เนื้อความทั้งข้อ
[๕๑๗] ก็โดยสมัยนั้นแล มีภิกษุทั้งหลายอาพาธอยู่ พวกภิกษุผู้พยาบาลได้ถามพวกภิกษุ
ผู้อาพาธว่า อาวุโสทั้งหลาย ยังพอทนได้อยู่หรือ? ยังพอครองอยู่หรือ?
ภิกษุอาพาธเหล่านั้นตอบว่า อาวุโสทั้งหลาย เมื่อก่อนพวกกระผมขอโภชนะอันประณีต
เพื่อประโยชน์แก่ตนมาฉัน เพราะเหตุนั้น พวกกระผมจึงมีความผาสุก แต่เดี๋ยวนี้ พวกกระผม
รังเกียจอยู่ว่า พระผู้มีพระภาคทรงห้ามแล้ว จึงไม่ขอ เพราะเหตุนั้น พวกกระผมจึงไม่มีความผาสุก.
ภิกษุทั้งหลายได้กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค.
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาค ทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะ
เหตุแรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุผู้อาพาธขอ
โภชนะอันประณีต เพื่อประโยชน์แก่ตนมาฉันได้.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-
๘๘. ๙. ข. อนึ่ง ภิกษุใด มิใช่ผู้อาพาธ ขอโภชนะอันประณีตเห็นปานนี้
คือ เนยใส เนยข้น น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย ปลา เนื้อ นมสด นมส้ม เพื่อประโยชน์
แก่ตนแล้วฉัน เป็นปาจิตตีย์.
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู คิลานา โหนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena bhikkhū gilānā honti.
อ้างอิงพุทธชยันตี 2.1.246
คิลานปุจฺฉกา ภิกฺขู คิลาเน ภิกฺขู เอตทโวจุํ✎ ร่าง
Gilānapucchakā bhikkhū gilāne bhikkhū etadavocuṁ—
กจฺจาวุโส ขมนียํ
กจฺจิ ยาปนียนฺติ ฯ✎ ร่าง
“kaccāvuso, khamanīyaṁ, kacci yāpanīyan”ti?
ปุพฺเพ มยํ อาวุโส ปณีตโภชนานิ อตฺตโน
อตฺถาย วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชาม เตน โน ผาสุ โหติ✎ ร่าง
“Pubbe mayaṁ, āvuso, paṇītabhojanāni attano atthāya viññāpetvā bhuñjāma, tena no phāsu hoti;
อิทานิ
ปน ภควตา ปฏิกฺขิตฺตนฺติ กุกฺกุจฺจายนฺตา น วิญฺญาเปม เตน
โน น ผาสุ โหตีติ ฯ✎ ร่าง
idāni pana ‘bhagavatā paṭikkhittan’ti kukkuccāyantā na viññāpema, tena no na phāsu hotī”ti.
ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
อถโข ภควา
เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā etasmiṁ nidāne etasmiṁ pakaraṇe dhammiṁ kathaṁ katvā bhikkhū āmantesi—
อนุชานามิ ภิกฺขเว คิลาเนน ภิกฺขุนา ปณีตโภชนานิ อตฺตโน
อตฺถาย วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชิตุํ✎ ร่าง
“anujānāmi, bhikkhave, gilānena bhikkhunā paṇītabhojanāni attano atthāya viññāpetvā bhuñjituṁ.
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ
อุทฺทิเสยฺยาถ✎ ร่าง
Evañca pana, bhikkhave, imaṁ sikkhāpadaṁ uddiseyyātha—
ยานิ โข ปน ตานิ ปณีตโภชนานิ เสยฺยถีทํ สปฺปิ
นวนีตํ เตลํ มธุ ผาณิตํ มจฺโฉ มํสํ ขีรํ ทธิ ฯ โย ปน ภิกฺขุ เอวรูปานิ
ปณีตโภชนานิ อคิลาโน อตฺตโน อตฺถาย วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺเชยฺย
ปาจิตฺติยนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Yāni kho pana tāni paṇītabhojanāni, seyyathidaṁ— sappi navanītaṁ telaṁ madhu phāṇitaṁ maccho maṁsaṁ khīraṁ dadhi. Yo pana bhikkhu evarūpāni paṇītabhojanāni agilāno attano atthāya viññāpetvā bhuñjeyya, pācittiyan”ti.