เนื้อความทั้งข้อ
[๑๔๒] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุทั้งหลายผู้เป็นเจ้าหน้าที่รับจีวร รับจีวรแล้วทิ้งไว้ใน
ที่นั้นแหละ แล้วหลีกไป จีวรเสียหาย ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค
พระผู้มีพระภาคตรัสอนุญาตว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้สมมติภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕
เป็นเจ้าหน้าที่เก็บจีวร คือ:-
๑. ไม่ถึงความลำเอียงเพราะความชอบพอ
๒. ไม่ถึงความลำเอียงเพราะความเกลียดชัง
๓. ไม่ถึงความลำเอียงเพราะความงมงาย
๔. ไม่ถึงความลำเอียงเพราะความกลัว และ
๕. รู้จักจีวรจำนวนที่เก็บไว้ และยังมิได้เก็บ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลสงฆ์พึงสมมติอย่างนี้.
สงฆ์พึงขอร้องภิกษุก่อน ครั้นแล้วภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้สงฆ์ทราบ
ด้วยญัตติทุติยกรรมวาจา ว่าดังนี้:-
ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึง
สมมติภิกษุมีชื่อนี้ให้เป็นเจ้าหน้าที่เก็บจีวร นี้เป็นญัตติ.
ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า สงฆ์สมมติภิกษุมีชื่อนี้ให้เป็นเจ้าหน้าที่เก็บจีวร
การสมมติภิกษุมีชื่อนี้ให้เป็นเจ้าหน้าที่เก็บจีวร ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง
ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด.
สงฆ์สมมติภิกษุมีชื่อนี้ ให้เป็นเจ้าหน้าที่เก็บจีวร ชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง
ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ด้วยอย่างนี้.
เตน โข ปน สมเยน จีวรปฏิคฺคาหกา ภิกฺขู จีวรํ
ปฏิคฺคเหตฺวา ตตฺเถว อุชฺฌิตฺวา ปกฺกมนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena cīvarapaṭiggāhakā bhikkhū cīvaraṁ paṭiggahetvā tattheva ujjhitvā pakkamanti.
อ้างอิงสยามรัฐ 5.197
จีวรํ นสฺสติ ฯ✎ ร่าง
Cīvaraṁ nassati.
ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
อนุชานามิ ภิกฺขเว ปญฺจหงฺเคหิ
สมนฺนาคตํ ภิกฺขุํ จีวรนิทาหกํ ๒- สมฺมนฺนิตุํ✎ ร่าง
“Anujānāmi, bhikkhave, pañcahaṅgehi samannāgataṁ bhikkhuṁ cīvaranidahakaṁ sammannituṁ—
อ้างอิงPTS 1.284
โย น ฉนฺทาคตึ
คจฺเฉยฺย น โทสาคตึ คจฺเฉยฺย น โมหาคตึ คจฺเฉยฺย น
ภยาคตึ คจฺเฉยฺย นิทหิตานิทหิตญฺจ ๓- ชาเนยฺย ฯ✎ ร่าง
yo na chandāgatiṁ gaccheyya, na dosāgatiṁ gaccheyya, na mohāgatiṁ gaccheyya, na bhayāgatiṁ gaccheyya, nihitānihitañca jāneyya.
เอวญฺจ ปน
ภิกฺขเว สมฺมนฺนิตพฺโพ ฯ✎ ร่าง
Evañca pana, bhikkhave, sammannitabbo.
ปฐมํ ภิกฺขุ ยาจิตพฺโพ✎ ร่าง
Paṭhamaṁ bhikkhu yācitabbo;
ยาจิตฺวา
@เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. สมฺมุติ ฯ ๒ โป. ม. จีวรนิทหกํ ฯ ๓ ม. ยุ. นิหิตานิหิตญฺจ ฯ
พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ✎ ร่าง
yācitvā byattena bhikkhunā paṭibalena saṅgho ñāpetabbo—
สุณาตุ เม
ภนฺเต สงฺโฆ✎ ร่าง
‘Suṇātu me, bhante, saṅgho.
ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ สงฺโฆ อิตฺถนฺนามํ ภิกฺขุํ
จีวรนิทาหกํ สมฺมนฺเนยฺย ฯ✎ ร่าง
Yadi saṅghassa pattakallaṁ, saṅgho itthannāmaṁ bhikkhuṁ cīvaranidahakaṁ sammanneyya.
เอสา ญตฺติ ฯ✎ ร่าง
Esā ñatti.
สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ✎ ร่าง
Suṇātu me, bhante, saṅgho.
สงฺโฆ อิตฺถนฺนามํ ภิกฺขุํ
จีวรนิทาหกํ สมฺมนฺนติ ฯ✎ ร่าง
Saṅgho itthannāmaṁ bhikkhuṁ cīvaranidahakaṁ sammannati.
ยสฺสายสฺมโต ขมติ อิตฺถนฺนามสฺส
ภิกฺขุโน จีวรนิทาหกสฺส สมฺมติ โส ตุณฺหสฺส✎ ร่าง
Yassāyasmato khamati itthannāmassa bhikkhuno cīvaranidahakassa sammuti, so tuṇhassa;
ยสฺส นกฺขมติ โส
ภาเสยฺย ฯ✎ ร่าง
yassa nakkhamati, so bhāseyya.
สมฺมโต สงฺเฆน อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ จีวรนิทาหโก ฯ✎ ร่าง
Sammato saṅghena itthannāmo bhikkhu cīvaranidahako.
ขมติ สงฺฆสฺส ตสฺมา ตุณฺหี ฯ เอวเมตํ ธารยามีติ ฯ✎ ร่าง
Khamati saṅghassa, tasmā tuṇhī, evametaṁ dhārayāmī’”ti.
—
13. Bhaṇḍāgārasammutiādikathā