‹ กลับ
สิกขาบทที่ ๘ เรื่องภิกษุพวกฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทา[ว่าด้วย บอกอุตตริมนุสสธรรม]
เล่ม ๒ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๒ (ปาจิตตีย์–เสขิยะ) · ข้อ 304 · วิ.มหา.๒. ๒/๗๔๖๘ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๓๐๔] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ กูฏาคารศาลาป่ามหาวัน เขตพระนครเวสาลี. ครั้งนั้น ภิกษุมากรูปด้วยกัน ซึ่งเคยเห็นร่วมคบหากันมา จำพรรษาอยู่ใกล้ ฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทา. ก็แลสมัยนั้น วัชชีชนบทอัตคัดอาหาร. ประชาชนหาเลี้ยงชีพฝืดเคือง มีข้าวตายฝอย ต้องมีสลากซื้ออาหาร. ภิกษุสงฆ์จะยังอัตภาพให้เป็นไปด้วยการถือบาตรแสวงหา ก็ทำไม่ได้ง่าย. จึงภิกษุเหล่านั้นคิดกันว่า บัดนี้วัชชีชนบทอัตคัดอาหาร ประชาชนหาเลี้ยงชีพฝืดเคือง มีข้าว ตายฝอย ต้องมีสลากซื้ออาหาร ภิกษุสงฆ์จะยังอัตภาพให้เป็นไปด้วยการถือบาตรแสวงหา ก็ทำ ไม่ได้ง่าย. พวกเราจะพึงเป็นผู้พร้อมเพรียงกัน ร่วมใจกัน ไม่วิวาทกัน อยู่จำพรรษาเป็นผาสุก และจักไม่ลำบากด้วยบิณฑบาต ด้วยอุบายอย่างไรหนอ. ภิกษุบางพวกพูดอย่างนี้ อาวุโสทั้งหลาย ผิฉะนั้น พวกเราจะช่วยกันอำนวยกิจการอัน- *เป็นหน้าที่ของพวกคฤหัสถ์เถิด, เมื่อเป็นเช่นนั้น พวกเขาจักมุ่งถวายบิณฑบาตแก่พวกเรา ด้วย อุบายอย่างนี้, พวกเราจะพึงเป็นผู้พร้อมเพรียงกัน ร่วมใจกัน ไม่วิวาทกัน อยู่จำพรรษาเป็นผาสุก และจักไม่ลำบากด้วยบิณฑบาต. ภิกษุบางพวกพูดอย่างนี้ว่า ไม่ควร ท่านทั้งหลาย จะประโยชน์อะไรด้วยการช่วยกัน อำนวยกิจการอันเป็นหน้าที่ของพวกคฤหัสถ์ ท่านทั้งหลาย ผิฉะนั้น พวกเราจงช่วยกันนำข่าว สาส์นอันเป็นหน้าที่ทูตของพวกคฤหัสถ์เถิด เมื่อเป็นเช่นนั้น พวกเขาจักมุ่งถวายบิณฑบาตแก่ พวกเรา ด้วยอุบายอย่างนี้, พวกเราจักเป็นผู้พร้อมเพรียงกัน ร่วมใจกัน ไม่วิวาทกัน อยู่จำ- *พรรษาเป็นผาสุก และจักไม่ลำบากด้วยบิณฑบาต. ภิกษุบางพวกพูดอย่างนี้ว่า อย่าเลย ท่านทั้งหลาย จะประโยชน์อะไรด้วยการช่วยกัน อำนวยกิจการอันเป็นหน้าที่ของพวกคฤหัสถ์ จะประโยชน์อะไรด้วยการช่วยกันนำข่าวสาส์นอัน เป็นหน้าที่ทูตของพวกคฤหัสถ์ ท่านทั้งหลาย ผิฉะนั้น พวกเราจักกล่าวชมอุตตริมนุสสธรรม ของกันและกันแก่พวกคฤหัสถ์ว่า ภิกษุรูปโน้นได้ปฐมฌาน รูปโน้นได้ทุติยฌาน รูปโน้นได้ ตติยฌาน รูปโน้นได้จตุตถฌาน รูปโน้นเป็นพระโสดาบัน รูปโน้นเป็นพระสกทาคามี รูปโน้น เป็นพระอนาคามี รูปโน้นเป็นพระอรหันต์ รูปโน้นได้วิชชา ๓ รูปโน้นได้อภิญญา ๖ ดังนี้, เมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเขาจักมุ่งถวายบิณฑบาตแก่พวกเรา ด้วยอุบายอย่างนี้ พวกเราก็จะพึงเป็น ผู้พร้อมเพรียงกัน ร่วมใจกัน ไม่วิวาทกัน อยู่จำพรรษาเป็นผาสุก และจักไม่ลำบากด้วยบิณฑบาต. ภิกษุเหล่านั้นมีความเห็นร่วมกันว่า อาวุโสทั้งหลาย การที่พวกเราพากันกล่าวชมอุตตริ- *มนุสสธรรมของกันและกัน แก่พวกคฤหัสถ์นี้แหละ ประเสริฐที่สุด แล้วพากันกล่าวชมอุตตริ- *มนุสสธรรมของกันและกันแก่พวกคฤหัสถ์ว่า ภิกษุรูปโน้นได้ปฐมฌาน รูปโน้นได้ทุติยฌาน รูปโน้นได้ตติยฌาน รูปโน้นได้จตุตถฌาน รูปโน้นเป็นพระโสดาบัน รูปโน้นเป็นพระสกทาคามี รูปโน้นเป็นพระอนาคามี รูปโน้นเป็นพระอรหันต์ รูปโน้นได้วิชชา ๓ รูปโน้นได้อภิญญา ๖ ดังนี้. ครั้นต่อมา ประชาชนเหล่านั้นพากันยินดีว่า เป็นลาภของพวกเราหนอ พวกเราได้ดี แล้วหนอ ที่มีภิกษุทั้งหลายผู้ทรงคุณพิเศษเห็นปานนี้ อยู่จำพรรษา เพราะก่อนแต่นี้ ภิกษุ ทั้งหลายที่อยู่จำพรรษาของพวกเรา จะมีคุณสมบัติเหมือนภิกษุผู้มีศีลมีกัลยาณธรรมเหล่านี้ไม่มีเลย, โภชนะชนิดที่พวกเขาจะถวายแก่ภิกษุเหล่านั้น พวกเขาไม่บริโภคด้วยตน ไม่ให้มารดา บิดา บุตร ภรรยา คนรับใช้ กรรมกร มิตร อำมาตย์ ญาติสาโลหิต ของเคี้ยว ของลิ้ม น้ำดื่ม ชนิดที่พวกเขาจะถวายแก่ภิกษุเหล่านั้น พวกเขาไม่ดื่มด้วยตน ไม่ให้มารดา บิดา บุตร ภรรยา คนรับใช้ กรรมกร มิตร อำมาตย์ ญาติสาโลหิต. จึงภิกษุเหล่านั้นเป็นผู้มีน้ำนวล มีอินทรีย์ ผ่องใส มีสีหน้าสดชื่น มีผิวพรรณผุดผ่อง.
เทียบรายประโยค (22 ประโยค)
pc8:1.1.1 #
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา เวสาลิยํ วิหรติ มหาวเน กูฏาคารสาลายํ ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā vesāliyaṁ viharati mahāvane kūṭāgārasālāyaṁ.
อ้างอิงPTS 4.24 · สยามรัฐ 2.208 · ฉัฏฐสังคายนา 88.36 · พุทธชยันตี 2.1.76
pc8:1.1.2 #
เตน โข ปน สมเยน สมฺพหุลา สนฺทิฏฺฐา สมฺภตฺตา ภิกฺขู วคฺคุมุทาย นทิยา ตีเร วสฺสํ อุปคจฺฉึสุ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena sambahulā sandiṭṭhā sambhattā bhikkhū vaggumudāya nadiyā tīre vassaṁ upagacchiṁsu.
pc8:1.1.3 #
เตน โข ปน สมเยน วชฺชี ทุพฺภิกฺขา โหติ ทฺวีหิติกา เสตฏฺฐิกา สลากาวุตฺตา น สุกรา อุญฺเฉน ปคฺคเหน ยาเปตุํ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena vajjī dubbhikkhā hoti—dvīhitikā setaṭṭhikā salākāvuttā, na sukarā uñchena paggahena yāpetuṁ.
pc8:1.1.4 #
อถโข เตสํ ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ เอตรหิ โข วชฺชี ทุพฺภิกฺขา ทฺวีหิติกา เสตฏฺฐิกา สลากาวุตฺตา น สุกรา อุญฺเฉน ปคฺคเหน ยาเปตุํ เกน นุ โข มยํ อุปาเยน สมคฺคา สมฺโมทมานา อวิวทมานา ผาสุกํ วสฺสํ วเสยฺยาม น จ ปิณฺฑเกน กิลมิสฺสามาติ ๑- ฯ✎ ร่าง
Atha kho tesaṁ bhikkhūnaṁ etadahosi—“etarahi kho vajjī dubbhikkhā—dvīhitikā setaṭṭhikā salākāvuttā, na sukarā uñchena paggahena yāpetuṁ. Kena nu kho mayaṁ upāyena samaggā sammodamānā avivadamānā phāsukaṁ vassaṁ vaseyyāma, na ca piṇḍakena kilameyyāmā”ti?
