เนื้อความทั้งข้อ
[๒๒๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ถูกสงฆ์ลงตัชชนียกรรม แล้วประพฤติ
โดยชอบ หายเย่อหยิ่ง ประพฤติแก้ตัวได้ จึงขอระงับตัชชนียกรรมในเรื่องนั้น ถ้าภิกษุทั้งหลาย
ได้ปรึกษาตกลงกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล ถูกสงฆ์ลงตัชชนียกรรมแล้ว
ประพฤติโดยชอบ หายเย่อหยิ่ง ประพฤติแก้ตัวได้ บัดนี้ ขอระงับตัชชนียกรรม เอาละ
พวกเราจะระงับตัชชนียกรรมแก่เธอ ดังนี้ แล้วได้พร้อมเพรียงกันโดยไม่เป็นธรรม ระงับตัชช-
*นียกรรมแก่ภิกษุรูปนั้น สงฆ์ผู้อยู่ในที่ประชุมนั้นกล่าวคัดค้านว่า กรรมเป็นวรรคโดยไม่เป็นธรรม
กรรมพร้อมเพรียงกันโดยไม่เป็นธรรม กรรมเป็นวรรคโดยธรรม กรรมเป็นวรรคโดยเทียมธรรม
กรรมพร้อมเพรียงกันโดยเทียมธรรม กรรมไม่เป็นอันทำ กรรมเป็นอันทำไม่ชอบ กรรมต้อง
ทำใหม่ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาภิกษุในที่ประชุมนั้น พวกที่กล่าวอย่างนี้ว่า กรรมพร้อมเพรียง
กันโดยไม่เป็นธรรม และพวกที่กล่าวอย่างนี้ว่า กรรมไม่เป็นอันทำ กรรมเป็นอันทำไม่ชอบ
กรรมต้องทำใหม่ บรรดาภิกษุในที่ประชุมนั้น สองพวกนี้เป็นธรรมวาที.
อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ สงฺเฆน ตชฺชนียกมฺมกโต
สมฺมา วตฺตติ โลมํ ปาเตติ เนตฺถารํ วตฺตติ ตชฺชนียกมฺมสฺส
ปฏิปฺปสฺสทฺธึ ยาจติ ฯ✎ ร่าง
Idha pana, bhikkhave, bhikkhu saṅghena tajjanīyakammakato sammā vattati, lomaṁ pāteti, netthāraṁ vattati, tajjanīyassa kammassa paṭippassaddhiṁ yācati.
ตตฺร เจ ภิกฺขูนํ เอวํ โหติ✎ ร่าง
Tatra ce bhikkhūnaṁ evaṁ hoti—
อยํ โข
อาวุโส ภิกฺขุ สงฺเฆน ตชฺชนียกมฺมกโต สมฺมา วตฺตติ โลมํ ปาเตติ
เนตฺถารํ วตฺตติ ตชฺชนียกมฺมสฺส ปฏิปฺปสฺสทฺธึ ยาจติ✎ ร่าง
‘ayaṁ kho, āvuso, bhikkhu saṅghena tajjanīyakammakato sammā vattati, lomaṁ pāteti, netthāraṁ vattati, tajjanīyassa kammassa paṭippassaddhiṁ yācati.
หนฺทสฺส
มยํ ตชฺชนียกมฺมํ ปฏิปฺปสฺสมฺเภมาติ ฯ✎ ร่าง
Handassa mayaṁ tajjanīyakammaṁ paṭippassambhemā’ti.
เต ตสฺส ตชฺชนียกมฺมํ
ปฏิปฺปสฺสมฺเภนฺติ✎ ร่าง
Te tassa tajjanīyakammaṁ paṭippassambhenti—
อธมฺเมน สมคฺคา ฯ✎ ร่าง
adhammena samaggā.
ตตฺรฏฺโฐ สงฺโฆ วิวทติ✎ ร่าง
Tatraṭṭho saṅgho vivadati—
อธมฺเมน วคฺคกมฺมํ อธมฺเมน สมคฺคกมฺมํ ธมฺเมน วคฺคกมฺมํ
ธมฺมปฏิรูปเกน วคฺคกมฺมํ ธมฺมปฏิรูปเกน สมคฺคกมฺมํ อกตํ
กมฺมํ ทุกฺกฏํ กมฺมํ ปุน กาตพฺพํ กมฺมนฺติ ฯ✎ ร่าง
‘adhammena vaggakammaṁ, adhammena samaggakammaṁ, dhammena vaggakammaṁ, dhammapatirūpakena vaggakammaṁ, dhammapatirūpakena samaggakammaṁ, akataṁ kammaṁ dukkaṭaṁ kammaṁ puna kātabbaṁ kamman’ti.
ตตฺร ภิกฺขเว
เย เต ภิกฺขู เอวมาหํสุ✎ ร่าง
Tatra, bhikkhave, ye te bhikkhū evamāhaṁsu—
อธมฺเมน สมคฺคกมฺมนฺติ เย จ เต
ภิกฺขู เอวมาหํสุ✎ ร่าง
‘adhammena samaggakamman’ti, ye ca te bhikkhū evamāhaṁsu—
อกตํ กมฺมํ ทุกฺกฏํ กมฺมํ ปุน กาตพฺพํ
กมฺมนฺติ ฯ อิเม ตตฺถ ภิกฺขู ธมฺมวาทิโน ฯ✎ ร่าง
‘akataṁ kammaṁ dukkaṭaṁ kammaṁ puna kātabbaṁ kamman’ti, ime tattha bhikkhū dhammavādino.