เนื้อความทั้งข้อ
[๙๒] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุทั้งหลายเกิดความรังเกียจในพระบัญญัติบางสิ่งบางอย่างว่า
สิ่งใดหนอ พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตไว้ สิ่งไรไม่ได้ทรงอนุญาต จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่
พระผู้มีพระภาค.
พระผู้มีพระภาคได้ตรัสประทานสำหรับอ้าง ๔ ข้อ ดังต่อไปนี้:-
๑. ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดที่เราไม่ได้ห้ามไว้ว่า สิ่งนี้ไม่ควร หากสิ่งนั้นเข้ากับสิ่งที่
ไม่ควร ขัดกับสิ่งที่ควร สิ่งนั้นไม่ควรแก่เธอทั้งหลาย
๒. ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิ่งที่เราไม่ได้ห้ามไว้ว่า สิ่งนี้ไม่ควร หากสิ่งนั้นเข้ากับสิ่งที่ควร
ขัดกับสิ่งที่ไม่ควร สิ่งนั้นควรแก่เธอทั้งหลาย
๓. ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดที่เราไม่ได้อนุญาตไว้ว่า สิ่งนี้ควร หากสิ่งนั้นเข้ากับสิ่งที่
ไม่ควร ขัดกับสิ่งที่ควร สิ่งนั้นไม่ควรแก่เธอทั้งหลาย
๔. ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดที่เราไม่ได้อนุญาตไว้ว่า สิ่งนี้ควร หากสิ่งนั้นเข้ากับสิ่ง
ที่ควร ขัดกับสิ่งที่ไม่ควร สิ่งนั้นควรแก่เธอทั้งหลาย.
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขูนํ กิสฺมิญฺจิ กิสฺมิญฺจิ ฐาเน
กุกฺกุจฺจํ อุปฺปชฺชติ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena bhikkhūnaṁ kismiñci kismiñci ṭhāne kukkuccaṁ uppajjati—
อ้างอิงสยามรัฐ 5.132 · พุทธชยันตี 3.624
กินฺนุ โข ภควตา อนุญฺญาตํ กึ
อนนุญฺญาตนฺติ ฯ✎ ร่าง
“kiṁ nu kho bhagavatā anuññātaṁ, kiṁ ananuññātan”ti?
ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
ยํ ภิกฺขเว
มยา อิทํ น กปฺปตีติ อปฺปฏิกฺขิตฺตํ ตญฺจ อกปฺปิยํ อนุโลเมติ
กปฺปิยํ ปฏิพาหติ ตํ โว น กปฺปติ✎ ร่าง
“Yaṁ, bhikkhave, mayā ‘idaṁ na kappatī’ti appaṭikkhittaṁ tañce akappiyaṁ anulometi, kappiyaṁ paṭibāhati, taṁ vo na kappati.
ยํ ภิกฺขเว มยา อิทํ น
กปฺปตีติ อปฺปฏิกฺขิตฺตํ ตญฺเจ กปฺปิยํ อนุโลเมติ อกปฺปิยํ
ปฏิพาหติ ตํ โว กปฺปติ✎ ร่าง
Yaṁ, bhikkhave, mayā ‘idaṁ na kappatī’ti appaṭikkhittaṁ tañce kappiyaṁ anulometi, akappiyaṁ paṭibāhati, taṁ vo kappati.
อ้างอิงPTS 1.251
ยํ ๑- ภิกฺขเว มยา อิทํ กปฺปตีติ
อนนุญฺญาตํ ตญฺเจ อกปฺปิยํ อนุโลเมติ กปฺปิยํ ปฏิพาหติ ตํ
@เชิงอรรถ: ๑ ม. ยญฺเญ จ ฯ ยุ. ยญฺจ ฯ
โว น กปฺปติ✎ ร่าง
Yaṁ, bhikkhave, mayā ‘idaṁ kappatī’ti ananuññātaṁ tañce akappiyaṁ anulometi, kappiyaṁ paṭibāhati, taṁ vo na kappati.
ยํ ภิกฺขเว มยา อิทํ กปฺปตีติ อนนุญฺญาตํ
ตญฺเจ กปฺปิยํ อนุโลเมติ อกปฺปิยํ ปฏิพาหติ ตํ โว กปฺปตีติ ฯ✎ ร่าง
Yaṁ, bhikkhave, mayā ‘idaṁ kappatī’ti ananuññātaṁ, tañce kappiyaṁ anulometi, akappiyaṁ paṭibāhati, taṁ vo kappatī”ti.