pc8:1.1.5 #
เอกจฺเจ เอวมาหํสุ หนฺท มยํ อาวุโส คิหีนํ กมฺมนฺตํ อธิฏฺเฐม เอวนฺเต อมฺหากํ ทาตุํ มญฺญิสฺสนฺติ✎ ร่าง
Ekacce evamāhaṁsu—“handa mayaṁ, āvuso, gihīnaṁ kammantaṁ adhiṭṭhema. Evaṁ te amhākaṁ dātuṁ maññissanti.
pc8:1.1.6 #
เอวํ มยํ สมคฺคา สมฺโมทมานา อวิวทมานา ผาสุกํ วสฺสํ วเสยฺยาม ๒- น จ ปิณฺฑเกน กิลมิสฺสามาติ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ mayaṁ samaggā sammodamānā avivadamānā phāsukaṁ vassaṁ vasissāma, na ca piṇḍakena kilamissāmā”ti.
pc8:1.1.7 #
เอกจฺเจ เอวมาหํสุ อลํ อาวุโส กึ คิหีนํ กมฺมนฺตํ อธิฏฺฐิเตน✎ ร่าง
Ekacce evamāhaṁsu—“alaṁ, āvuso, kiṁ gihīnaṁ kammantaṁ adhiṭṭhitena?
pc8:1.1.8 #
หนฺท มยํ อาวุโส คิหีนํ ทูเตยฺยํ หราม เอวนฺเต อมฺหากํ ทาตุํ มญฺญิสฺสนฺติ✎ ร่าง
Handa mayaṁ, āvuso, gihīnaṁ dūteyyaṁ harāma. Evaṁ te amhākaṁ dātuṁ maññissanti.
pc8:1.1.9 #
เอวํ มยํ สมคฺคา สมฺโมทมานา อวิวทมานา ผาสุกํ วสฺสํ วเสยฺยาม น จ ปิณฺฑเกน กิลมิสฺสามาติ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ mayaṁ samaggā sammodamānā avivadamānā phāsukaṁ vassaṁ vasissāma, na ca piṇḍakena kilamissāmā”ti.
pc8:1.1.10 #
เอกจฺเจ เอวมาหํสุ อลํ อาวุโส กึ คิหีนํ กมฺมนฺตํ อธิฏฺฐิเตน กึ คิหีนํ ทูเตยฺยํ หเฏน✎ ร่าง
Ekacce evamāhaṁsu—“alaṁ, āvuso; kiṁ gihīnaṁ kammantaṁ adhiṭṭhitena. Kiṁ gihīnaṁ dūteyyaṁ haṭena.
pc8:1.1.11 #
หนฺท มยํ อาวุโส คิหีนํ อญฺญมญฺญสฺส อุตฺตริมนุสฺสธมฺมสฺส วณฺณํ @เชิงอรรถ: ๑ ม. กิลเมยฺยามาติ ฯ ๒ ม. วสิสฺสาม ฯ เอวมุปริปิ ฯ ภาสิสฺสาม✎ ร่าง
Handa mayaṁ, āvuso, gihīnaṁ aññamaññassa uttarimanussadhammassa vaṇṇaṁ bhāsissāma—
pc8:1.1.12 #
อสุโก ภิกฺขุ ปฐมสฺส ฌานสฺส ลาภี อสุโก ภิกฺขุ ทุติยสฺส ฌานสฺส ลาภี อสุโก ภิกฺขุ ตติยสฺส ฌานสฺส ลาภี อสุโก ภิกฺขุ จตุตฺถสฺส ฌานสฺส ลาภี อสุโก ภิกฺขุ โสตาปนฺโน อสุโก ภิกฺขุ สกทาคามี อสุโก ภิกฺขุ อนาคามี อสุโก ภิกฺขุ อรหา อสุโก ภิกฺขุ เตวิชฺโช อสุโก ภิกฺขุ ฉฬภิญฺโญติ✎ ร่าง
‘asuko bhikkhu paṭhamassa jhānassa lābhī, asuko bhikkhu dutiyassa jhānassa lābhī, asuko bhikkhu tatiyassa jhānassa lābhī, asuko bhikkhu catutthassa jhānassa lābhī, asuko bhikkhu sotāpanno, asuko bhikkhu sakadāgāmī, asuko bhikkhu anāgāmī, asuko bhikkhu arahā, asuko bhikkhu tevijjo, asuko bhikkhu chaḷabhiñño’ti.
pc8:1.1.13 #
เอวนฺเต อมฺหากํ ทาตุํ มญฺญิสฺสนฺติ✎ ร่าง
Evaṁ te amhākaṁ dātuṁ maññissanti.
