‹ กลับ
สิกขาบทที่ ๔ เรื่องพระอุทายี[ว่าด้วย การให้ภิกษุณีซักจีวรเก่า]
เล่ม ๒ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๒ (ปาจิตตีย์–เสขิยะ) · ข้อ 42 · วิ.มหา.๒. ๒/๕๕๓ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๔๒] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของ อนาถปิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ปุราณาทุติยิกาของท่านพระอุทายี บวชอยู่ ในสำนักภิกษุณี นางมายังสำนักท่านพระอุทายีเสมอ แม้ท่านพระอุทายีก็ไปยังสำนักภิกษุณีนั้น เสมอ และบางครั้งก็ฉันอาหารอยู่ในสำนักภิกษุณีนั้น. เช้าวันหนึ่ง ท่านพระอุทายีครอง อันตรวาสกแล้วถือบาตรจีวรเข้าไปหาภิกษุณีนั้นถึงสำนัก ครั้นแล้วนั่งบนอาสนะ เปิดองค์กำเนิด เบื้องหน้าภิกษุณีนั้น แม้ภิกษุณีนั้นก็นั่งบนอาสนะ เปิดองค์กำเนิดเบื้องหน้าท่านพระอุทายี ท่านพระอุทายีมีความกำหนัด ได้เพ่งดูองค์กำเนิดของนาง อสุจิได้เคลื่อนจากองค์กำเนิดของ ท่านพระอุทายี ท่านพระอุทายีได้พูดกะนางว่า ดูกรน้องหญิง เธอจงไปหาน้ำมา ฉันจะซักผ้า อันตรวาสก นางบอกว่า ส่งมาเถิดเจ้าข้า ดิฉันเองจักซักถวาย. ครั้นแล้วนางได้ดูดอสุจินั้นของท่าน ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งได้สอดเข้าไปในองค์กำเนิด นางได้ตั้งครรภ์เพราะเหตุนั้นแล้ว. ภิกษุณีทั้งหลายได้พูดกันอย่างนี้ว่า ภิกษุณีรูปนี้มิใช่พรหมจารินี ภิกษุณีรูปนี้จึงมีครรภ์. นางพูดว่า แม่เจ้า ดิฉันมิใช่พรหมจารินีก็หาไม่ ครั้นแล้วนางได้แจ้งความนั้นแก่ภิกษุณี ทั้งหลาย. ภิกษุณีทั้งหลาย พากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนท่านพระอุทายี จึงได้ให้ ภิกษุณีซักจีวรเก่าเล่า แล้วแจ้งความนั้นแก่ภิกษุทั้งหลาย. บรรดาภิกษุผู้มักน้อย สันโดษ มีความละอาย มีความรังเกียจ ผู้ใคร่ต่อสิกขา ต่างก็ เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนท่านพระอุทายีจึงได้ให้ภิกษุณีซักจีวรเก่าเล่า แล้วกราบทูล เรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมภิกษุสงฆ์ ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วทรงสอบถามท่านพระอุทายีว่า ดูกรอุทายี ข่าวว่าเธอให้ภิกษุณี ซักจีวรเก่า จริงหรือ? ท่านพระอุทายีทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า. ภ. นางเป็นญาติของเธอ หรือมิใช่ญาติ? อุ. มิใช่ญาติ พระพุทธเจ้าข้า. พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษ การกระทำของเธอนั่น ไม่เหมาะ ไม่สม ไม่ควร ไม่ใช่กิจของสมณะ ใช้ไม่ได้ ไม่ควรทำ บุรุษที่มิใช่ญาติ ย่อมไม่รู้การกระทำ อันสมควรหรือไม่สมควร การกระทำอันน่าเลื่อมใสหรือไม่น่าเลื่อมใสของสตรีที่มิใช่ญาติ เมื่อ เป็นเช่นนั้น เธอยังให้ภิกษุณีผู้มิใช่ญาติซักจีวรเก่าได้ การกระทำของเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความ เลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว โดยที่แท้ การกระทำของเธอนั่น เป็นไปเพื่อความไม่เลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส และเพื่อความเป็น อย่างอื่นของชนบางพวกที่เลื่อมใสแล้ว. พระผู้มีพระภาคทรงติเตียนท่านพระอุทายี โดยอเนกปริยายดังนี้แล้ว