เนื้อความทั้งข้อ
[๔๕๔] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ-
*บิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้น ภิกษุณีรูปหนึ่ง เป็นกุลุปิกาของสตรีคนหนึ่ง ซึ่งสตรี
นั้นได้กล่าวขอร้องภิกษุณีรูปนั้นว่า ข้าแต่แม่เจ้า ขอท่านได้โปรดนำเครื่องประดับเอวนี้ไปให้แก่
หญิงชื่อโน้น จึงภิกษุณีนั้นคิดเห็นว่า ถ้าเราจะนำไปด้วยบาตร เสียงดังจักมีแก่เรา แล้วได้สวมไป
เมื่อด้ายขาด เครื่องประดับเอวตกเรี่ยรายลงบนถนน. คนทั้งหลายพากันเพ่งโทษ ติเตียน
โพนทะนาว่า ไฉนภิกษุณีทั้งหลายจึงได้ใช้เครื่องประดับเอวเหมือนสตรีคฤหัสถ์ผู้บริโภคกามเล่า.
ภิกษุณีทั้งหลายได้ยินคนพวกนั้นเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ บรรดาที่เป็นผู้มักน้อย ...
ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนภิกษุณีจึงได้ใช้เครื่องประดับเอวเล่า ...
พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า ภิกษุณีใช้เครื่อง
ประดับเอว จริงหรือ?
ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า.
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฉนภิกษุณีจึงได้ใช้เครื่องประ-
*ดับเอวเล่า การกระทำของนางนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ...
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลภิกษุณีทั้งหลายจงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-
๑๔๑. ๓. อนึ่ง ภิกษุณีใด ใช้เครื่องประดับเอว เป็นปาจิตตีย์.
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน
อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā sāvatthiyaṁ viharati jetavane anāthapiṇḍikassa ārāme.
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 88.471
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตรา
ภิกฺขุนี อญฺญตริสฺสา อิตฺถิยา กุลุปิกา โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena aññatarā bhikkhunī aññatarissā itthiyā kulūpikā hoti.
อถโข สา อิตฺถี
ตํ ภิกฺขุนึ เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho sā itthī taṁ bhikkhuniṁ etadavoca—
หนฺทยฺเย อิมํ สงฺฆาณึ อมุกาย นาม
อิตฺถิยา เทหีติ ฯ✎ ร่าง
“handāyye, imaṁ saṅghāṇiṁ amukāya nāma itthiyā dehī”ti.
อถโข สา ภิกฺขุนี✎ ร่าง
Atha kho sā bhikkhunī—
สจาหํ ปตฺเตน อาทาย
คจฺฉามิ วิสฺสโร เม ภวิสฺสตีติ ปฏิมุญฺจิตฺวา อคมาสิ ฯ✎ ร่าง
“sacāhaṁ pattena ādāya gacchāmi vissaro me bhavissatī”ti paṭimuñcitvā agamāsi.
ตสฺสา
รถิยาย สุตฺตเก ฉินฺเน วิปฺปกิริยึสุ ฯ✎ ร่าง
Tassā rathikāya suttake chinne vippakiriyiṁsu.
มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ
วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Manussā ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
กถํ หิ นาม ภิกฺขุนิโย สงฺฆาณึ ธาเรสฺสนฺติ
เสยฺยถาปิ คิหินิโย กามโภคินิโยติ ฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma bhikkhuniyo saṅghāṇiṁ dhāressanti, seyyathāpi gihiniyo kāmabhoginiyo”ti.
อสฺโสสุํ โข ภิกฺขุนิโย เตสํ มนุสฺสานํ อุชฺฌายนฺตานํ
ขียนฺตานํ วิปาเจนฺตานํ ฯ✎ ร่าง
Assosuṁ kho bhikkhuniyo tesaṁ manussānaṁ ujjhāyantānaṁ khiyyantānaṁ vipācentānaṁ.
อ้างอิงสยามรัฐ 3.247
ยา ตา ภิกฺขุนิโย อปฺปิจฺฉา
ฯเปฯ ตา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Yā tā bhikkhuniyo appicchā …pe… tā ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
อ้างอิงPTS 4.340
กถํ หิ นาม
ภิกฺขุนี สงฺฆาณึ ธาเรสฺสตีติ ฯเปฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma bhikkhunī saṅghāṇiṁ dhāressatī”ti …pe…
สจฺจํ กิร ภิกฺขเว
ภิกฺขุนี สงฺฆาณึ ธาเรตีติ ๑- ฯ✎ ร่าง
“saccaṁ kira, bhikkhave, bhikkhunī saṅghāṇiṁ dhāretī”ti?
สจฺจํ ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Saccaṁ, bhagavā”ti.
วิครหิ พุทฺโธ
ภควา✎ ร่าง
Vigarahi buddho bhagavā …pe…
กถํ หิ นาม ภิกฺขเว ภิกฺขุนี สงฺฆาณึ ธาเรสฺสติ✎ ร่าง
kathañhi nāma, bhikkhave, bhikkhunī saṅghāṇiṁ dhāressati.
เนตํ
ภิกฺขเว อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ฯเปฯ✎ ร่าง
Netaṁ, bhikkhave, appasannānaṁ vā pasādāya …pe…
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว
ภิกฺขุนิโย อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิสนฺตุ✎ ร่าง
evañca pana, bhikkhave, bhikkhuniyo imaṁ sikkhāpadaṁ uddisantu—
ยา ปน ภิกฺขุนี สงฺฆาณึ ธาเรยฺย ปาจิตฺติยนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Yā pana bhikkhunī saṅghāṇiṁ dhāreyya, pācittiyan”ti.