‹ กลับ
สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร[ว่าด้วย การแลกเปลี่ยนมีประการต่างๆ]หัวข้อประจำเรื่อง
เล่ม ๒ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๒ (ปาจิตตีย์–เสขิยะ) · ข้อ 113 · วิ.มหา.๒. ๒/๒๘๐๗ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๑๓] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของ อนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ท่านพระอุปนันทศากยบุตร เป็นผู้ชำนาญ ทำจีวรกรรม เธอเอาผ้าเก่าๆ ทำผ้าสังฆาฏิ ย้อมแต่งดีแล้วใช้ห่ม. ขณะนั้นแล ปริพาชกผู้หนึ่งห่มผ้ามีราคามาก เข้าไปหาท่านพระอุปนันทศากยบุตรถึง สำนัก. ครั้นแล้วได้กล่าวคำนี้กะท่านพระอุปนันทศากยบุตรว่า ผ้าสังฆาฏิผืนนี้ของท่านงามแท้ จงแลกกันกับผ้าของข้าพเจ้าเถิด. ท่านพระอุปนันทศากยบุตรกล่าวว่า ท่านจงรู้เอาเองเถิด. ปริพาชกตอบสนองว่า ข้าพเจ้ารู้ ขอรับ. ท่านพระอุปนันทศากยบุตรตอบว่า ตกลง ขอรับ แล้วได้ให้ไป. จึงปริพาชกนั้น ได้ห่มผ้าสังฆาฏิผืนนั้น ไปสู่ปริพาชการาม. พวกปริพาชกพากันรุมถามปริพาชกผู้นั้นว่า สังฆาฏิผืนนี้ของท่านช่างงามจริง ท่านได้ มาแต่ไหน?. ปริพาชกผู้นั้นตอบว่า ผมเอาผ้าของผมผืนนั้นแลกเปลี่ยนมา. พวกปริพาชกกล่าวว่า ผ้าสังฆาฏิของท่านผืนนี้จักอยู่ได้สักกี่วัน, ผ้าของท่านผืนนั้นแหละ ดีกว่า. ปริพาชกผู้นั้นเห็นจริงว่า ปริพาชกทั้งหลายพูดถูกต้อง. ผ้าสังฆาฏิของเราผืนนี้ จักอยู่ ได้สักกี่วัน, ผ้าผืนนั้นของเราดีกว่า แล้วเข้าไปหาท่านพระอุปนันทศากยบุตรถึงสำนัก. ครั้นแล้ว ได้กล่าวคำนี้กะท่านพระอุปนันทศากยบุตรว่า โปรดนำผ้าสังฆาฏิของท่านไป โปรดคืนผ้าของ ผมมา. ท่านพระอุปนันทศากยบุตรพูดว่า ข้าพเจ้าได้บอกท่านแล้วมิใช่หรือว่า จงรู้เอาเองเถิด ข้าพเจ้าจักไม่คืนให้. ปริพาชกนั้น จึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาขึ้นในทันใดนั้นแลว่า ธรรมดาคฤหัสถ์ก็ยัง คืนให้แก่คฤหัสถ์ผู้เดือดร้อน, ก็นี่บรรพชิตจักไม่คืนให้แก่บรรพชิตด้วยกันเทียวหรือ?. ภิกษุทั้งหลายได้ยินปริพาชกเหล่านั้นเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่, บรรดาผู้ที่เป็นผู้ มักน้อย สันโดษ มีความละอาย มีความรังเกียจ ผู้ใคร่ต่อสิกขา ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน ท่านพระอุปนันทศากยบุตร จึงได้ถึงการแลกเปลี่ยนกับปริพาชกเล่า? แล้ว กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมภิกษุสงฆ์ ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ใน เพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วทรงสอบถามท่านพระอุปนันทศากยบุตรว่า ดูกรอุปนันทะ ข่าวว่าเธอ ถึงการแลกเปลี่ยนกับปริพาชก จริงหรือ? ท่านพระอุปนันทศากยบุตรทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า. พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษ การกระทำของเธอนั่น ไม่เหมาะ ไม่สม ไม่ควร ไม่ใช่กิจของสมณะ ใช้ไม่ได้ ไม่ควรทำ ไฉน เธอจึงได้ถึงการแลกเปลี่ยนกับ ปริพาชกเล่า? การกระทำของเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว. โดยที่แท้ การกระทำของเธอนั่น เป็นไป เพื่อความไม่เลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส และเพื่อความเป็นอย่างอื่นของชนบางพวกที่ เลื่อมใสแล้ว. พระผู้มีพระภาคทรงติเตียนท่านพระอุปนันทศากยบุตร โดยอเนกปริยายดังนี้แล้ว ตรัสโทษ แห่งความเป็นคนเลี้ยงยาก ความเป็นคนบำรุงยาก ความเป็นคนมักมาก ความเป็นคนไม่สันโดษ ความคลุกคลี ความเกียจคร้าน ตรัสคุณแห่งความเป็นคนเลี้ยงง่าย ความเป็นคนบำรุงง่าย ความ มักน้อย ความสันโดษ ความขัดเกลา ความกำจัด อาการที่น่าเลื่อมใส การไม่สะสม การปรารภความเพียร โดยอเนกปริยาย, ทรงกระทำธรรมีกถาที่สมควรแก่เรื่องนั้น ที่เหมาะสม แก่เรื่องนั้น แก่ภิกษุทั้งหลาย แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล เราจักบัญญัติสิกขาบทแก่ภิกษุทั้งหลาย อาศัย อำนาจประโยชน์ ๑๐ ประการ คือ เพื่อความรับว่าดีแก่สงฆ์ ๑ เพื่อความสำราญแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อข่มบุคคลผู้เก้อยาก ๑ เพื่ออยู่สำราญแห่งภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก ๑ เพื่อป้องกันอาสวะอันจะ บังเกิดในปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัดอาสวะอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ เพื่อความเลื่อมใสของชุมชน ที่ยังไม่เลื่อมใส ๑ เพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ๑ เพื่อความตั้งมั่นแห่ง พระสัทธรรม ๑ เพื่อถือตามพระวินัย ๑. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- ๓๘. ๑๐. อนึ่ง ... ภิกษุใดถึงการแลกเปลี่ยนมีประการต่างๆ, เป็นนิสสัคคิย- *ปาจิตตีย์.