ตรัสโทษแห่งความ เป็นคนเลี้ยงยาก ความเป็นคนบำรุงยาก ความเป็นคนมักมาก ความเป็นคนไม่สันโดษ ความ คลุกคลี ความเกียจคร้าน ตรัสคุณแห่งความเป็นคนเลี้ยงง่าย ความเป็นคนบำรุงง่าย ความ มักน้อย ความสันโดษ ความขัดเกลา ความกำจัด อาการที่น่าเลื่อมใส การไม่สะสม การ ปรารภความเพียร โดยอเนกปริยาย ทรงกระทำธรรมีกถาที่สมควรแก่เรื่องนั้น ที่เหมาะสมแก่ เรื่องนั้น แก่ภิกษุทั้งหลาย แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล เราจักบัญญัติสิกขาบทแก่ภิกษุทั้งหลาย อาศัยอำนาจ ประโยชน์ ๑๐ ประการ คือ เพื่อความรับว่าดีแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อความสำราญแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อข่ม บุคคลผู้เก้อยาก ๑ เพื่ออยู่สำราญแห่งภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก ๑ เพื่อป้องกันอาสวะอันจะบังเกิดใน ปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัดอาสวะอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ เพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่ เลื่อมใส ๑ เพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ๑ เพื่อความตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม ๑ เพื่อถือตามพระวินัย ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- ๒๓.๔. อนึ่ง ภิกษุใด ยังภิกษุณีผู้มิใช่ญาติให้ซักก็ดี ให้ย้อมก็ดี ให้ทุบก็ดี ซึ่งจีวรเก่า เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์.
เทียบรายประโยค (22 ประโยค)
np4:1.1 #
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā sāvatthiyaṁ viharati jetavane anāthapiṇḍikassa ārāme.
อ้างอิงสยามรัฐ 2.23 · ฉัฏฐสังคายนา 87.315
np4:1.2 #
เตน โข ปน สมเยน อายสฺมโต อุทายิสฺส ปุราณทุติยิกา ภิกฺขุนีสุ ปพฺพชิตา โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena āyasmato udāyissa purāṇadutiyikā bhikkhunīsu pabbajitā hoti.
np4:1.3 #
สา ภิกฺขุนี ๑- อายสฺมโต อุทายิสฺส สนฺติเก อภิกฺขณํ อาคจฺฉติ ฯ✎ ร่าง
Sā āyasmato udāyissa santike abhikkhaṇaṁ āgacchati.
np4:1.4 #
อายสฺมาปิ อุทายิ ๒- ตสฺสา ภิกฺขุนิยา สนฺติเก อภิกฺขณํ คจฺฉติ ฯ✎ ร่าง
Āyasmāpi udāyī tassā bhikkhuniyā santike abhikkhaṇaṁ gacchati.
np4:1.5 #
เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา อุทายิ ตสฺสา ภิกฺขุนิยา สนฺติเก ภตฺตวิสฺสคฺคํ กโรติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena āyasmā udāyī tassā bhikkhuniyā santike bhattavissaggaṁ karoti.
np4:1.6 #
อถโข อายสฺมา อุทายิ ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย เยน สา ภิกฺขุนี เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ตสฺสา ภิกฺขุนิยา ปุรโต องฺคชาตํ วิวริตฺวา อาสเน นิสีทิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā udāyī pubbaṇhasamayaṁ nivāsetvā pattacīvaramādāya yena sā bhikkhunī tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā tassā bhikkhuniyā purato aṅgajātaṁ vivaritvā āsane nisīdi.
