เนื้อความทั้งข้อ
[๗๖๔] ก็โดยสมัยนั้นแล ท่านพระอุทายีเป็นผู้มีร่างกายใหญ่ ท่านปูผ้าสำหรับนั่งลงตรง
เบื้องพระพักตร์พระผู้มีพระภาค แล้วนั่งดึงออกอยู่โดยรอบ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสถามท่านพระ
อุทายีในขณะนั้นว่า ดูกรอุทายี เพราะเหตุไร เธอปูผ้าสำหรับนั่งแล้ว จึงดึงออกโดยรอบ
เหมือนช่างหนังเก่าเล่า.
ท่านพระอุทายีกราบทูลว่า จริงดั่งพระดำรัส พระพุทธเจ้าข้า เพราะพระผู้มีพระภาค
ทรงอนุญาตผ้าสำหรับนั่ง แก่ภิกษุทั้งหลายเล็กเกินไป.
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุ
แรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตชายแห่งผ้าสำหรับนั่ง
เพิ่มอีกคืบหนึ่ง.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-
๑๓๘. ๗. ข. อนึ่ง ภิกษุผู้ให้ทำผ้าสำหรับนั่ง พึงให้ทำให้ได้ประมาณ นี้
ประมาณในคำนั้น โดยยาว ๒ คืบ โดยกว้างคืบครึ่ง ชายคืบหนึ่ง ด้วยคืบสุคต
เธอทำให้ล่วงประมาณนั้นไป เป็นปาจิตตีย์ ที่ให้ตัดเสีย.
เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา อุทายิ มหากาโย โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena āyasmā udāyī mahākāyo hoti.
อ้างอิงPTS 4.171 · สยามรัฐ 2.505 · ฉัฏฐสังคายนา 88.225
โส ภควโต ปุรโต นิสีทนํ ปญฺญาเปตฺวา สมนฺตโต สมญฺฉมาโน
นิสีทติ ฯ✎ ร่าง
So bhagavato purato nisīdanaṁ paññapetvā samantato samañchamāno nisīdati.
อถโข ภควา อายสฺมนฺตํ อุทายึ เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā āyasmantaṁ udāyiṁ etadavoca—
กิสฺส ตฺวํ อุทายิ นิสีทนํ ปญฺญาเปตฺวา สมนฺตโต สมญฺฉสิ✎ ร่าง
“kissa tvaṁ, udāyi, nisīdanaṁ samantato samañchasi;
เสยฺยถาปิ ปุราณสิโกฏฺโฐติ ฯ✎ ร่าง
seyyathāpi purāṇāsikoṭṭho”ti?
ตถา หิ ปน ภนฺเต ภควตา ภิกฺขูนํ
อติขุทฺทกํ นิสีทนํ อนุญฺญาตนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Tathā hi pana, bhante, bhagavatā bhikkhūnaṁ atikhuddakaṁ nisīdanaṁ anuññātan”ti.
อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน
เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā etasmiṁ nidāne etasmiṁ pakaraṇe dhammiṁ kathaṁ katvā bhikkhū āmantesi—
อนุชานามิ
ภิกฺขเว นิสีทนสฺส ทสา ๑- วิทตฺถึ✎ ร่าง
“anujānāmi, bhikkhave, nisīdanassa dasaṁ vidatthiṁ.
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ
อุทฺทิเสยฺยาถ✎ ร่าง
Evañca pana, bhikkhave, imaṁ sikkhāpadaṁ uddiseyyātha—
นิสีทนํ ปน ภิกฺขุนา การยมาเนน ปมาณิกํ กาเรตพฺพํ ฯ✎ ร่าง
“Nisīdanaṁ pana bhikkhunā kārayamānena pamāṇikaṁ kāretabbaṁ.
ตตฺรีทํ ปมาณํ ทีฆโส เทฺว วิทตฺถิโย สุคตวิทตฺถิยา ติริยํ ทิยฑฺฒํ ทสา
วิทตฺถิ ฯ✎ ร่าง
Tatridaṁ pamāṇaṁ—dīghaso dve vidatthiyo, sugatavidatthiyā; tiriyaṁ diyaḍḍhaṁ. Dasā vidatthi.
ตํ อติกฺกามยโต เฉทนกํ ปาจิตฺติยนฺติ ฯ✎ ร่าง
Taṁ atikkāmayato chedanakaṁ pācittiyan”ti.