เทียบรายประโยค (35 ประโยค)
np20:1.1 #
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā sāvatthiyaṁ viharati jetavane anāthapiṇḍikassa ārāme.
อ้างอิงPTS 3.241 · สยามรัฐ 2.98
np20:1.2 #
เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา อุปนนฺโท สกฺยปุตฺโต ปฏฺโฐ โหติ จีวรกมฺมํ กาตุํ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena āyasmā upanando sakyaputto paṭṭo hoti cīvarakammaṁ kātuṁ.
np20:1.3 #
โส ปฏปิโลติกานํ สงฺฆาฏึ กริตฺวา สุรตฺตํ สุปริกมฺมกตํ กตฺวา ปารุปิ ฯ✎ ร่าง
So paṭapilotikānaṁ saṅghāṭiṁ karitvā surattaṁ suparikammakataṁ katvā pārupi.
np20:1.4 #
อถโข อญฺญตโร ปริพฺพาชโก มหคฺฆํ ปฏํ ปารุปิตฺวา เยนายสฺมา อุปนนฺโท สกฺยปุตฺโต เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ อุปนนฺทํ สกฺยปุตฺตํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho aññataro paribbājako mahagghaṁ paṭaṁ pārupitvā yenāyasmā upanando sakyaputto tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā āyasmantaṁ upanandaṁ sakyaputtaṁ etadavoca—
np20:1.5 #
สุนฺทรา โข ตฺยายํ อาวุโส สงฺฆาฏิ✎ ร่าง
“sundarā kho tyāyaṁ, āvuso, saṅghāṭi;
np20:1.6 #
เทหิ เม ปเฏนาติ ฯ✎ ร่าง
dehi me paṭenā”ti.
np20:1.7 #
ชานาหิ อาวุโสติ ฯ✎ ร่าง
“Jānāhi, āvuso”ti.
np20:1.8 #
อามาวุโส ชานามีติ ฯ✎ ร่าง
“Āmāvuso, jānāmī”ti.
np20:1.9 #
หนฺทาวุโสติ อทาสิ ฯ✎ ร่าง
“Handāvuso”ti, adāsi.
np20:1.10 #
อถโข โส ปริพฺพาชโก ตํ สงฺฆาฏึ ปารุปิตฺวา ปริพฺพาชการามํ อคมาสิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho so paribbājako taṁ saṅghāṭiṁ pārupitvā paribbājakārāmaṁ agamāsi.
np20:1.11 #
ปริพฺพาชกา ตํ ปริพฺพาชกํ เอตทโวจุํ✎ ร่าง
Paribbājakā taṁ paribbājakaṁ etadavocuṁ—
np20:1.12 #
สุนฺทรา โข ตฺยายํ อาวุโส สงฺฆาฏิ✎ ร่าง
“sundarā kho tyāyaṁ, āvuso, saṅghāṭi;
np20:1.13 #
กุโต ตยา ลทฺธาติ ฯ✎ ร่าง
kuto tayā laddhā”ti?
np20:1.14 #
เตน เม อาวุโส ปเฏน ปริวฏฺฏิตาติ ๒- ฯ✎ ร่าง
“Tena me, āvuso, paṭena parivattitā”ti.
np20:1.15 #
กติหิปิ ตฺยายํ อาวุโส สงฺฆาฏิ ภวิสฺสติ✎ ร่าง
“Katihipi tyāyaṁ, āvuso, saṅghāṭi bhavissati,
np20:1.16 #
โสเยว เต ปโฏ วโรติ ฯ✎ ร่าง
soyeva te paṭo varo”ti.
np20:1.17 #
อถโข โส ปริพฺพาชโก สจฺจํ โข ปริพฺพาชกา อาหํสุ กติหิปิ มฺยายํ สงฺฆาฏิ ภวิสฺสติ โสเยว เม ปโฏ วโรติ✎ ร่าง
Atha kho so paribbājako—“saccaṁ kho paribbājakā āhaṁsu—‘katihipi myāyaṁ saṅghāṭi bhavissati. Soyeva me paṭo varo’”ti
อ้างอิงสยามรัฐ 2.99 · ฉัฏฐสังคายนา 87.362 · พุทธชยันตี 1.590
np20:1.18 #
เยนายสฺมา อุปนนฺโท สกฺยปุตฺโต เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ อุปนนฺทํ สกฺยปุตฺตํ เอตทโวจ✎ ร่าง
yenāyasmā upanando sakyaputto tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā āyasmantaṁ upanandaṁ sakyaputtaṁ etadavoca—
np20:1.19 #
หนฺท เต อาวุโส สงฺฆาฏึ ๓- เทหิ เม ปฏนฺติ ฯ✎ ร่าง
“handa te, āvuso, saṅghāṭi; dehi me paṭan”ti.
np20:1.20 #
นนุ ตฺวํ อาวุโส มยา วุตฺโต ชานาหิ @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. สงฺฆาฏี ฯ ๒ ม. ยุ. สพฺพตฺถ ปริวตฺติตาตีติ ทิสฺสติ ฯ ๓ ม. สงฺฆาฏิ ฯ อาวุโสติ✎ ร่าง
“Nanu tvaṁ, āvuso, mayā vutto— ‘jānāhi, āvuso’ti.
np20:1.21 #
นาหํ ทสฺสามีติ ฯ✎ ร่าง
Nāhaṁ dassāmī”ti.
np20:1.22 #
อถโข โส ปริพฺพาชโก อุชฺฌายติ ขียติ วิปาเจติ✎ ร่าง
Atha kho so paribbājako ujjhāyati khiyyati vipāceti—
np20:1.23 #
คิหิปิ ๑- นํ คิหิสฺส วิปฺปฏิสาริสฺส เทติ✎ ร่าง
“gihīpi naṁ gihissa vippaṭisārissa denti,
np20:1.24 #
กึ ปน ปพฺพชิโต ปพฺพชิตสฺส น ทสฺสตีติ ฯ✎ ร่าง
kiṁ pana pabbajito pabbajitassa na dassatī”ti.
np20:1.25 #
อสฺโสสุํ โข ภิกฺขู ตสฺส ปริพฺพาชกสฺส อุชฺฌายนฺตสฺส ขียนฺตสฺส วิปาเจนฺตสฺส ฯ✎ ร่าง
Assosuṁ kho bhikkhū tassa paribbājakassa ujjhāyantassa khiyyantassa vipācentassa.
np20:1.26 #
เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Ye te bhikkhū appicchā …pe… te ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
np20:1.27 #
กถํ หิ นาม อายสฺมา อุปนนฺโท สกฺยปุตฺโต ปริพฺพาชเกน สทฺธึ กยวิกฺกยํ สมาปชฺชิสฺสตีติ ฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma āyasmā upanando sakyaputto paribbājakena saddhiṁ kayavikkayaṁ samāpajjissatī”ti.
np20:1.28 #
อถโข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Atha kho te bhikkhū āyasmantaṁ upanandaṁ sakyaputtaṁ anekapariyāyena vigarahitvā bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ …pe…
np20:1.29 #
สจฺจํ กิร ตฺวํ อุปนนฺท ปริพฺพาชเกน สทฺธึ กยวิกฺกยํ สมาปชฺชสีติ ฯ✎ ร่าง
“saccaṁ kira tvaṁ, upananda, paribbājakena saddhiṁ kayavikkayaṁ samāpajjasī”ti?
np20:1.30 #
สจฺจํ ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Saccaṁ, bhagavā”ti.
np20:1.31 #
วิครหิ พุทฺโธ ภควา✎ ร่าง
Vigarahi buddho bhagavā …pe…
np20:1.32 #
กถํ หิ นาม ตฺวํ โมฆปุริส ปริพฺพาชเกน สทฺธึ กยวิกฺกยํ สมาปชฺชิสฺสสิ✎ ร่าง
kathañhi nāma tvaṁ, moghapurisa, paribbājakena saddhiṁ kayavikkayaṁ samāpajjissasi.
np20:1.33 #
เนตํ โมฆปุริส อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ปสนฺนานํ วา ภิยฺโยภาวาย ฯเปฯ✎ ร่าง
Netaṁ, moghapurisa, appasannānaṁ vā pasādāya …pe…
np20:1.34 #
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ✎ ร่าง
evañca pana, bhikkhave, imaṁ sikkhāpadaṁ uddiseyyātha—
np20:1.35.1 #
โย ปน ภิกฺขุ นานปฺปการกํ กยวิกฺกยํ สมาปชฺเชยฺย นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Yo pana bhikkhu nānappakārakaṁ kayavikkayaṁ samāpajjeyya, nissaggiyaṁ pācittiyan”ti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๒ (ปาจิตตีย์–เสขิยะ)
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน