนิมิตฺตํ กตฺวา ปาเตตพฺพํ ฯ✎ ร่าง
Tena sammatena bhikkhunā animittaṁ katvā pātetabbaṁ.
np19:2.62 #
สเจ นิมิตฺตํ กตฺวา ปาเตติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ✎ ร่าง
Sace nimittaṁ katvā pāteti, āpatti dukkaṭassa.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๒ (ปาจิตตีย์–เสขิยะ)
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน