‹ กลับ
รับภิกษุผู้ถูกยกเข้าหมู่
เล่ม ๕ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๒ · ข้อ 258 · วิ.ม.ว.๒. ๕/๖๖๓๒ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๒๕๘] ครั้งนั้น ภิกษุผู้ถูกยกรูปนั้น พิจารณาถึงธรรมและวินัยอยู่ ได้สำนึกข้อนี้ว่า นั่นเป็นอาบัติ นั่นไม่เป็นอาบัติหามิได้ เราเป็นผู้ต้องอาบัติแล้ว ไม่เป็นผู้ต้องอาบัติหามิได้ เราเป็นผู้ถูกยกแล้ว ไม่เป็นผู้ถูกยกหามิได้ เราเป็นผู้ถูกยกแล้วด้วยกรรมเป็นธรรม ไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะ ครั้นแล้วเข้าไปหาภิกษุพวกที่สนับสนุนภิกษุผู้ถูกยก แล้วได้กล่าวคำนี้แก่ภิกษุ พวกนั้นว่า อาวุโสทั้งหลาย นั่นเป็นอาบัติ นั่นไม่เป็นอาบัติหามิได้ ผมเป็นผู้ต้องอาบัติแล้ว ไม่เป็นผู้ต้องอาบัติหามิได้ ผมเป็นผู้ถูกยกแล้ว ไม่เป็นผู้ถูกยกหามิได้ ผมถูกยกด้วยกรรมเป็นธรรม ไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะ มาเถิดท่านทั้งหลาย ขอได้กรุณารับผมเข้าหมู่ด้วยเถิด ขอรับ. ลำดับนั้น ภิกษุพวกที่สนับสนุนภิกษุผู้ถูกยกเหล่านั้น พาภิกษุผู้ถูกยกรูปนั้น เข้าไปใน พุทธสำนัก ครั้นถึงแล้ว ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคนั่งเฝ้าอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง แล้วได้ กราบทูลคำนี้แด่พระผู้มีพระภาคว่า พระพุทธเจ้าข้า ภิกษุผู้ถูกยกรูปนี้ กล่าวอย่างนี้ว่า อาวุโส ทั้งหลาย นั่นเป็นอาบัติ นั่นไม่เป็นอาบัติหามิได้ ผมเป็นผู้ต้องอาบัติแล้ว ไม่เป็นผู้ต้องอาบัติ หามิได้ ผมเป็นผู้ถูกยกแล้ว ไม่เป็นผู้ถูกยกหามิได้ ผมเป็นผู้ถูกยกแล้วด้วยกรรมเป็นธรรม ไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะ มาเถิด ท่านทั้งหลาย ขอได้กรุณารับผมเข้าหมู่ด้วยเถิด ขอรับ ดังนี้ พวกข้าพระพุทธเจ้าจะพึงปฏิบัติอย่างไร พระพุทธเจ้าข้า? พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย นั่นเป็นอาบัติ นั่นไม่เป็นอาบัติหามิได้ ภิกษุนั่นต้องอาบัติแล้ว ภิกษุนั่นไม่ต้องอาบัติหามิได้ ภิกษุนั่นถูกยกแล้ว ภิกษุนั่นไม่ถูกยก หามิได้ ภิกษุนั่นถูกยกแล้วด้วยกรรมเป็นธรรม ไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะ เพราะภิกษุนั้นต้องอาบัติ ถูกยกแล้ว และเห็นอาบัติ ฉะนั้น พวกเธอจงรับภิกษุนั้นเข้าหมู่ จึงภิกษุพวกที่สนับสนุนภิกษุผู้ถูกยกเหล่านั้น รับภิกษุผู้ถูกยกรูปนั้นเข้าหมู่แล้ว เข้าไป หาภิกษุพวกยกถึงที่อยู่ ได้กล่าวคำนี้แก่ภิกษุพวกยกว่า อาวุโสทั้งหลาย ความบาดหมาง ความ ทะเลาะ ความแก่งแย่ง การวิวาทแห่งสงฆ์ ความแตกแห่งสงฆ์ ความร้าวรานแห่งสงฆ์ การถือต่างกันแห่งสงฆ์ การทำต่างกันแห่งสงฆ์ ได้มีแล้วเพราะเรื่องใด ภิกษุนั่นนั้น ต้องอาบัติ แล้ว ถูกยกแล้วเห็นอาบัติ และสงฆ์รับเข้าหมู่แล้ว