pc8:1.1.14 #
เอวํ มยํ สมคฺคา สมฺโมทมานา อวิวทมานา ผาสุกํ วสฺสํ วเสยฺยาม น จ ปิณฺฑเกน กิลมิสฺสามาติ✎ ร่าง
Evaṁ mayaṁ samaggā sammodamānā avivadamānā phāsukaṁ vassaṁ vasissāma, na ca piṇḍakena kilamissāmā”ti.
pc8:2.1.2 #
yo yādiso …pe…
pc8:1.1.15 #
เอโสเยว โข อาวุโส เสยฺโย โย อมฺหากํ คิหีนํ อญฺญมญฺญสฺส อุตฺตริมนุสฺสธมฺมสฺส วณฺโณ ภาสิโตติ ฯ✎ ร่าง
“Eso yeva kho, āvuso, seyyo, yo amhākaṁ gihīnaṁ aññamaññassa uttarimanussadhammassa vaṇṇo bhāsito”ti.
pc8:1.1.16 #
อถโข เต ภิกฺขู คิหีนํ อญฺญมญฺญสฺส อุตฺตริมนุสฺส- ธมฺมสฺส วณฺณํ ภาสึสุ✎ ร่าง
Atha kho te bhikkhū gihīnaṁ aññamaññassa uttarimanussadhammassa vaṇṇaṁ bhāsiṁsu—
อ้างอิงสยามรัฐ 2.210
pc8:1.1.17 #
อสุโก ภิกฺขุ ปฐมสฺส ฌานสฺส ลาภี ฯเปฯ อสุโก ภิกฺขุ ฉฬภิญฺโญติ ฯ✎ ร่าง
“asuko bhikkhu paṭhamassa jhānassa lābhī …pe… asuko bhikkhu chaḷabhiñño”ti.
pc8:1.1.18 #
อถโข เต มนุสฺสา ลาภา วต โน สุลทฺธํ วต โน เยสํ โน เอวรูปา ภิกฺขู วสฺสํ อุปคตา น วต โน อิโต ปุพฺเพ เอวรูปา ภิกฺขู วสฺสํ อุปคตา ยถายิเม ๑- ภิกฺขู สีลวนฺโต กลฺยาณธมฺมาติ ฯ✎ ร่าง
Atha kho te manussā—“lābhā vata no, suladdhaṁ vata no, yesaṁ no evarūpā bhikkhū vassaṁ upagatā, na vata no ito pubbe evarūpā bhikkhū vassaṁ upagatā, yathayime bhikkhū sīlavanto kalyāṇadhammā”ti.
pc8:1.1.19 #
เต น ตาทิสานิ โภชนานิ อตฺตนา ภุญฺชนฺติ มาตาปิตูนํ เทนฺติ ปุตฺตทารสฺส เทนฺติ ทาสกมฺมกรโปริสสฺส เทนฺติ มิตฺตามจฺจานํ เทนฺติ ญาติสาโลหิตานํ เทนฺติ ยาทิสานิ ภิกฺขูนํ เทนฺติ✎ ร่าง
Te na tādisāni bhojanāni attanā bhuñjanti, mātāpitūnaṁ denti puttadārassa denti dāsakammakaraporisassa denti mittāmaccānaṁ denti ñātisālohitānaṁ denti yādisāni bhikkhūnaṁ denti.
pc8:1.1.20 #
น ตาทิสานิ ขาทนียานิ สายนียานิ ปานานิ อตฺตนา ปิวนฺติ มาตาปิตูนํ เทนฺติ ปุตฺตทารสฺส เทนฺติ ทาสกมฺมกรโปริสสฺส เทนฺติ มิตฺตามจฺจานํ เทนฺติ ญาติสาโลหิตานํ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยถยิเม ฯ เทนฺติ ยาทิสานิ ภิกฺขูนํ เทนฺติ ฯ✎ ร่าง
Na tādisāni khādanīyāni sāyanīyāni pānāni attanā khādanti sāyanti pivanti mātāpitūnaṁ denti puttadārassa denti dāsakammakaraporisassa denti mittāmaccānaṁ denti ñātisālohitānaṁ denti, yādisāni bhikkhūnaṁ denti.
pc8:1.1.21 #
อถโข เต ภิกฺขู วณฺณวนฺโต ๑- อเหสุํ ปีนินฺทฺริยา ปสนฺนมุขวณฺณา วิปฺปสนฺนจฺฉวิวณฺณา ฯ✎ ร่าง
Atha kho te bhikkhū vaṇṇavā ahesuṁ pīṇindriyā pasannamukhavaṇṇā vippasannachavivaṇṇā.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๒ (ปาจิตตีย์–เสขิยะ)
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน