เนื้อความทั้งข้อ
[๓๖๙] ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมภิกษุสงฆ์ ในเพราะ
เหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่าภิกษุทั้งหลายผู้ควรอัพภาน ยินดีการกราบไหว้ การลุกรับ
อัญชลีกรรม สามีจิกรรม การนำอาสนะมาให้ การนำที่นอนมาให้ การล้างเท้า
การตั้งตั่งรองเท้า การตั้งกระเบื้องเช็ดเท้า การรับบาตรจีวร การถูหลังให้เมื่อ
อาบน้ำ ของปกตัตตะภิกษุทั้งหลาย จริงหรือ
ภิกษุทั้งหลายทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฉนภิกษุ
ทั้งหลายผู้ควรอัพภานจึงได้ยินดีการกราบไหว้ การลุกรับ อัญชลีกรรม สามีจิกรรม
การนำอาสนะมาให้ การนำที่นอนมาให้ การล้างเท้า การตั้งตั่งรองเท้า การตั้ง
กระเบื้องเช็ดเท้า การรับบาตรจีวร การถูหลังให้เมื่ออาบน้ำ ของปกตัตตะภิกษุ
ทั้งหลายเล่า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย การกระทำของพวกภิกษุผู้ควรอัพภานนั่นไม่เป็นไปเพื่อ
ความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ... ครั้นแล้วทรงทำธรรมีกถารับสั่งกะภิกษุ
ทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย อันภิกษุผู้ควรอัพภานไม่พึงยินดีการกราบไหว้
การลุกรับ อัญชลีกรรม สามีจิกรรม การนำอาสนะมาให้ การนำที่นอนมาให้
การล้างเท้า การตั้งตั่งรองเท้า การตั้งกระเบื้องเช็ดเท้า การรับบาตรจีวร การถู
หลังให้เมื่ออาบน้ำ ของปกตัตตะภิกษุทั้งหลาย รูปใดยินดี ต้องอาบัติทุกกฏ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตการกราบไหว้ การลุกรับ อัญชลีกรรม สามี-
*จิกรรม การนำอาสนะมาให้ การนำที่นอนมาให้ การล้างเท้า การตั้งตั่งรองเท้า
การตั้งกระเบื้องเช็ดเท้า การรับบาตรจีวร การถูหลังให้เมื่ออาบน้ำ ของภิกษุ
ทั้งหลายผู้ควรอัพภานด้วยกัน ตามลำดับผู้แก่พรรษา
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตกิจ ๕ อย่าง คือ อุโบสถ ปวารณา ผ้า-
*อาบน้ำฝน การสละภัตร และการรับภัตร แก่ภิกษุทั้งหลายผู้ควรอัพภานด้วยกัน
ตามลำดับผู้แก่พรรษา
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล เราจักบัญญัติวัตรแก่ภิกษุทั้งหลาย
ผู้ควรอัพภาน โดยประการที่ภิกษุผู้ควรอัพภานต้องประพฤติทุกรูป ฯ
อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ
ภิกฺขุสงฺฆํ สนฺนิปาตาเปตฺวา ภิกฺขู ปฏิปุจฺฉิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā etasmiṁ nidāne etasmiṁ pakaraṇe bhikkhusaṅghaṁ sannipātāpetvā bhikkhū paṭipucchi—
สจฺจํ กิร ภิกฺขเว
อพฺภานารหา ภิกฺขู สาทิยนฺติ ปกตตฺตานํ ภิกฺขูนํ อภิวาทนํ
ปจฺจุฏฺฐานํ ฯเปฯ นหาเน ปิฏฺฐิปริกมฺมนฺติ ฯ✎ ร่าง
“saccaṁ kira, bhikkhave, abbhānārahā bhikkhū sādiyanti pakatattānaṁ bhikkhūnaṁ abhivādanaṁ paccuṭṭhānaṁ …pe… nahāne piṭṭhiparikamman”ti?
สจฺจํ ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Saccaṁ, bhagavā”ti.
วิครหิ พุทฺโธ ภควา✎ ร่าง
Vigarahi buddho bhagavā—
กถํ หิ นาม ภิกฺขเว อพฺภานารหา ภิกฺขู
สาทิยิสฺสนฺติ ปกตตฺตานํ ภิกฺขูนํ อภิวาทนํ ปจฺจุฏฺฐานํ ฯเปฯ นหาเน
@เชิงอรรถ: ๑ ยุ. น สกฺโกนฺติ ฯ ๒ ยุ. สมาทิตุํ ฯ ๓ ยุ. มานตฺตจาริกวตฺตํ นิฏฺฐิตนฺติ นตฺถิ ฯ
ปิฏฺฐิปริกมฺมํ✎ ร่าง
kathañhi nāma, bhikkhave, abbhānārahā bhikkhū sādiyissanti pakatattānaṁ bhikkhūnaṁ abhivādanaṁ paccuṭṭhānaṁ …pe… nahāne piṭṭhiparikammaṁ.
เนตํ ภิกฺขเว อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ฯเปฯ✎ ร่าง
Netaṁ, bhikkhave, appasannānaṁ vā pasādāya …pe…
วิครหิตฺวา✎ ร่าง
vigarahitvā …pe…
ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ✎ ร่าง
dhammiṁ kathaṁ katvā bhikkhū āmantesi—
น ภิกฺขเว
อพฺภานารเหน ภิกฺขุนา สาทิตพฺพํ✎ ร่าง
“na, bhikkhave, abbhānārahena bhikkhunā sāditabbaṁ
ปกตตฺตานํ ภิกฺขูนํ อภิวาทนํ
ปจฺจุฏฺฐานํ ฯ✎ ร่าง
pakatattānaṁ bhikkhūnaṁ abhivādanaṁ paccupaṭṭhānaṁ
นหาเน ปิฏฺฐิปริกมฺมํ✎ ร่าง
nahāne piṭṭhiparikammaṁ.
โย สาทิเยยฺย อาปตฺติ
ทุกฺกฏสฺส ฯ✎ ร่าง
Yo sādiyeyya, āpatti dukkaṭassa.
อนุชานามิ ภิกฺขเว อพฺภานารหานํ ภิกฺขูนํ มิถุ
ยถาวุฑฺฒํ อภิวาทนํ ปจฺจุฏฺฐานํ ฯเปฯ นหาเน ปิฏฺฐิปริกมฺมํ ฯ✎ ร่าง
Anujānāmi, bhikkhave, abbhānārahānaṁ bhikkhūnaṁ mithu yathāvuḍḍhaṁ abhivādanaṁ paccuṭṭhānaṁ …pe… nahāne piṭṭhiparikammaṁ.
อนุชานามิ ภิกฺขเว อพฺภานารหานํ ภิกฺขูนํ ปญฺจ ยถาวุฑฺฒํ✎ ร่าง
Anujānāmi, bhikkhave, abbhānārahānaṁ bhikkhūnaṁ pañca yathāvuḍḍhaṁ—
อุโปสถํ
ปวารณํ วสฺสิกสาฏิกํ โอโณชนํ ภตฺตญฺจ ฯ✎ ร่าง
uposathaṁ, pavāraṇaṁ, vassikasāṭikaṁ, oṇojanaṁ, bhattaṁ.
เตนหิ ภิกฺขเว
อพฺภานารหานํ ภิกฺขูนํ วตฺตํ ปญฺญาเปสฺสามิ ยถา อพฺภานารเหหิ
ภิกฺขูหิ วตฺติตพฺพํ ฯ✎ ร่าง
Tena hi, bhikkhave, abbhānārahānaṁ bhikkhūnaṁ vattaṁ paññapessāmi yathā abbhānārahehi bhikkhūhi vattitabbaṁ.