เนื้อความทั้งข้อ
[๗๙] ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมภิกษุสงฆ์ ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น
ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า ภิกษุ
ทั้งหลาย นุ่งห่มไม่เรียบร้อย มีมรรยาทไม่สมควรเที่ยวบิณฑบาต เมื่อประชาชนกำลังบริโภค
ย่อมน้อมบาตรสำหรับเที่ยวบิณฑบาต เข้าไปข้างบนของควรบริโภคบ้าง ข้างบนของควรเคี้ยวบ้าง
ข้างบนของควรลิ้มบ้าง ข้างบนของควรดื่มบ้าง ขอแกงบ้าง ข้าวสุกบ้าง ด้วยตนเองมาฉัน แม้
ในโรงอาหารก็เป็นผู้มีเสียงอื้ออึง มีเสียงดังอยู่ จริงหรือ?
ภิกษุทั้งหลายทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า.
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย การกระทำของโมฆบุรุษเหล่านั้น
ไม่เหมาะ ไม่สม ไม่ควร ไม่ใช่กิจของสมณะ ใช้ไม่ได้ ไม่ควรทำ ไฉนโมฆบุรุษเหล่านั้น จึง
ได้นุ่งห่มไม่เรียบร้อย มีมรรยาทไม่สมควรเที่ยวบิณฑบาต เมื่อประชาชนกำลังบริโภค ได้น้อม
บาตรสำหรับเที่ยวบิณฑบาตเข้าไปข้างบนของควรบริโภคบ้าง ข้างบนของควรเคี้ยวบ้าง ข้างบน
ของควรลิ้มบ้าง ข้างบนของควรดื่มบ้าง ขอแกงบ้าง ข้าวสุกบ้าง ด้วยตนเองมาฉัน แม้ใน
โรงอาหารก็ได้เป็นผู้มีเสียงอื้ออึง มีเสียงดังอยู่ ดูกรภิกษุทั้งหลาย การกระทำของโมฆบุรุษเหล่านั้น
นั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่
เลื่อมใสแล้ว โดยที่แท้ ย่อมเป็นไปเพื่อความไม่เลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส และเพื่อ
ความเป็นอย่างอื่นของชนบางพวกผู้เลื่อมใสแล้ว.
อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ภิกฺขุสงฺฆํ
สนฺนิปาตาเปตฺวา ภิกฺขู ปฏิปุจฺฉิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā etasmiṁ nidāne etasmiṁ pakaraṇe bhikkhusaṅghaṁ sannipātāpetvā bhikkhū paṭipucchi—
อ้างอิงสยามรัฐ 4.82 · ฉัฏฐสังคายนา 89.51 · พุทธชยันตี 3.94
สจฺจํ กิร ภิกฺขเว ภิกฺขู
ทุนฺนิวตฺถา ทุปฺปารุตา อนากปฺปสมฺปนฺนา ปิณฺฑาย จรนฺติ
มนุสฺสานํ ภุญฺชมานานํ อุปริโภชเนปิ อุตฺติฏฺฐปตฺตํ อุปนาเมนฺติ
อุปริขาทนีเยปิ อุตฺติฏฺฐปตฺตํ อุปนาเมนฺติ อุปริสายนีเยปิ
อุตฺติฏฺฐปตฺตํ อุปนาเมนฺติ อุปริปานีเยปิ อุตฺติฏฺฐปตฺตํ อุปนาเมนฺติ
สามํ สูปมฺปิ โอทนมฺปิ วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชนฺติ ภตฺตคฺเคปิ
อุจฺจาสทฺทา มหาสทฺทา วิหรนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
“saccaṁ kira, bhikkhave, bhikkhū dunnivatthā duppārutā anākappasampannā piṇḍāya caranti, manussānaṁ bhuñjamānānaṁ uparibhojanepi uttiṭṭhapattaṁ upanāmenti, uparikhādanīyepi uttiṭṭhapattaṁ upanāmenti, uparisāyanīyepi uttiṭṭhapattaṁ upanāmenti, uparipānīyepi uttiṭṭhapattaṁ upanāmenti, sāmaṁ sūpampi odanampi viññāpetvā bhuñjanti, bhattaggepi uccāsaddā mahāsaddā viharantī”ti?
อ้างอิงPTS 1.45
สจฺจํ ภควาติ ๑- ฯ✎ ร่าง
“Saccaṁ, bhagavā”ti.
วิครหิ
@เชิงอรรถ: ๑ สพฺพตฺถ อิติสทฺโท น ปญฺญายติ ฯ
พุทฺโธ ภควา✎ ร่าง
Vigarahi buddho bhagavā—
อนนุจฺฉวิกํ ๑- ภิกฺขเว เตสํ โมฆปุริสานํ อนนุโลมิกํ
อปฺปฏิรูปํ อสฺสามณกํ อกปฺปิยํ อกรณียํ✎ ร่าง
“ananucchavikaṁ, bhikkhave, tesaṁ moghapurisānaṁ ananulomikaṁ appatirūpaṁ assāmaṇakaṁ akappiyaṁ akaraṇīyaṁ.
กถํ หิ นาม เต
ภิกฺขเว โมฆปุริสา ทุนฺนิวตฺถา ทุปฺปารุตา อนากปฺปสมฺปนฺนา
ปิณฺฑาย จริสฺสนฺติ มนุสฺสานํ ภุญฺชมานานํ อุปริโภชเนปิ
อุตฺติฏฺฐปตฺตํ อุปนาเมสฺสนฺติ อุปริขาทนีเยปิ อุตฺติฏฺฐปตฺตํ
อุปนาเมสฺสนฺติ อุปริสายนีเยปิ อุตฺติฏฺฐปตฺตํ อุปนาเมสฺสนฺติ
อุปริปานีเยปิ อุตฺติฏฺฐปตฺตํ อุปนาเมสฺสนฺติ สามํ สูปมฺปิ โอทนมฺปิ
วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชิสฺสนฺติ ภตฺตคฺเคปิ อุจฺจาสทฺทา มหาสทฺทา
วิหริสฺสนฺติ✎ ร่าง
Kathañhi nāma te, bhikkhave, moghapurisā dunnivatthā duppārutā anākappasampannā piṇḍāya carissanti, manussānaṁ bhuñjamānānaṁ uparibhojanepi uttiṭṭhapattaṁ upanāmessanti, uparikhādanīyepi uttiṭṭhapattaṁ upanāmessanti, uparisāyanīyepi uttiṭṭhapattaṁ upanāmessanti, uparipānīyepi uttiṭṭhapattaṁ upanāmessanti, sāmaṁ sūpampi odanampi viññāpetvā bhuñjissanti, bhattaggepi uccāsaddā mahāsaddā viharissanti.
เนตํ ภิกฺขเว อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ปสนฺนานํ
วา ภิยฺโยภาวาย✎ ร่าง
Netaṁ, bhikkhave, appasannānaṁ vā pasādāya, pasannānaṁ vā bhiyyobhāvāya.
อถเขฺวตํ ๒- ภิกฺขเว อปฺปสนฺนานญฺเจว
อปฺปสาทาย ปสนฺนานญฺจ เอกจฺจานํ อญฺญถตฺตายาติ ฯ✎ ร่าง
Atha khvetaṁ, bhikkhave, appasannānañceva appasādāya, pasannānañca ekaccānaṁ aññathattāyā”ti.