เนื้อความทั้งข้อ
[๒๒๐] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวันอารามของ
อนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้น ภิกษุณีหลายรูปเปลือยกายอาบน้ำในแม่น้ำอจิรวดี
ท่าเดียวกันกับพวกหญิงแพศยา. พวกหญิงแพศยาได้พูดยั่วเย้าภิกษุณีเหล่านั้นว่า แม่เจ้าทั้งหลาย
พวกท่านยังเป็นสาว จะประพฤติพรหมจรรย์ไปทำไมกัน ธรรมดาบุคคลต้องบริโภคกามมิใช่หรือ
ต่อภายแก่พวกท่านจึงค่อยประพฤติพรหมจรรย์เถิด อย่างนี้พวกท่านจักได้รับประโยชน์ทั้งสองประการ
พวกภิกษุณีถูกพวกหญิงแพศยาพูดยั่วเย้าอยู่ ได้เป็นผู้เก้อเขิน ครั้นกลับไปสู่สำนักแล้ว ได้เล่าเรื่อง
นั้นแก่ภิกษุณีทั้งหลาย ภิกษุณีทั้งหลายได้แจ้งเรื่องนั้นแก่ภิกษุทั้งหลายๆ ได้กราบทูลเรื่องนั้นแด่
พระผู้มีพระภาค.
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงกระทำธรรมีกถาในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุ-
*แรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล เราจักบัญญัติ
สิกขาบทแก่ภิกษุณีทั้งหลาย อาศัยอำนาจประโยชน์ ๑๐ ประการ คือ เพื่อความรับว่าดีแห่งสงฆ์ ๑ ...
เพื่อถือตามพระวินัย ๑.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลภิกษุณีทั้งหลายจงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-
๗๖. ๑. อนึ่ง ภิกษุณีใด เปลือยกายอาบน้ำ เป็นปาจิตตีย์.
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน
อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā sāvatthiyaṁ viharati jetavane anāthapiṇḍikassa ārāme.
อ้างอิงPTS 4.278 · สยามรัฐ 3.130 · ฉัฏฐสังคายนา 88.381 · พุทธชยันตี 2.2.184
เตน โข ปน สมเยน สมฺพหุลา
ภิกฺขุนิโย อจิรวติยา นทิยา เวสิยาหิ สทฺธึ นคฺคา เอกติตฺเถ
นหายนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena sambahulā bhikkhuniyo aciravatiyā nadiyā vesiyāhi saddhiṁ naggā ekatitthe nahāyanti.
เวสิยา ตา ภิกฺขุนิโย อุปฺผณฺเฑสุํ✎ ร่าง
Vesiyā tā bhikkhuniyo uppaṇḍesuṁ—
กินฺนุ โข นาม
อยฺเย ตุมฺหากํ ทหรานํ พฺรหฺมจริยํ จิณฺเณน นนุ นาม กามา
@เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. อุปฺปณฺเฑสุํ ฯ
ปริภุญฺชิตพฺพา✎ ร่าง
“kiṁ nu kho nāma tumhākaṁ, ayye, daharānaṁ brahmacariyaṁ ciṇṇena, nanu nāma kāmā paribhuñjitabbā.
ยถา ชิณฺณา ภวิสฺสถ ตทา พฺรหฺมจริยํ จริสฺสถ✎ ร่าง
Yadā jiṇṇā bhavissatha tadā brahmacariyaṁ carissatha.
เอวํ ตุมฺหากํ อุโภ อตฺถา ปริคฺคหิตา ภวิสฺสนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ tumhākaṁ ubho atthā pariggahitā bhavissantī”ti.
ภิกฺขุนิโย
เวสิยาหิ อุปฺผณฺฑิยมานา มงฺกู อเหสุํ ฯ✎ ร่าง
Bhikkhuniyo vesiyāhi uppaṇḍiyamānā maṅkū ahesuṁ.
อถโข ตา ภิกฺขุนิโย
อุปสฺสยํ คนฺตฺวา ภิกฺขุนีนํ เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Atha kho tā bhikkhuniyo upassayaṁ gantvā bhikkhunīnaṁ etamatthaṁ ārocesuṁ.
ภิกฺขุนิโย ภิกฺขูนํ
เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Bhikkhuniyo bhikkhūnaṁ etamatthaṁ ārocesuṁ.
ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Bhikkhū bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
อถโข
ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู
อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā etasmiṁ nidāne etasmiṁ pakaraṇe dhammiṁ kathaṁ katvā bhikkhū āmantesi—
เตนหิ ภิกฺขเว ภิกฺขุนีนํ สิกฺขาปทํ ปญฺญาเปสฺสามิ ทส
อตฺถวเส ปฏิจฺจ✎ ร่าง
“tena hi, bhikkhave, bhikkhunīnaṁ sikkhāpadaṁ paññapessāmi dasa atthavase paṭicca—
สงฺฆสุฏฺฐุตาย ฯเปฯ✎ ร่าง
saṅghasuṭṭhutāya …pe…
วินยานุคฺคหาย✎ ร่าง
vinayānuggahāya.
เอวญฺจ
ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุนิโย อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิสนฺตุ✎ ร่าง
Evañca pana, bhikkhave, bhikkhuniyo imaṁ sikkhāpadaṁ uddisantu—
ยา ปน ภิกฺขุนี นคฺคา นหาเยยฺย ปาจิตฺติยนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Yā pana bhikkhunī naggā nahāyeyya, pācittiyan”ti.