เอาละ พวกเราจะทำสังฆสามัคคี เพื่อระงับ เรื่องนั้น. จึงภิกษุพวกยกเหล่านั้น เข้าไปในพุทธสำนัก ครั้นแล้วถวายบังคมพระผู้มีพระภาค นั่งเฝ้าอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง แล้วได้กราบทูลคำนี้แด่พระผู้มีพระภาคว่า พระพุทธเจ้าข้า ภิกษุพวกที่สนับสนุนภิกษุผู้ถูกยกเหล่านั้น กล่าวอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ความบาดหมาง ความทะเลาะ ความแก่งแย่ง การวิวาทแห่งสงฆ์ ความแตกแห่งสงฆ์ ความร้าวรานแห่งสงฆ์ การถือต่างกันแห่งสงฆ์ การทำต่างกันแห่งสงฆ์ ได้มีแล้ว เพราะเรื่องใด ภิกษุนั่นนั้นต้องอาบัติ แล้ว ถูกยกแล้ว เห็นอาบัติแล้ว และสงฆ์รับเข้าหมู่แล้ว เอาละ พวกเราจะทำสังฆสามัคคี เพื่อระงับเรื่องนั้น ดังนี้ พวกข้าพระพุทธเจ้าจะพึงปฏิบัติอย่างไรหนอ พระพุทธเจ้าข้า? พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะภิกษุนั้นต้องอาบัติแล้วถูกยกแล้ว เห็นอาบัติแล้ว และสงฆ์เข้ารับหมู่แล้ว ถ้าเช่นนั้น สงฆ์จงทำสังฆสามัคคี เพื่อระงับเรื่องนั้น. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลสังฆสามัคคีพึงทำอย่างนี้ คือภิกษุทั้งหลาย ทั้งที่อาพาธ ทั้งที่ ไม่อาพาธ พึงประชุมพร้อมกันทุกๆ รูป รูปไหนจะให้ฉันทะไม่ได้ ครั้นประชุมกันแล้ว ภิกษุ ผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้สงฆ์ทราบ ด้วยญัตติทุติยกรรมวาจา ว่าดังนี้:- ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ความบาดหมาง ความทะเลาะ ความแก่งแย่ง ความวิวาทแห่งสงฆ์ ความแตกแห่งสงฆ์ ความร้าวรานแห่งสงฆ์ การถือต่างกันแห่งสงฆ์ การทำต่างกันแห่งสงฆ์ ได้มีแล้วเพราะเรื่องใด ภิกษุนั่นนั้นต้องอาบัติแล้ว ถูกยกแล้ว เห็นอาบัติแล้ว และสงฆ์เรียกเข้าหมู่แล้ว ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงทำ สังฆสามัคคีเพื่อระงับเรื่องนั้น นี่เป็นญัตติ ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ความบาดหมาง ความทะเลาะ ความแก่งแย่ง ความวิวาทแห่งสงฆ์ ความแตกแห่งสงฆ์ ความร้าวรานแห่งสงฆ์ การถือต่างกันแห่งสงฆ์ การทำต่างกันแห่งสงฆ์ ได้มีแล้วเพราะเรื่องใด ภิกษุนั่นนั้นต้องอาบัติแล้ว ถูกยกแล้ว เห็นอาบัติแล้ว และสงฆ์เรียกเข้าหมู่แล้ว สงฆ์ทำสังฆสามัคคีเพื่อระงับเรื่องนั้น การทำ สังฆสามัคคีเพื่อระงับเรื่องนั้น ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด สงฆ์ทำสังฆสามัคคีเพื่อระงับเรื่องนั้นแล้ว ความแตกแห่งสงฆ์ ถูกกำจัดแล้ว ความ ร้าวรานแห่งสงฆ์ถูกกำจัดแล้ว การถือต่างกันแห่งสงฆ์ถูกกำจัดแล้ว การทำต่างกันแห่งสงฆ์ ถูกกำจัดแล้ว ชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง ข้าพเจ้าทรงความนี้ ไว้ด้วยอย่างนี้. สงฆ์พึงทำอุโบสถ พึงสวดปาติโมกข์ ในขณะนั้นเทียว.
เทียบรายประโยค (56 ประโยค)
pli-tv-kd10:5.11.1 #
อถโข ตสฺส อุกฺขิตฺตกสฺส ภิกฺขุโน ธมฺมญฺจ วินยญฺจ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส เอตทโหสิ✎ ร่าง
Atha kho tassa ukkhittakassa bhikkhuno dhammañca vinayañca paccavekkhantassa etadahosi—
อ้างอิงสยามรัฐ 5.350 · ฉัฏฐสังคายนา 89.480
pli-tv-kd10:5.11.2 #
อาปตฺติ เอสา เนสา อนาปตฺติ✎ ร่าง
“āpatti esā, nesā anāpatti.
pli-tv-kd10:5.11.3 #
อาปนฺโนมฺหิ นมฺหิ อนาปนฺโน✎ ร่าง
Āpannomhi, namhi anāpanno.
pli-tv-kd10:5.11.4 #
อุกฺขิตฺโตมฺหิ นมฺหิ อนุกฺขิตฺโต✎ ร่าง
Ukkhittomhi, namhi anukkhitto.
pli-tv-kd10:5.11.5 #
ธมฺมิเกนมฺหิ กมฺเมน อุกฺขิตฺโต อกุปฺเปน ฐานารเหนาติ ฯ✎ ร่าง
Dhammikenamhi kammena ukkhitto akuppena ṭhānārahenā”ti.
pli-tv-kd10:5.11.6 #
อถโข โส อุกฺขิตฺตโก ภิกฺขุ เยน อุกฺขิตฺตานุวตฺตกา ภิกฺขู เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อุกฺขิตฺตานุวตฺตเก ภิกฺขู เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho so ukkhittako bhikkhu yena ukkhittānuvattakā bhikkhū tenupasaṅkami, upasaṅkamitvā ukkhittānuvattake bhikkhū etadavoca—
pli-tv-kd10:5.11.7 #
อาปตฺติ เอสา อาวุโส✎ ร่าง
“āpatti esā, āvuso;
pli-tv-kd10:5.11.8 #
เนสา อนาปตฺติ✎ ร่าง
nesā anāpatti.
pli-tv-kd10:5.11.9 #
อาปนฺโนมฺหิ นมฺหิ อนาปนฺโน✎ ร่าง
Āpannomhi, namhi anāpanno.
pli-tv-kd10:5.11.10 #
อุกฺขิตฺโตมฺหิ นมฺหิ อนุกฺขิตฺโต✎ ร่าง
Ukkhittomhi, namhi anukkhitto.
pli-tv-kd10:5.11.11 #
ธมฺมิเกนมฺหิ กมฺเมน อุกฺขิตฺโต อกุปฺเปน ฐานารเหน✎ ร่าง
Dhammikenamhi kammena ukkhitto akuppena ṭhānārahena.
pli-tv-kd10:5.11.12 #
เอถ มํ อายสฺมนฺโต โอสาเรถาติ ฯ✎ ร่าง
Etha maṁ āyasmanto osārethā”ti.
pli-tv-kd10:5.12.1 #
อถโข เต อุกฺขิตฺตานุวตฺตกา ภิกฺขู ตํ อุกฺขิตฺตกํ ภิกฺขุํ อาทาย เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ ฯ✎ ร่าง
Atha kho te ukkhittānuvattakā bhikkhū taṁ ukkhittakaṁ bhikkhuṁ ādāya yena bhagavā tenupasaṅkamiṁsu, upasaṅkamitvā bhagavantaṁ abhivādetvā ekamantaṁ nisīdiṁsu.
pli-tv-kd10:5.12.2 #
เอกมนฺตํ นิสินฺนา โข เต ภิกฺขู ภควนฺตํ เอตทโวจุํ✎ ร่าง
Ekamantaṁ nisinnā kho te bhikkhū bhagavantaṁ etadavocuṁ—
pli-tv-kd10:5.12.3 #
อยํ ภนฺเต อุกฺขิตฺตโก ภิกฺขุ เอวมาห✎ ร่าง
“ayaṁ, bhante, ukkhittako bhikkhu evamāha—
pli-tv-kd10:5.12.4 #
อาปตฺติ @เชิงอรรถ: ๑ ม. เสนาสเน ฯ ๒ ม. อยํ ปาโฐ นตฺถิ ฯ เอสา อาวุโส✎ ร่าง
‘āpatti esā, āvuso;
pli-tv-kd10:5.12.5 #
เนสา อนาปตฺติ✎ ร่าง
nesā anāpatti.
pli-tv-kd10:5.12.6 #
อาปนฺโนมฺหิ นมฺหิ อนาปนฺโน✎ ร่าง
Āpannomhi, namhi anāpanno.
pli-tv-kd10:5.12.7 #
อุกฺขิตฺโตมฺหิ นมฺหิ อนุกฺขิตฺโต✎ ร่าง
Ukkhittomhi, namhi anukkhitto.
pli-tv-kd10:5.12.8 #
ธมฺมิเกนมฺหิ กมฺเมน อุกฺขิตฺโต อกุปฺเปน ฐานารเหน✎ ร่าง
Dhammikenamhi kammena ukkhitto akuppena ṭhānārahena.
pli-tv-kd10:5.12.9 #
เอถ มํ อายสฺมนฺโต โอสาเรถาติ✎ ร่าง
Etha maṁ āyasmanto osārethā’ti.
pli-tv-kd10:5.12.10 #
กถํ นุ โข ภนฺเต ปฏิปชฺชิตพฺพนฺติ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ nu kho, bhante, paṭipajjitabban”ti?
pli-tv-kd10:5.12.11 #
อาปตฺติ เอสา ภิกฺขเว✎ ร่าง
“Āpatti esā, bhikkhave;
pli-tv-kd10:5.12.12 #
เนสา อนาปตฺติ✎ ร่าง
nesā anāpatti.
pli-tv-kd10:5.12.13 #
อาปนฺโน เอโส ภิกฺขุ เนโส ภิกฺขุ อนาปนฺโน✎ ร่าง
Āpanno eso bhikkhu, neso bhikkhu anāpanno.
pli-tv-kd10:5.12.14 #
อุกฺขิตฺโต เอโส ภิกฺขุ เนโส ภิกฺขุ อนุกฺขิตฺโต✎ ร่าง
Ukkhitto eso bhikkhu, neso bhikkhu anukkhitto.
pli-tv-kd10:5.12.15 #
ธมฺมิเกน กมฺเมน อุกฺขิตฺโต อกุปฺเปน ฐานารเหน✎ ร่าง
Dhammikena kammena ukkhitto akuppena ṭhānārahena.
อ้างอิงPTS 1.357
pli-tv-kd10:5.12.16 #
ยโต จ โข โส ภิกฺขเว ภิกฺขุ อาปนฺโน จ อุกฺขิตฺโต จ ปสฺสติ จ เตนหิ ภิกฺขเว ตํ ภิกฺขุํ โอสาเรถาติ ฯ✎ ร่าง
Yato ca kho so, bhikkhave, bhikkhu āpanno ca ukkhitto ca passati ca, tena hi, bhikkhave, taṁ bhikkhuṁ osārethā”ti.
pli-tv-kd10:5.13.0 #
8. Saṅghasāmaggīkathā
pli-tv-kd10:5.13.1 #
อถโข เต อุกฺขิตฺตานุวตฺตกา ภิกฺขู ตํ อุกฺขิตฺตกํ ภิกฺขุํ โอสาเรตฺวา เยน อุกฺเขปกา ภิกฺขู เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา อุกฺเขปเก ภิกฺขู เอตทโวจุํ✎ ร่าง
Atha kho te ukkhittānuvattakā bhikkhū taṁ ukkhittakaṁ bhikkhuṁ osāretvā yena ukkhepakā bhikkhū tenupasaṅkamiṁsu, upasaṅkamitvā ukkhepake bhikkhū etadavocuṁ—
อ้างอิงพุทธชยันตี 3.888
pli-tv-kd10:5.13.2 #
ยสฺมึ อาวุโส วตฺถุสฺมึ อโหสิ สงฺฆสฺส ภณฺฑนํ กลโห วิคฺคโห วิวาโท สงฺฆเภโท สงฺฆราชิ สงฺฆววตฺถานํ สงฺฆนานากรณํ โส เอโส ภิกฺขุ อาปนฺโน จ อุกฺขิตฺโต จ ปสฺสิ จ โอสาริโต จ✎ ร่าง
“yasmiṁ, āvuso, vatthusmiṁ ahosi saṅghassa bhaṇḍanaṁ kalaho viggaho vivādo saṅghabhedo saṅgharāji saṅghavavatthānaṁ saṅghanānākaraṇaṁ, so eso bhikkhu āpanno ca ukkhitto ca passi ca osārito ca.
pli-tv-kd10:5.13.3 #
หนฺท มยํ อาวุโส ตสฺส วตฺถุสฺส วูปสมาย สงฺฆสามคฺคึ กโรมาติ ฯ✎ ร่าง
Handa mayaṁ, āvuso, tassa vatthussa vūpasamāya saṅghasāmaggiṁ karomā”ti.
pli-tv-kd10:5.13.4 #
อถโข เต อุกฺเขปกา ภิกฺขู เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ ฯ✎ ร่าง
Atha kho te ukkhepakā bhikkhū yena bhagavā tenupasaṅkamiṁsu, upasaṅkamitvā bhagavantaṁ abhivādetvā ekamantaṁ nisīdiṁsu.
อ้างอิงสยามรัฐ 5.351 · ฉัฏฐสังคายนา 89.481
pli-tv-kd10:5.13.5 #
เอกมนฺตํ นิสินฺนา โข เต อุกฺเขปกา ๑- ภิกฺขู ภควนฺตํ เอตทโวจุํ✎ ร่าง
Ekamantaṁ nisinnā kho te bhikkhū bhagavantaṁ etadavocuṁ—
pli-tv-kd10:5.13.6 #
เต ภนฺเต อุกฺขิตฺตานุวตฺตกา ภิกฺขู เอวมาหํสุ✎ ร่าง
“te, bhante, ukkhittānuvattakā bhikkhū evamāhaṁsu—
pli-tv-kd10:5.13.7 #
ยสฺมึ อาวุโส วตฺถุสฺมึ อโหสิ สงฺฆสฺส ภณฺฑนํ กลโห วิคฺคโห วิวาโท สงฺฆเภโท สงฺฆราชิ สงฺฆววตฺถานํ @เชิงอรรถ: ๑ ม. อยํ ปาโฐ นตฺถิ ฯ สงฺฆนานากรณํ โส เอโส ภิกฺขุ อาปนฺโน จ อุกฺขิตฺโต จ ปสฺสิ จ โอสาริโต จ✎ ร่าง
‘yasmiṁ, āvuso, vatthusmiṁ ahosi saṅghassa bhaṇḍanaṁ kalaho viggaho vivādo saṅghabhedo saṅgharāji saṅghavavatthānaṁ saṅghanānākaraṇaṁ, so eso bhikkhu āpanno ca ukkhitto ca passi ca osārito ca.
pli-tv-kd10:5.13.8 #
หนฺท มยํ อาวุโส ตสฺส วตฺถุสฺส วูปสมาย สงฺฆสามคฺคึ กโรมาติ✎ ร่าง
Handa mayaṁ, āvuso, tassa vatthussa vūpasamāya saṅghasāmaggiṁ karomā’ti.
pli-tv-kd10:5.13.9 #
กถํ นุ โข ภนฺเต ปฏิปชฺชิตพฺพนฺติ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ nu kho, bhante, paṭipajjitabban”ti?
pli-tv-kd10:5.14.1 #
ยโต จ โข โส ภิกฺขเว ภิกฺขุ อาปนฺโน จ อุกฺขิตฺโต จ ปสฺสิ จ โอสาริโต จ เตนหิ ภิกฺขเว สงฺโฆ ตสฺส วตฺถุสฺส วูปสมาย สงฺฆสามคฺคึ กโรตุ ฯ✎ ร่าง
“Yato ca kho so, bhikkhave, bhikkhu āpanno ca ukkhitto ca passi ca osārito ca, tena hi, bhikkhave, saṅgho tassa vatthussa vūpasamāya saṅghasāmaggiṁ karotu.
pli-tv-kd10:5.14.2 #
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว กาตพฺพา ฯ✎ ร่าง
Evañca pana, bhikkhave, kātabbā.
pli-tv-kd10:5.14.3 #
สพฺเพเหว เอกชฺฌํ สนฺนิปติตพฺพํ คิลาเนหิ จ อคิลาเนหิ จ✎ ร่าง
Sabbeheva ekajjhaṁ sannipatitabbaṁ gilānehi ca agilānehi ca.
pli-tv-kd10:5.14.4 #
น เกหิจิ ฉนฺโท ทาตพฺโพ ฯ✎ ร่าง
Na kehici chando dātabbo.
pli-tv-kd10:5.14.5 #
สนฺนิปติตฺวา พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ✎ ร่าง
Sannipatitvā byattena bhikkhunā paṭibalena saṅgho ñāpetabbo—
pli-tv-kd10:5.14.6 #
สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ✎ ร่าง
‘Suṇātu me, bhante, saṅgho.
pli-tv-kd10:5.14.7 #
ยสฺมึ วตฺถุสฺมึ อโหสิ สงฺฆสฺส ภณฺฑนํ กลโห วิคฺคโห วิวาโท สงฺฆเภโท สงฺฆราชิ สงฺฆววตฺถานํ สงฺฆนานากรณํ โส เอโส ภิกฺขุ อาปนฺโน จ อุกฺขิตฺโต จ ปสฺสิ จ โอสาริโต จ ฯ✎ ร่าง
Yasmiṁ vatthusmiṁ ahosi saṅghassa bhaṇḍanaṁ kalaho viggaho vivādo saṅghabhedo saṅgharāji saṅghavavatthānaṁ saṅghanānākaraṇaṁ, so eso bhikkhu āpanno ca ukkhitto ca passi ca osārito ca.
pli-tv-kd10:5.14.8 #
ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ สงฺโฆ ตสฺส วตฺถุสฺส วูปสมาย สงฺฆสามคฺคึ กเรยฺย ฯ✎ ร่าง
Yadi saṅghassa pattakallaṁ, saṅgho tassa vatthussa vūpasamāya saṅghasāmaggiṁ kareyya.
pli-tv-kd10:5.14.9 #
เอสา ญตฺติ ฯ✎ ร่าง
Esā ñatti.
pli-tv-kd10:5.14.10 #
สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ✎ ร่าง
Suṇātu me, bhante, saṅgho.
pli-tv-kd10:5.14.11 #
ยสฺมึ วตฺถุสฺมึ อโหสิ สงฺฆสฺส ภณฺฑนํ กลโห วิคฺคโห วิวาโท สงฺฆเภโท สงฺฆราชิ สงฺฆววตฺถานํ สงฺฆนานากรณํ โส เอโส ภิกฺขุ อาปนฺโน จ อุกฺขิตฺโต จ ปสฺสิ จ โอสาริโต จ ฯ✎ ร่าง
Yasmiṁ vatthusmiṁ ahosi saṅghassa bhaṇḍanaṁ kalaho viggaho vivādo saṅghabhedo saṅgharāji saṅghavavatthānaṁ saṅghanānākaraṇaṁ, so eso bhikkhu āpanno ca ukkhitto ca passi ca osārito ca.
pli-tv-kd10:5.14.12 #
สงฺโฆ ตสฺส วตฺถุสฺส วูปสมาย สงฺฆสามคฺคึ กโรติ ฯ✎ ร่าง
Saṅgho tassa vatthussa vūpasamāya saṅghasāmaggiṁ karoti.
pli-tv-kd10:5.14.13 #
ยสฺสายสฺมโต ขมติ ตสฺส วตฺถุสฺส วูปสมาย สงฺฆสามคฺคิยา กรณํ โส ตุณฺหสฺส ยสฺส นกฺขมติ โส ภาเสยฺย ฯ✎ ร่าง
Yassāyasmato khamati tassa vatthussa vūpasamāya saṅghasāmaggiyā karaṇaṁ, so tuṇhassa, yassa nakkhamati so bhāseyya.
pli-tv-kd10:5.14.14 #
กตา สงฺเฆน ตสฺส วตฺถุสฺส วูปสมาย สงฺฆสามคฺคี✎ ร่าง
Katā saṅghena tassa vatthussa vūpasamāya saṅghasāmaggī.
อ้างอิงสยามรัฐ 5.352
pli-tv-kd10:5.14.15 #
นีหโต สงฺฆเภโท นีหตา สงฺฆราชิ นีหตํ สงฺฆววตฺถานํ นีหตํ สงฺฆนานากรณํ ๑- ฯ✎ ร่าง
Nihato saṅghabhedo, nihatā saṅgharāji, nihataṁ saṅghavavatthānaṁ, nihataṁ saṅghanānākaraṇaṁ.
pli-tv-kd10:5.14.16 #
ขมติ สงฺฆสฺส ตสฺมา ตุณฺหี ฯ เอวเมตํ ธารยามีติ ฯ✎ ร่าง
Khamati saṅghassa, tasmā tuṇhī, evametaṁ dhārayāmī’ti.
pli-tv-kd10:5.14.17 #
ตาวเทว อุโปสโถ กาตพฺโพ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิตพฺพนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tāvadeva uposatho kātabbo, pātimokkhaṁ uddisitabban”ti.
pli-tv-kd10:6.1.0 #
9. Upālisaṅghasāmaggīpucchā
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๕ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๒
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน