เนื้อความทั้งข้อ
[๘๕๘] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุทั้งหลายรังเกียจเพื่อจะแสดงธรรมแก่คนเป็นไข้มีร่มใน
มือ ชาวบ้านพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตรจึงไม่
แสดงธรรมแก่คนเป็นไข้ซึ่งมีร่มในมือเล่า ภิกษุทั้งหลายได้ยินชาวบ้านพวกนั้นเพ่งโทษ ติเตียน
โพนทะนาอยู่ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค.
ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะ
เหตุแรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งแก่ภิกษุทั้งหลายว่า เราอนุญาตให้แสดงธรรมแก่คนเป็นไข้มีร่มใน
มือได้.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-
๒๐๒. ๕๗. ข. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักไม่แสดงธรรมแก่บุคคลไม่ใช่
ผู้เจ็บไข้ มีร่มในมือ.
ที่ชื่อว่า ร่ม ได้แก่ร่ม ๓ ชนิด คือ ร่มผ้าขาว ๑ ร่มลำแพน ๑ ร่มใบไม้ ๑ ที่เย็บ
เป็นวงกลมผูกติดกับซี่.
ที่ชื่อว่า ธรรม ได้แก่ ถ้อยคำที่อิงอรรถอิงธรรม เป็นพุทธภาษิต สาวกภาษิต อิสี
ภาษิต เทวตาภาษิต.
บทว่า แสดง คือแสดงโดยบท ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ อักขระ.
อันภิกษุไม่พึงแสดงธรรมแก่บุคคลไม่เป็นไข้ผู้กั้นร่ม ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ แสดง
ธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ผู้กั้นร่ม ต้องอาบัติทุกกฏ.
ไม่แกล้ง ๑ เผลอ ๑ ไม่รู้ตัว ๑ อาพาธ ๑ มีอันตราย ๑ วิกลจริต ๑ อาทิกัมมิกะ ๑
ไม่ต้องอาบัติแล.
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู ฉตฺตปาณิสฺส คิลานสฺส
ธมฺมํ เทเสตุํ กุกฺกุจฺจายนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena bhikkhū chattapāṇissa gilānassa dhammaṁ desetuṁ kukkuccāyanti.
อ้างอิงพุทธชยันตี 2.1.538
มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ
วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Manussā ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
อ้างอิงPTS 4.200
กถํ หิ นาม สมณา สกฺยปุตฺติยา ฉตฺตปาณิสฺส
คิลานสฺส ธมฺมํ น เทเสสฺสนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma samaṇā sakyaputtiyā chattapāṇissa gilānassa dhammaṁ na desessantī”ti.
อสฺโสสุํ โข ภิกฺขู เตสํ
มนุสฺสานํ อุชฺฌายนฺตานํ ขียนฺตานํ วิปาเจนฺตานํ ฯ✎ ร่าง
Assosuṁ kho bhikkhū tesaṁ manussānaṁ ujjhāyantānaṁ khiyyantānaṁ vipācentānaṁ.
อ้างอิงสยามรัฐ 2.559
อถโข เต
ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Atha kho te bhikkhū bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
อถโข ภควา เอตสฺมึ
นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā etasmiṁ nidāne etasmiṁ pakaraṇe dhammiṁ kathaṁ katvā bhikkhū āmantesi—
อนุชานามิ ภิกฺขเว ฉตฺตปาณิสฺส คิลานสฺส ธมฺมํ เทเสตุํ✎ ร่าง
“anujānāmi, bhikkhave, chattapāṇissa gilānassa dhammaṁ desetuṁ.
เอวญฺจ
@เชิงอรรถ: ๑ ม. อิทํ ปาฐทฺวยํ นตฺถิ ฯ ๒ เยภุยฺเยน เทสิสฺสามีติ ปฐนฺติ ฯ เอวํ สพฺพตฺถ@ญาตพฺพํ ฯ
ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ✎ ร่าง
Evañca pana, bhikkhave, imaṁ sikkhāpadaṁ uddiseyyātha—
น ฉตฺตปาณิสฺส อคิลานสฺส ธมฺมํ เทเสสฺสามีติ
สิกฺขา กรณียา ฯ✎ ร่าง
“Na chattapāṇissa agilānassa dhammaṁ desessāmīti sikkhā karaṇīyā”ti.
ฉตฺตํ นาม✎ ร่าง
Chattaṁ nāma
ตีณิ ฉตฺตานิ เสตจฺฉตฺตํ กิลญฺชจฺฉตฺตํ ปณฺณจฺฉตฺตํ
มณฺฑลพทฺธํ สลากพทฺธํ ฯ✎ ร่าง
tīṇi chattāni— setacchattaṁ, kilañjacchattaṁ, paṇṇacchattaṁ maṇḍalabaddhaṁ salākabaddhaṁ.
ธมฺโม นาม✎ ร่าง
Dhammo nāma
พุทฺธภาสิโต สาวกภาสิโต
อิสิภาสิโต เทวตาภาสิโต อตฺถุปสญฺหิโต ธมฺมุปสญฺหิโต ฯ✎ ร่าง
buddhabhāsito sāvakabhāsito isibhāsito devatābhāsito atthūpasañhito dhammūpasañhito.
เทเสยฺยาติ✎ ร่าง
Deseyyāti
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 88.272
ปเทน เทเสติ ปเท ปเท อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ✎ ร่าง
padena deseti, pade pade āpatti dukkaṭassa.
อกฺขราย เทเสติ อกฺขรกฺขราย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ✎ ร่าง
Akkharāya deseti, akkharakkharāya āpatti dukkaṭassa.
น
ฉตฺตปาณิสฺส อคิลานสฺส ธมฺโม เทเสตพฺโพ ฯ✎ ร่าง
Na chattapāṇissa agilānassa dhammo desetabbo.
โย อนาทริยํ
ปฏิจฺจ ฉตฺตปาณิสฺส อคิลานสฺส ธมฺมํ เทเสติ อาปตฺติ
ทุกฺกฏสฺส ฯ✎ ร่าง
Yo anādariyaṁ paṭicca chattapāṇissa agilānassa dhammaṁ deseti, āpatti dukkaṭassa.
อสญฺจิจฺจ อสติยา อชานนฺตสฺส คิลานสฺส
อาปทาสุ อุมฺมตฺตกสฺส✎ ร่าง
asañcicca …pe…
อาทิกมฺมิกสฺสาติ ฯ✎ ร่าง
ādikammikassāti.
—
Sattamasikkhāpadaṁ niṭṭhitaṁ.
—
58. Daṇḍapāṇisikkhāpada