อ้างอิงPTS 3.206 · สยามรัฐ 2.24 · พุทธชยันตี 1.518
np4:1.7 #
สาปิ โข ภิกฺขุนี อายสฺมโต อุทายิสฺส ปุรโต องฺคชาตํ วิวริตฺวา อาสเน นิสีทิ ฯ✎ ร่าง
Sāpi kho bhikkhunī āyasmato udāyissa purato aṅgajātaṁ vivaritvā āsane nisīdi.
np4:1.8 #
อถโข อายสฺมา อุทายิ สารตฺโต ว ๓- ตสฺสา ภิกฺขุนิยา องฺคชาตํ อุปนิชฺฌายิ ฯ ตสฺส องฺคชาตโต ๔- อสุจิ มุจฺจิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā udāyī sāratto tassā bhikkhuniyā aṅgajātaṁ upanijjhāyi. Tassa asuci mucci.
np4:1.9 #
อถโข อายสฺมา อุทายิ ตํ ภิกฺขุนึ เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā udāyī taṁ bhikkhuniṁ etadavoca—
np4:1.10 #
คจฺฉ ภคินิ อุทกํ อาหร อนฺตรวาสกํ โธวิสฺสามีติ ฯ✎ ร่าง
“gaccha, bhagini, udakaṁ āhara, antaravāsakaṁ dhovissāmī”ti.
np4:1.11 #
อาหรยฺย อหเมว โธวิสฺสามีติ ฯ อถโข ๕- สา ภิกฺขุนี ตสฺส✎ ร่าง
“Āharayya, ahameva dhovissāmī”ti
np4:1.12 #
ตํ อสุจึ เอกเทสํ มุเขน อคฺคเหสิ เอกเทสํ องฺคชาเต ปกฺขิปิ ฯ✎ ร่าง
taṁ asuciṁ ekadesaṁ mukhena aggahesi ekadesaṁ aṅgajāte pakkhipi.
np4:1.13 #
สา เตน คพฺภํ คณฺหิ ฯ✎ ร่าง
Sā tena gabbhaṁ gaṇhi.
np4:1.14 #
ภิกฺขุนิโย เอวมาหํสุ✎ ร่าง
Bhikkhuniyo evamāhaṁsu—
np4:1.15 #
อยํ ภิกฺขุนี อพฺรหฺมจารินี อยํ คพฺภินีติ ๑- ฯ✎ ร่าง
“abrahmacārinī ayaṁ bhikkhunī, gabbhinī”ti.
np4:1.16 #
นาหํ อยฺเย อพฺรหฺมจารินีติ ฯ อถโข ๒- สา ภิกฺขุนี ๒- ภิกฺขุนีนํ เอตมตฺถํ อาโรเจสิ ฯ✎ ร่าง
“Nāhaṁ, ayye, abrahmacārinī”ti bhikkhunīnaṁ etamatthaṁ ārocesi.
np4:1.17 #
ภิกฺขุนิโย อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Bhikkhuniyo ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
np4:1.18 #
กถํ หิ นาม อยฺโย อุทายิ ภิกฺขุนิยา ปุราณจีวรํ โธวาเปสฺสตีติ ฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma ayyo udāyī bhikkhuniyā purāṇacīvaraṁ dhovāpessatī”ti.
np4:1.19 #
อถโข ตา ภิกฺขุนิโย ภิกฺขูนํ เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Atha kho tā bhikkhuniyo bhikkhūnaṁ etamatthaṁ ārocesuṁ.
np4:1.20 #
เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Ye te bhikkhū appicchā …pe… te ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
np4:1.21 #
กถํ หิ นาม อายสฺมา อุทายิ ภิกฺขุนิยา ปุราณจีวรํ โธวาเปสฺสตีติ ฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma āyasmā udāyī bhikkhuniyā purāṇacīvaraṁ dhovāpessatī”ti.
np4:1.22 #
อถโข เต ภิกฺขู✎ ร่าง
Atha kho te bhikkhū āyasmantaṁ udāyiṁ anekapariyāyena vigarahitvā bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ …pe…
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๒ (ปาจิตตีย์–เสขิยะ)
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน