‹ กลับ
ทรงเทศนาโปรดพระเจ้าพิมพิสาร
เล่ม ๔ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๑ · ข้อ 57 · วิ.ม.ว.๑. ๔/๑๒๑๖ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๕๗] พระเจ้าพิมพิสารจอมเสนามาคธราช ได้ทรงสดับข่าวถนัดแน่ว่า พระสมณโคดม ศากยบุตรทรงผนวชจากศากยตระกูล เสด็จพระนครราชคฤห์โดยลำดับ ประทับอยู่ใต้ต้นไทร ชื่อสุประดิษฐเจดีย์ ในสวนตาลหนุ่ม เขตพระนครราชคฤห์ ก็แลพระกิตติศัพท์อันงามของท่าน พระโคดมพระองค์นั้น ขจรไปแล้วอย่างนี้ว่า แม้เพราะเหตุนี้ๆ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นทรง เป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้เองโดยชอบ สมบูรณ์ด้วยวิชชาและจรณะ เสด็จไปดี ทรงทราบโลก ทรงเป็นสารถีฝึกบุรุษที่ควรฝึก ไม่มีผู้อื่นยิ่งกว่า เป็นศาสดาของเทพและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นผู้ เบิกบานแล้ว เป็นผู้จำแนกธรรม พระองค์ทรงทำโลกนี้ พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ให้แจ้งชัด ด้วยพระปัญญาอันยิ่งของพระองค์เอง แล้วทรงสอนหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณะ พราหมณ์ เทพ และมนุษย์ ให้รู้ ทรงแสดงธรรมงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด ทรง ประกาศพรหมจรรย์ พร้อมทั้งอรรถทั้งพยัญชนะบริบูรณ์บริสุทธิ์ อนึ่ง การเห็นพระอรหันต์ทั้งหลาย เห็นปานนั้น เป็นความดี. หลังจากนั้น พระเจ้าพิมพิสารจอมเสนามาคธราช ทรงแวดล้อมด้วยพราหมณ์คหบดีชาว มคธ ๑๒ นหุต เสด็จเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ครั้นถึงจึงถวายบังคมพระผู้มีพระภาค แล้ว ประทับนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง. ส่วนพราหมณ์คหบดีชาวมคธ ๑๒ นหุต นั้นแล บางพวก ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง บางพวกได้ทูลปราศรัยกับพระผู้มี พระภาค ครั้นผ่านการทูลปราศรัยพอให้เป็นที่บันเทิง เป็นที่ระลึกถึงกันไปแล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควร ส่วนข้างหนึ่ง บางพวกประคองอัญชลีไปทางที่พระผู้มีพระภาคประทับ แล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วน ข้างหนึ่ง บางพวกประกาศนามและโคตรในสำนักพระผู้มีพระภาค แล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง บางพวกนั่งนิ่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง. ครั้งนั้น พราหมณ์คหบดีชาวมคธ ๑๒ นหุตนั้นได้มี ความดำริว่า พระมหาสมณะประพฤติพรหมจรรย์ในท่านอุรุเวลกัสสป หรือว่าท่านอุรุเวลกัสสป ประพฤติพรหมจรรย์ในพระมหาสมณะ. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทราบความดำริในใจของ พราหมณ์คหบดีชาวมคธ ๑๒ นหุตนั้น ด้วยพระทัยของพระองค์ ได้ตรัสกะท่านพระอุรุเวลกัสสป ด้วยพระคาถาว่า ดังนี้:- ดูกรท่านผู้อยู่ในอุรุเวลามานาน เคยเป็นอาจารย์สั่งสอนหมู่ชฎิลผู้ผอม เพราะกำลังพรต ท่านเห็นเหตุอะไร จึงยอมละเพลิงเสียเล่า? ดูกรกัสสป เราถามเนื้อความนี้กะท่าน ท่านละเพลิงที่บูชาเสียทำไมเล่า? ท่านพระอุรุเวลกัสสปทูลตอบว่า ยัญทั้งหลายกล่าวยกย่องรูปเสียงและรสที่น่าปรารถนา และสตรีทั้งหลาย ข้าพระพุทธเจ้ารู้ว่านั่นเป็นมลทินในอุปธิทั้งหลายแล้ว เพราะเหตุนั้น จึงไม่ ยินดี ในการเซ่นสรวง ในการบูชา. พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ดูกรกัสสป ก็ใจของท่านไม่ยินดีแล้วในอารมณ์ คือรูป เสียงและรสเหล่านั้น ดูกรกัสสป ก็เมื่อเป็นเช่นนั้น ใจของท่านยินดีในสิ่งไรเล่า ในเทวโลก หรือมนุษยโลก ท่านจงบอกข้อนั้นแก่เรา? ท่านพระอุรุเวลกัสสปทูลตอบว่า ข้าพระพุทธเจ้าได้เห็นทางอันสงบ ไม่มีอุปธิ ไม่มีกังวล ไม่ติดอยู่ในกามภพ ไม่มีภาวะเป็นอย่างอื่น ไม่ใช่ธรรมที่ผู้อื่นแนะให้บรรลุ เพราะฉะนั้น จึงไม่ ยินดีในการเซ่นสรวง ในการบูชา
เทียบรายประโยค (29 ประโยค)
pli-tv-kd1:22.2.1 #
อสฺโสสิ โข ราชา มาคโธ เสนิโย พิมฺพิสาโร✎ ร่าง
Assosi kho rājā māgadho seniyo bimbisāro—
pli-tv-kd1:22.2.2 #
สมโณ@เชิงอรรถ: ๑ วิมุตฺตมฺหีติปิ ปาโฐ ฯ ๒ ม. ลฏฐิวเน ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ ขลุ โภ โคตโม สกฺยปุตฺโต สกฺยกุลา ปพฺพชิโต ราชคหํ อนุปฺปตฺโต ราชคเห วิหรติ ลฏฺฐิวนุยฺยาเน สุปฺปติฏฺเฐ เจติเย✎ ร่าง
“samaṇo khalu bho gotamo sakyaputto sakyakulā pabbajito rājagahaṁ anuppatto rājagahe viharati laṭṭhivane suppatiṭṭhe cetiye.
pli-tv-kd1:22.2.3 #
ตํ โข ปน ภควนฺตํ โคตมํ เอวํ กลฺยาโณ กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคโต✎ ร่าง
Taṁ kho pana bhagavantaṁ gotamaṁ evaṁ kalyāṇo kittisaddo abbhuggato—
pli-tv-kd1:22.2.4 #
อิติปิ โส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน สุคโต โลกวิทู อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควาติ✎ ร่าง
itipi so bhagavā arahaṁ sammāsambuddho vijjācaraṇasampanno sugato lokavidū anuttaro purisadammasārathi satthā devamanussānaṁ buddho bhagavā.
pli-tv-kd1:22.2.5 #
โส อิมํ โลกํ สเทวกํ สมารกํ สพฺรหฺมกํ สสฺสมณพฺราหฺมณึ ปชํ สเทวมนุสฺสํ สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา ปเวเทติ✎ ร่าง
So imaṁ lokaṁ sadevakaṁ samārakaṁ sabrahmakaṁ sassamaṇabrāhmaṇiṁ pajaṁ sadevamanussaṁ sayaṁ abhiññā sacchikatvā pavedeti.
pli-tv-kd1:22.2.6 #
โส ธมฺมํ เทเสติ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสติ✎ ร่าง
So dhammaṁ deseti ādikalyāṇaṁ majjhekalyāṇaṁ pariyosānakalyāṇaṁ sātthaṁ sabyañjanaṁ kevalaparipuṇṇaṁ parisuddhaṁ brahmacariyaṁ pakāseti.
pli-tv-kd1:22.2.7 #
สาธุ โข ปน ตถารูปานํ อรหตํ ทสฺสนํ โหตีติ ฯ✎ ร่าง
Sādhu kho pana tathārūpānaṁ arahataṁ dassanaṁ hotī”ti.
pli-tv-kd1:22.3.1 #
อถโข ราชา มาคโธ เสนิโย พิมฺพิสาโร ทฺวาทสนหุเตหิ มาคธิเกหิ พฺราหฺมณคหปติเกหิ ปริวุโต เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho rājā māgadho seniyo bimbisāro dvādasanahutehi māgadhikehi brāhmaṇagahapatikehi parivuto yena bhagavā tenupasaṅkami, upasaṅkamitvā bhagavantaṁ abhivādetvā ekamantaṁ nisīdi.
อ้างอิงสยามรัฐ 4.66 · ฉัฏฐสังคายนา 89.41
pli-tv-kd1:22.3.2 #
เตปิ โข ทฺวาทสนหุตา มาคธิกา พฺราหฺมณคหปติกา อปฺเปกจฺเจ ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ อปฺเปกจฺเจ ภควตา สทฺธึ สมฺโมทึสุ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ อปฺเปกจฺเจ เยน ภควา เตนญฺชลึ ปณาเมตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ อปฺเปกจฺเจ ภควโต สนฺติเก นามโคตฺตํ สาเวตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ อปฺเปกจฺเจ ตุณฺหีภูตา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ ฯ✎ ร่าง
Tepi kho dvādasanahutā māgadhikā brāhmaṇagahapatikā appekacce bhagavantaṁ abhivādetvā ekamantaṁ nisīdiṁsu, appekacce bhagavatā saddhiṁ sammodiṁsu, sammodanīyaṁ kathaṁ sāraṇīyaṁ vītisāretvā ekamantaṁ nisīdiṁsu, appekacce yena bhagavā tenañjaliṁ paṇāmetvā ekamantaṁ nisīdiṁsu, appekacce bhagavato santike nāmagottaṁ sāvetvā ekamantaṁ nisīdiṁsu, appekacce tuṇhībhūtā ekamantaṁ nisīdiṁsu.
อ้างอิงPTS 1.36
pli-tv-kd1:22.4.1 #
อถโข เตสํ ทฺวาทสนหุตานํ @เชิงอรรถ: ๑ สี. ยุ. อิติสทฺโท น ทิสฺสติ ฯ มาคธิกานํ พฺราหฺมณคหปติกานํ เอตทโหสิ✎ ร่าง
Atha kho tesaṁ dvādasanahutānaṁ māgadhikānaṁ brāhmaṇagahapatikānaṁ etadahosi—
pli-tv-kd1:22.4.2 #
กึ นุ โข มหาสมโณ อุรุเวลกสฺสเป พฺรหฺมจริยํ จรติ อุทาหุ อุรุเวลกสฺสโป มหาสมเณ พฺรหฺมจริยํ จรตีติ ฯ✎ ร่าง
“kiṁ nu kho mahāsamaṇo uruvelakassape brahmacariyaṁ carati, udāhu uruvelakassapo mahāsamaṇe brahmacariyaṁ caratī”ti?
pli-tv-kd1:22.4.3 #
อถโข ภควา เตสํ ทฺวาทสนหุตานํ มาคธิกานํ พฺราหฺมณคหปติกานํ เจตสา เจโตปริวิตกฺกมญฺญาย อายสฺมนฺตํ อุรุเวลกสฺสปํ คาถาย อชฺฌภาสิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā tesaṁ dvādasanahutānaṁ māgadhikānaṁ brāhmaṇagahapatikānaṁ cetasā cetoparivitakkamaññāya āyasmantaṁ uruvelakassapaṁ gāthāya ajjhabhāsi—
pli-tv-kd1:22.4.4 #
กิเมว ทิสฺวา อุรุเวลวาสิ✎ ร่าง
“Kimeva disvā uruvelavāsi,
อ้างอิงพุทธชยันตี 3.76
pli-tv-kd1:22.4.5 #
ปหาสิ อคฺคึ กิสโกวทาโน ฯ✎ ร่าง
Pahāsi aggiṁ kisakovadāno;
pli-tv-kd1:22.4.6 #
ปุจฺฉามิ ตํ กสฺสป เอตมตฺถํ✎ ร่าง
Pucchāmi taṁ kassapa etamatthaṁ,
pli-tv-kd1:22.4.7 #
กถํ ปหีนํ ตว อคฺคิหุตฺตํ ๑- ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ pahīnaṁ tava aggihuttan”ti.
pli-tv-kd1:22.4.8 #
รูเป จ สทฺเท จ อโถ รเส จ✎ ร่าง
“Rūpe ca sadde ca atho rase ca,
pli-tv-kd1:22.4.9 #
กามิตฺถิโย จาภิวทนฺติ ยญฺญา✎ ร่าง
Kāmitthiyo cābhivadanti yaññā;
pli-tv-kd1:22.4.10 #
เอตํ มลนฺติ อุปธีสุ ญตฺวา✎ ร่าง
Etaṁ malanti upadhīsu ñatvā,
pli-tv-kd1:22.4.11 #
ตสฺมา น ยิฏฺเฐ น หุเต อรญฺชึ ๒- ฯ✎ ร่าง
Tasmā na yiṭṭhe na hute arañjin”ti.
pli-tv-kd1:22.5.1 #
เอตฺถ จ เต มโน น รมิตฺถ กสฺสปาติ ภควา✎ ร่าง
“Ettheva te mano na ramittha,
pli-tv-kd1:22.5.2 #
(kassapāti bhagavā)
pli-tv-kd1:22.5.3 #
รูเปสุ สทฺเทสุ อโถ รเสสุ✎ ร่าง
Rūpesu saddesu atho rasesu;
pli-tv-kd1:22.5.4 #
อถ โกจรหิ เทวมนุสฺสโลเก✎ ร่าง
Atha ko carahi devamanussaloke,
pli-tv-kd1:22.5.5 #
รโต มโน กสฺสป พฺรูหิ เมตํ ๔- ฯ✎ ร่าง
Rato mano kassapa brūhi metan”ti.
pli-tv-kd1:22.5.6 #
ทิสฺวา ปทํ สนฺตมนูปธีกํ✎ ร่าง
“Disvā padaṁ santamanūpadhīkaṁ,
อ้างอิงสยามรัฐ 4.67
pli-tv-kd1:22.5.7 #
อกิญฺจนํ กามภเว อสตฺตํ✎ ร่าง
Akiñcanaṁ kāmabhave asattaṁ;
pli-tv-kd1:22.5.8 #
อนญฺญถาภาวิมนญฺญเนยฺยํ✎ ร่าง
Anaññathābhāvimanaññaneyyaṁ,
pli-tv-kd1:22.5.9 #
ตสฺมา น ยิฏฺเฐ น หุเต อรญฺชินฺติ ฯ✎ ร่าง
Tasmā na yiṭṭhe na hute arañjin”ti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๔ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๑
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน