PAGODA
หน้าแรก
ครูบาอาจารย์
เกี่ยวกับ
สารบัญ
›
เล่ม ๕ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๒
› ข้อ 3
‹ กลับ
เศรษฐีบุตรโสณโกฬิวิสะเข้าเฝ้าพระเจ้าพิมพิสาร
เล่ม ๕ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๒ · ข้อ 3 ·
วิ.ม.ว.๒. ๕/๑ ↗
‹ ข้อ 2
ข้อ 4 ›
👁 การแสดงผล
▾
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
คำแปลไทย (ทั้งข้อ)
บาลีอักษรไทย
บาลีโรมัน
เนื้อความทั้งข้อ
แปลไทย ฉบับหลวง
บาลีอักษรไทย
[๓] ครั้งนั้น ท่านพระโสณะบรรลุพระอรหัตแล้ว ได้คิดว่า ถ้ากระไรเราพึงพยากรณ์ อรหัตผลในสำนักพระผู้มีพระภาค แล้วจึงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถวายบังคมนั่งเฝ้าอยู่ ครั้นแล้ว ได้กราบทูลคำนี้แด่พระผู้มีพระภาค ว่าดังนี้:- พระพุทธเจ้าข้า ภิกษุใด เป็นพระอรหันต์มีอาสวะสิ้นแล้ว อยู่จบพรหมจรรย์แล้ว มีกิจที่ควรทำได้ทำเสร็จแล้ว ปลงภาระลงแล้ว มีประโยชน์ของตนได้ถึงแล้วโดยลำดับ มีกิเลส เครื่องประกอบสัตว์ไว้ในภพหมดสิ้นแล้ว หลุดพ้นแล้วเพราะรู้ชอบ ภิกษุนั้นย่อมน้อมใจ ไปสู่ เหตุ ๖ สถาน คือ ๑. น้อมใจไปสู่บรรพชา ๒. น้อมใจไปสู่ความเงียบสงัด ๓. น้อมใจไปสู่ความไม่เบียดเบียน ๔. น้อมใจไปสู่ความสิ้นอุปาทาน ๕. น้อมใจไปสู่ความสิ้นตัณหา และ ๖. น้อมใจไปสู่ความไม่หลงไหล พระพุทธเจ้าข้า ก็บางทีจะมีบางท่านในพระธรรมวินัยนี้สำคัญเห็นเช่นนี้ว่า ท่านผู้นี้อาศัย คุณแต่เพียงศรัทธาอย่างเดียวเป็นแน่ จึงน้อมใจไปสู่บรรพชา ดังนี้พระพุทธเจ้าข้า ก็ข้อนี้ไม่พึง เห็นอย่างนั้นเลย ภิกษุขีณาสพผู้อยู่จบพรหมจรรย์แล้ว มีกิจที่ควรทำได้ทำเสร็จแล้ว ไม่เห็นว่า ตนยังมีกิจที่จำจะต้องทำ หรือจะต้องกลับสะสมทำกิจที่ได้ทำแล้ว จึงน้อมใจสู่บรรพชา โดยที่ตน ปราศจากราคะ เพราะสิ้นราคะ จึงน้อมใจไปสู่บรรพชา โดยที่ตนปราศจากโทสะ เพราะสิ้นโทสะ จึงน้อมใจไปสู่บรรพชา โดยที่ตนปราศจากโมหะ เพราะสิ้นโมหะ พระพุทธเจ้าข้า ก็บางทีจะมีบางท่านในพระธรรมวินัยนี้ สำคัญเห็นเช่นนี้ว่า ท่านผู้นี้ ปรารถนาลาภสักการะและความสรรเสริญเป็นแน่ จึงน้อมใจไปในความเงียบสงัด ดังนี้ พระพุทธ- *เจ้าข้า ข้อนี้ก็ไม่พึงเห็นอย่างนั้นเลย ภิกษุขีณาสพผู้อยู่จบพรหมจรรย์แล้ว มีกิจที่ควรทำได้ ทำเสร็จแล้ว ไม่เห็นว่าตนยังมีกิจที่จำจะต้องทำ หรือจะต้องกลับสะสมทำกิจที่ได้ทำแล้ว จึง น้อมใจไปสู่ความเงียบสงัด โดยที่ตนปราศจากราคะ เพราะสิ้นราคะ จึงน้อมใจไปสู่ความ เงียบสงัด โดยที่ตนปราศจากโทสะ เพราะสิ้นโทสะ จึงน้อมใจไปสู่ความเงียบสงัด โดยที่ตน ปราศจากโมหะ เพราะสิ้นโมหะ พระพุทธเจ้าข้า ก็บางทีจะมีบางท่านในพระธรรมวินัยนี้ สำคัญเห็นเช่นนี้ว่า ท่านผู้นี้ เชื่อถือสีลัพพตปรามาส โดยความเป็นแก่นสารเป็นแน่ จึงน้อมใจไปสู่ความไม่เบียดเบียน ดังนี้ พระพุทธเจ้าข้า ข้อนี้ก็ไม่พึงเห็นอย่างนั้นเลย ภิกษุขีณาสพผู้อยู่จบพรหมจรรย์แล้ว มีกิจที่ควร ทำได้ทำเสร็จแล้ว ไม่เห็นว่าตนยังมีกิจที่จำจะต้องทำ หรือจะต้องกลับสะสมทำกิจที่ได้ทำแล้ว จึงน้อมใจไปสู่ความไม่เบียดเบียน โดยที่ตนปราศจากราคะ เพราะสิ้นราคะ จึงน้อมใจไปสู่ความ ไม่เบียดเบียน โดยที่ตนปราศจากโทสะ เพราะสิ้นโทสะ จึงน้อมใจไปสู่ความไม่เบียดเบียน โดยที่ตนปราศจากโมหะ เพราะสิ้นโมหะ ... จึงน้อมใจไปสู่ความสิ้นอุปาทาน โดยที่ตนปราศจากราคะ เพราะสิ้นราคะ จึงน้อมใจ ไปสู่ความสิ้นอุปาทาน โดยที่ตนปราศจากโทสะ เพราะสิ้นโทสะ จึงน้อมใจไปสู่ความสิ้นอุปาทาน โดยที่ตนปราศจากโมหะ เพราะสิ้นโมหะ ... จึงน้อมใจไปสู่ความสิ้นตัณหา โดยที่ตนปราศจากราคะ เพราะสิ้นราคะ จึงน้อมใจ ไปสู่ความสิ้นตัณหา โดยที่ตนปราศจากโทสะ เพราะสิ้นโทสะ จึงน้อมใจไปสู่ความสิ้นตัณหา โดยที่ตนปราศจากโมหะ เพราะสิ้นโมหะ ... จึงน้อมใจไปสู่ความไม่หลงใหล โดยที่ตนปราศจากราคะ เพราะสิ้นราคะ จึงน้อมใจ ไปสู่ความไม่หลงใหล โดยที่ตนปราศจากโทสะ เพราะสิ้นโทสะ จึงน้อมใจไปสู่ความไม่หลงใหล โดยที่ตนปราศจากโมหะ เพราะสิ้นโมหะ พระพุทธเจ้าข้า แม้หากรูปารมณ์ที่หยาบ ซึ่งจะพึงทราบชัดด้วยจักษุ ผ่านมาสู่คลองจักษุ ของภิกษุผู้มีจิตหลุดพ้นแล้วโดยชอบอย่างนี้ ก็ไม่ครอบงำจิตของภิกษุนั้นได้เลย จิตของภิกษุนั้น อันอารมณ์ไม่ทำให้เจือติดอยู่ได้ เป็นธรรมชาติตั้งมั่นไม่หวั่นไหว และภิกษุนั้นย่อมพิจารณาเห็น ความเกิดและความดับของจิตนั้น แม้หากสัททารมณ์ที่หยาบ ซึ่งจะพึงทราบชัดด้วยโสต .... แม้หากคันธารมณ์ที่หยาบ ซึ่งจะพึงทราบชัดด้วยฆานะ .... แม้หากรสารมณ์ที่หยาบ ซึ่งจะพึงทราบชัดด้วยชิวหา .... แม้หากโผฏฐัพพารมณ์ที่หยาบ ซึ่งจะพึงทราบชัดด้วยกาย .... แม้หากธรรมารมณ์ที่หยาบ ซึ่งจะพึงทราบชัดด้วยมโน ผ่านมาสู่คลองใจของภิกษุผู้มี จิตหลุดพ้นแล้วโดยชอบอย่างนี้ ก็ไม่ครอบงำจิตของภิกษุนั้นได้เลย จิตของภิกษุนั้นอันอารมณ์ ไม่ทำให้เจือติดอยู่ได้ เป็นธรรมชาติตั้งมั่นไม่หวั่นไหว และภิกษุนั้นย่อมพิจารณาเห็นความเกิด และความดับของจิตนั้น พระพุทธเจ้าข้า ภูเขาล้วนแล้วด้วยศิลา ไม่มีช่อง ไม่มีโพรง เป็นแท่งทึบอันเดียวกัน แม้หากลมฝนอย่างแรง พัดมาแต่ทิศตะวันออก ก็ยังภูเขานั้นให้หวั่นไหวสะเทือนสะท้าน ไม่ได้เลย แม้หากลมฝนอย่างแรง พัดมาแต่ทิศตะวันตก .... แม้หากลมฝนอย่างแรง พัดมาแต่ทิศเหนือ .... แม้หากลมฝนอย่างแรง พัดมาแต่ทิศใต้ ก็ยังภูเขานั้นให้หวั่นไหว สะเทือนสะท้าน ไม่ได้เลย แม้ฉันใด. พระพุทธเจ้าข้า แม้หากรูปารมณ์ที่หยาบ ซึ่งจะพึงทราบชัดด้วยจักษุ ผ่านมาสู่คลองจักษุ ของภิกษุผู้มีจิตหลุดพ้นแล้วโดยชอบอย่างนี้ ก็ย่อมไม่ครอบงำจิตของภิกษุนั้นได้เลย จิตของ ภิกษุนั้นอันอารมณ์ไม่ทำให้เจือติดอยู่ได้ เป็นธรรมชาติตั้งมั่นไม่หวั่นไหว และภิกษุนั้นย่อม พิจารณาเห็นความเกิดและความดับของจิตนั้น. แม้หากสัททารมณ์ที่หยาบ ซึ่งจะพึงทราบชัดด้วยโสต .... แม้หากคันธารมณ์ที่หยาบ ซึ่งจะพึงทราบด้วยฆานะ .... แม้หากรสารมณ์ที่หยาบ ซึ่งจะพึงทราบด้วยชิวหา .... แม้หากโผฏฐัพพารมณ์ที่หยาบ ซึ่งจะพึงทราบชัดด้วยกาย .... แม้หากธรรมารมณ์ที่หยาบ ซึ่งจะพึงทราบชัดด้วยมโน ผ่านมาสู่คลองใจของภิกษุผู้มีจิต หลุดพ้นแล้วโดยชอบอย่างนี้ ก็ไม่ครอบงำจิตของภิกษุนั้นได้เลย จิตของภิกษุนั้นอันอารมณ์ ไม่ทำให้เจือติดอยู่ได้ เป็นธรรมชาติตั้งมั่นไม่หวั่นไหว และภิกษุนั้นย่อมพิจารณาเห็นความเกิด และความดับของจิตนั้น ฉันนั้นเหมือนกันแล.
▴ ย่อ
เทียบรายประโยค (8 ประโยค)
pli-tv-kd5:1.2.1
#
อถโข อายสฺมโต โสณสฺส อรหตฺตํ ปตฺตสฺส เอตทโหสิ ยนฺนูนาหํ ภควโต สนฺติเก อญฺญํ พฺยากเรยฺยนฺติ ฯ อถโข อายสฺมา โสโณ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา โสโณ ภควนฺตํ เอตทโวจ โย โส ภนฺ
🤖 AI จับคู่
Atha kho soṇassa koḷivisassa mātāpitaro soṇaṁ koḷivisaṁ etadavocuṁ—
pli-tv-kd5:1.2.2
#
—
“rājā te, tāta soṇa, pāde dakkhitukāmo.
pli-tv-kd5:1.2.3
#
าย อาคจฺเฉยฺย ภุสา วาตวุฏฺฐิ เนว นํ สงฺกมฺเปยฺย น สมฺปกมฺเปยฺย น สมฺปเวเธยฺย เอวเมว โข ภนฺเต เอวํ สมฺมาวิมุตฺตจิตฺตสฺส ภิกฺขุโน ภุสา เจปิ จกฺขุวิญฺเญยฺยา รูปา จกฺขุสฺส อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ เนวสฺส จิตฺตํ ปริยาทิยนฺติ อมิสฺสีกตเมวสฺส จิตฺตํ โหติ ฐิตํ อาเนญฺชปฺปตฺตํ วยญฺจสฺสานุปสฺสติ ภุสา เจปิ โสตวิญฺเญยฺยา สทฺทา ... ฆานวิญฺเญยฺยา คนฺธา ... ชิวฺหาวิญฺเญยฺยา รสา ... กายวิญฺเญยฺยา โผฏฺฐพฺพา ... มโนวิญฺเญยฺยา ธมฺมา มนสฺส อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ เนวสฺส จิตฺตํ ปริยาทิยนฺติ อมิสฺสีกตเมวสฺส จิตฺตํ โหติ ฐิตํ อาเนญฺชปฺปตฺตํ วยญฺจสฺสานุปสฺสตีติ ฯ [๓]- ภิกฺขเว อชฺฌาราเม อุปาหนา ธาเรตพฺพา โย ธาเรยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ [๓]- อโหสิ สพฺพโสวณฺณมโย ๔- ฯ อิทํ ปน เต มหาราช ตาวพหุํ สุวณฺณํ กุโตติ ๕- ฯ อญฺญาตํ ภนฺเต อยฺยสฺส @เชิงอรรถ: ๑ ม. ปุจฺฉติ ฯ ๒ โป. สี. ม. ยุ. อิมํ ฯ ๓ ม. ปาสาโท ฯ ๔ ม. สพฺพโส สุวณฺณมโย ฯ@๕ โป. กุโต ลทฺธนฺติ ฯ เสเวโส ๑- อิทฺธานุภาโวติ ตํ อารามิกกุลํ มุญฺจาเปสิ ฯ [๓]- ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ สนฺติ ภิกฺขเว มนุสฺสา สทฺธา ปสนฺนา เตหิ อตฺตโนปิ มํสานิ ป
🤖 AI จับคู่
Mā kho tvaṁ, tāta soṇa, yena rājā tena pāde abhippasāreyyāsi.
pli-tv-kd5:1.2.4
#
—
Rañño purato pallaṅkena nisīda.
pli-tv-kd5:1.2.5
#
นิสินฺนํ โข สีหํ เสนาปตึ ภควา ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสตฺวา สมาทเปตฺวา สมุตฺเตเชตฺวา สมฺปหํเสตฺวา อุฏฺฐายาสนา ปกฺกามิ ฯ อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ น ภิกฺขเว ชานํ @เชิงอรรถ: ๑ สี. ม. ยุ. อยฺโย ฯ ๒ โป. ยุ. ชีรนฺติ ฯ ม. ชีริทนฺติ ฯ ๓ ม. ยุ. ว ฯ@๔ สี. ชีวิตเหตุมฺปิ ฯ อุทฺทิสฺส กตํ มํสํ ปริภุญฺชิตพฺพํ โย ปริภุญฺเชยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส อนุชานามิ ภิกฺขเว ติโกฏิปริสุทฺธํ มจฺฉมํสํ อทิฏฺฐํ อสฺสุตํ อปริสงฺกิตนฺติ ฯ [๓]- นาม อาวาสํ คมิสฺสามิ ตตฺถ เม ภิกฺขู จีวรํ กริสฺสนฺตีติ ฯ เต เอวํ วเทนฺติ อลํ อาวุโส มา [๓]- สปฺปึ เทว นิปฺปจิสฺสามิ ตํ เทโว ปิวิสฺสตีติ ฯ
🤖 AI จับคู่
Nisinnassa te rājā pāde dakkhissatī”ti.
pli-tv-kd5:1.2.6
#
อลํ ภเณ ชีวก ยนฺเต สกฺกา วินา สปฺปินา อโรคํ กาตุํ ตํ กโรหิ เชคุจฺฉํ เม สปฺปิ ปฏิกฺกูลนฺติ ฯ อถโข ชีวกสฺส โกมารภจฺจสฺส เอตทโหสิ อิมสฺส โข รญฺโญ ตาทิโส อาพาโธ น สกฺกา มยา ๔- วินา สปฺปินา อโรคํ กาตุํ ยนฺนูนาหํ สปฺปึ @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. อยํ ปาโฐ น โหติ ฯ ๒ ม. ยุ. เทวาติ ปาฐปทํ น ทิสฺสติ ฯ@๓ ม. สปฺปึ เทหิ ฯ ๔ ยุ. อยํ ปาโฐ น ปญฺญายติ ฯ นิปฺปเจยฺยํ กสาววณฺณํ กสาวคนฺธํ กสาวรสนฺติ ฯ อถโข ชีวโก โกมารภจฺโจ นานาเภสชฺเชหิ สปฺปึ นิปฺปจิ กสาววณฺณํ กสาวคนฺธํ กสาวรสํ ฯ
🤖 AI จับคู่
Atha kho soṇaṁ koḷivisaṁ sivikāya ānesuṁ.
pli-tv-kd5:1.2.7
#
—
Atha kho soṇo koḷiviso yena rājā māgadho seniyo bimbisāro tenupasaṅkami, upasaṅkamitvā rājānaṁ māgadhaṁ seniyaṁ bimbisāraṁ abhivādetvā rañño purato pallaṅkena nisīdi.
pli-tv-kd5:1.2.8
#
—
Addasā kho rājā māgadho seniyo bimbisāro soṇassa koḷivisassa pādatalesu lomāni jātāni.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๕ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๒
ความน่าเชื่อถือ:
✓ ทางการ
🤖 AI จับคู่
✎ ร่าง
— "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน