เนื้อความทั้งข้อ
[๒๘] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุทั้งหลายที่อาพาธมีความต้องการด้วยรากไม้เป็นเภสัช
จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาค ตรัสอนุญาตแก่ภิกษุทั้งหลายว่า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตรากไม้ที่เป็นเภสัช คือ ขมิ้น ขิง ว่านน้ำ ว่านเปราะ อุตพิด
ข่า แฝก แห้วหมู ก็หรือมูลเภสัช แม้ชนิดอื่นใดบรรดามี ที่ไม่สำเร็จประโยชน์แก่ของควรเคี้ยว
ที่ไม่สำเร็จประโยชน์แก่ของควรบริโภคในของควรบริโภค รับประเคนมูลเภสัชเหล่านั้นแล้วเก็บ
ไว้ได้จนตลอดชีพ ต่อมีเหตุ จึงให้บริโภคได้ เมื่อเหตุไม่มี ภิกษุบริโภค ต้องอาบัติทุกกฏ.
สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายที่อาพาธมีความต้องการด้วยรากไม้ที่เป็นเภสัชชนิดละเอียด
จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคตรัสอนุญาตแก่ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกร
ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตตัวหินบด ลูกหินบด.
เตน โข ปน สมเยน คิลานานํ ภิกฺขูนํ มูเลหิ เภสชฺเชหิ
อตฺโถ โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena gilānānaṁ bhikkhūnaṁ mūlehi bhesajjehi attho hoti.
ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
อนุชานามิ ภิกฺขเว
มูลานิ เภสชฺชานิ✎ ร่าง
“Anujānāmi, bhikkhave, mūlāni bhesajjāni—
อ้างอิงPTS 1.201
หลิทฺทํ สิงฺคิเวรํ วจํ วจตฺถํ อติวิสํ กฏุกโรหิณึ
อุสีรํ ภทฺทมุตฺตกํ ยานิ วา ปนญฺญานิปิ อตฺถิ มูลานิ เภสชฺชานิ
เนว ขาทนีเย ขาทนิยตฺถํ ๔- ผรนฺติ น โภชนีเย โภชนียตฺถํ ๕- ผรนฺติ
ตานิ✎ ร่าง
haliddiṁ, siṅgiveraṁ, vacaṁ, vacattaṁ, ativisaṁ, kaṭukarohiṇiṁ, usīraṁ, bhaddamuttakaṁ, yāni vā panaññānipi atthi mūlāni bhesajjāni, neva khādanīye khādanīyatthaṁ pharanti, na bhojanīye bhojanīyatthaṁ pharanti, tāni—
ปฏิคฺคเหตฺวา ยาวชีวํ ปริหริตุํ✎ ร่าง
paṭiggahetvā yāvajīvaṁ pariharituṁ;
สติ ปจฺจเย ปริภุญฺชิตุํ✎ ร่าง
sati paccaye paribhuñjituṁ.
อสติ ปจฺจเย ปริภุญฺชนฺตสฺส อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ✎ ร่าง
Asati paccaye paribhuñjantassa āpatti dukkaṭassā”ti.
เตน โข
@เชิงอรรถ: ๑ ม. สุสุมารสํ ฯ ๒ สี. นิปฺปกฺกํ ฯ ๓ สี. โป. สํสตฺตํ ฯ ๔ ยุ. ขาทนียตฺตํ ฯ@๕ ยุ. โภชนียตฺตํ ฯ
ปน สมเยน คิลานานํ ภิกฺขูนํ มูเลหิ เภสชฺเชหิ ปิฏฺเฐหิ อตฺโถ
โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena gilānānaṁ bhikkhūnaṁ mūlehi bhesajjehi piṭṭhehi attho hoti.
อ้างอิงสยามรัฐ 5.42
ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
อนุชานามิ ภิกฺขเว
นิสทํ นิสทโปตนฺติ ๑- ฯ✎ ร่าง
“Anujānāmi, bhikkhave, nisadaṁ nisadapotakan”ti.