เนื้อความทั้งข้อ
[๕๘๖] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวันอารามของ
อนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้น พระสัตตรสวัคคีย์กำลังเล่นน้ำกันอยู่ใน
แม่น้ำอจิรวดี ขณะนั้น พระเจ้าปเสนทิโกศลประทับอยู่ ณ พระปราสาทชั้นบน พร้อมด้วย
พระนางมัลลิกาเทวี ได้ทอดพระเนตรเห็นพระสัตตรสวัคคีย์กำลังเล่นน้ำอยู่ในแม่น้ำอจิรวดี
ครั้นแล้วก็ได้รับสั่งกะพระนางมัลลิกาเทวีว่า นี่แน่ะแม่มัลลิกา นั่นพระอรหันต์กำลังเล่นน้ำ
พระนางกราบทูลว่า ขอเดชะ ชะรอยพระผู้มีพระภาคจะยังมิได้ทรงบัญญัติสิกขาบท
หรือภิกษุเหล่านั้นจะยังไม่สันทัดในพระวินัยเป็นแน่ พระพุทธเจ้าข้า
ขณะนั้น ท้าวเธอทรงรำพึงว่า ด้วยอุบายอย่างไรหนอ เราจะไม่ต้องกราบทูลพระผู้มี-
*พระภาค และพระผู้มีพระภาคจะพึงทรงทราบได้ว่า ภิกษุเหล่านี้เล่นน้ำ ครั้นแล้วท้าวเธอรับสั่ง
ให้นิมนต์พระสัตตรสวัคคีย์มา แล้วพระราชทานน้ำอ้อยงบใหญ่แก่ภิกษุเหล่านั้น รับสั่งว่า
ขอพระคุณเจ้าโปรดถวายน้ำอ้อยงบนี้แด่พระผู้มีพระภาค
พระสัตตรสวัคคีย์ได้นำน้ำอ้อยงบนั้นไปเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคแล้วกราบทูลว่า พระเจ้า-
*แผ่นดินถวายน้ำอ้อยงบนี้แด่พระองค์ พระพุทธเจ้าข้า
พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็พระเจ้าแผ่นดินพบพวกเธอที่ไหนเล่า?
พระสัตตรสวัคคีย์กราบทูลว่า พบพวกข้าพระพุทธเจ้ากำลังเล่นน้ำอยู่ในแม่น้ำอจิรวดี
พระพุทธเจ้าข้า
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษทั้งหลาย ไฉน พวกเธอจึงได้เล่นน้ำ
เล่า? การกระทำของพวกเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส
หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ...
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-
๑๐๒. ๓. เป็นปาจิตตีย์ ในเพราะธรรม คือ หัวเราะในน้ำ
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน
อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā sāvatthiyaṁ viharati jetavane anāthapiṇḍikassa ārāme.
อ้างอิงสยามรัฐ 2.388 · ฉัฏฐสังคายนา 88.152 · พุทธชยันตี 2.1.304
เตน โข ปน สมเยน สตฺตรสวคฺคิยา
ภิกฺขู อจิรวติยา นทิยา อุทเก กีฬนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena sattarasavaggiyā bhikkhū aciravatiyā nadiyā udake kīḷanti.
อ้างอิงPTS 4.112
เตน โข ปน สมเยน ราชา
ปเสนทิ โกสโล มลฺลิกาย เทวิยา สทฺธึ อุปริปาสาทวรคโต โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena rājā pasenadi kosalo mallikāya deviyā saddhiṁ uparipāsādavaragato hoti.
อทฺทสา โข ราชา ปเสนทิ โกสโล สตฺตรสวคฺคิเย ภิกฺขู อจิรวติยา
นทิยา อุทเก กีฬนฺเต✎ ร่าง
Addasā kho rājā pasenadi kosalo sattarasavaggiye bhikkhū aciravatiyā nadiyā udake kīḷante.
ทิสฺวาน มลฺลิกํ เทวึ เอตทโวจ✎ ร่าง
Disvāna mallikaṁ deviṁ etadavoca—
เอเต เห ๑-
มลฺลิเก อรหนฺโต อุทเก กีฬนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
“ete te, mallike, arahanto udake kīḷantī”ti.
นิสฺสํสยํ โข มหาราช ภควตา
สิกฺขาปทํ อปฺปญฺญตฺตํ✎ ร่าง
“Nissaṁsayaṁ kho, mahārāja, bhagavatā sikkhāpadaṁ apaññattaṁ.
เต วา ภิกฺขู อปฺปกตญฺญุโนติ ฯ✎ ร่าง
Te vā bhikkhū appakataññuno”ti.
อถโข รญฺโญ ปเสนทิสฺส โกสลสฺส เอตทโหสิ✎ ร่าง
Atha kho rañño pasenadissa kosalassa etadahosi—
เกน
นุ โข อหํ อุปาเยน ภควโต จ น อาโรเจยฺยํ ภควา จ ชาเนยฺย
อิเม ภิกฺขู อุทเก กีฬนฺตีติ ๒- ฯ✎ ร่าง
“kena nu kho ahaṁ upāyena bhagavato ca na āroceyyaṁ, bhagavā ca jāneyya ime bhikkhū udake kīḷitā”ti?
อถโข ราชา ปเสนทิ โกสโล
สตฺตรสวคฺคิเย ภิกฺขู ปกฺโกสาเปตฺวา เตสํ มหนฺตํ คุฬปิณฺฑํ
อทาสิ✎ ร่าง
Atha kho rājā pasenadi kosalo sattarasavaggiye bhikkhū pakkosāpetvā mahantaṁ guḷapiṇḍaṁ adāsi—
อิมํ ภนฺเต คุฬปิณฺฑํ ภควโต เทถาติ ฯ✎ ร่าง
“imaṁ, bhante, guḷapiṇḍaṁ bhagavato dethā”ti.
สตฺตรสวคฺคิยา ภิกฺขู ตํ คุฬปิณฺฑํ อาทาย เยน ภควา
เตนุปสงฺกมึสุ✎ ร่าง
Sattarasavaggiyā bhikkhū taṁ guḷapiṇḍaṁ ādāya yena bhagavā tenupasaṅkamiṁsu;
อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจุํ✎ ร่าง
upasaṅkamitvā bhagavantaṁ etadavocuṁ—
อิมํ ภนฺเต
คุฬปิณฺฑํ ราชา✎ ร่าง
“imaṁ, bhante, guḷapiṇḍaṁ rājā pasenadi kosalo bhagavato detī”ti.
—
“Kahaṁ pana tumhe, bhikkhave, rājā addasā”ti.