เนื้อความทั้งข้อ
[๑๔๔] ก็โดยสมัยนั้นแล จีวรในเรือนคลังของสงฆ์ ไม่มีคนเฝ้า ภิกษุทั้งหลายกราบทูล
เรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคตรัสอนุญาตว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้
สมมติภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ เป็นเจ้าหน้าที่รักษาเรือนคลัง คือ:-
๑. ไม่ถึงความลำเอียงเพราะความชอบพอ
๒. ไม่ถึงความลำเอียงเพราะความเกลียดชัง
๓. ไม่ถึงความลำเอียงเพราะความงมงาย
๔. ไม่ถึงความลำเอียงเพราะความกลัว และ
๕. รู้จักจีวรจำนวนที่รักษา และยังมิได้รักษา
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลสงฆ์พึงสมมติอย่างนี้
สงฆ์พึงขอร้องภิกษุก่อน ครั้นแล้วภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้สงฆ์ทราบ
ด้วยญัตติทุติยกรรมวาจา ว่าดังนี้:-
ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึง
สมมติภิกษุมีชื่อนี้ให้เป็นเจ้าหน้าที่รักษาเรือนคลัง นี้เป็นญัตติ.
ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า สงฆ์สมมติภิกษุมีชื่อนี้ให้เป็นเจ้าหน้าที่รักษา
เรือนคลัง การสมมติภิกษุมีชื่อนี้ให้เป็นเจ้าหน้าที่รักษาเรือนคลัง ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้น
พึงเป็นผู้นิ่ง ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด.
สงฆ์สมมติ ภิกษุมีชื่อนี้ ให้เป็นเจ้าหน้าที่รักษาเรือนคลังแล้ว ชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้น
จึงนิ่ง ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ด้วยอย่างนี้.
เตน โข ปน สมเยน สงฺฆสฺส ภณฺฑาคาเร จีวรํ
อคุตฺตํ โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena saṅghassa bhaṇḍāgāre cīvaraṁ aguttaṁ hoti.
อ้างอิงพุทธชยันตี 3.704
ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
อนุชานามิ
ภิกฺขเว ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ ภิกฺขุํ ภณฺฑาคาริกํ สมฺมนฺนิตุํ
โย น ฉนฺทาคตึ คจฺเฉยฺย น โทสาคตึ คจฺเฉยฺย น โมหาคตึ
คจฺเฉยฺย น ภยาคตึ คจฺเฉยฺย คุตฺตาคุตฺตญฺจ ชาเนยฺย ฯ✎ ร่าง
“Anujānāmi, bhikkhave, pañcahaṅgehi samannāgataṁ bhikkhuṁ bhaṇḍāgārikaṁ sammannituṁ—yo na chandāgatiṁ gaccheyya, na dosāgatiṁ gaccheyya, na mohāgatiṁ gaccheyya, na bhayāgatiṁ gaccheyya, guttāguttañca jāneyya.
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว สมฺมนฺนิตพฺโพ ฯ✎ ร่าง
Evañca pana, bhikkhave, sammannitabbo.
ปฐมํ ภิกฺขุ ยาจิตพฺโพ✎ ร่าง
Paṭhamaṁ bhikkhu yācitabbo;
ยาจิตฺวา พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ✎ ร่าง
yācitvā byattena bhikkhunā paṭibalena saṅgho ñāpetabbo—
สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ✎ ร่าง
‘Suṇātu me, bhante, saṅgho.
ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ
สงฺโฆ อิตฺถนฺนามํ ภิกฺขุํ ภณฺฑาคาริกํ สมฺมนฺเนยฺย ฯ✎ ร่าง
Yadi saṅghassa pattakallaṁ, saṅgho itthannāmaṁ bhikkhuṁ bhaṇḍāgārikaṁ sammanneyya.
เอสา ญตฺติ ฯ✎ ร่าง
Esā ñatti.
สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ✎ ร่าง
Suṇātu me, bhante, saṅgho.
สงฺโฆ อิตฺถนฺนามํ ภิกฺขุํ
ภณฺฑาคาริกํ สมฺมนฺนติ ฯ✎ ร่าง
Saṅgho itthannāmaṁ bhikkhuṁ bhaṇḍāgārikaṁ sammannati.
ยสฺสายสฺมโต ขมติ อิตฺถนฺนามสฺส
ภิกฺขุโน ภณฺฑาคาริกสฺส สมฺมติ โส ตุณฺหสฺส✎ ร่าง
Yassāyasmato khamati itthannāmassa bhikkhuno bhaṇḍāgārikassa sammuti, so tuṇhassa;
ยสฺส นกฺขมติ โส
ภาเสยฺย ฯ✎ ร่าง
yassa nakkhamati, so bhāseyya.
สมฺมโต สงฺเฆน อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ ภณฺฑาคาริโก ฯ✎ ร่าง
Sammato saṅghena itthannāmo bhikkhu bhaṇḍāgāriko.
ขมติ สงฺฆสฺส ตสฺมา ตุณฺหี ฯ เอวเมตํ ธารยามีติ ฯ✎ ร่าง
Khamati saṅghassa, tasmā tuṇhī, evametaṁ dhārayāmī’”ti.
อ้างอิงPTS 1.285