‹ กลับ
ภิกษุหมดจดจากอาบัติ
เล่ม ๖ — วินัยปิฎก จุลวรรค ๑ · ข้อ 579 · วิ.จุล.๑. ๖/๗๖๖๑ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๕๗๙] ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ต้องอาบัติสังฆาทิ- *เสสหลายตัว มีประมาณบ้าง ไม่มีประมาณบ้าง มีชื่ออย่างเดียวกันบ้าง มีชื่อ ต่างกันบ้าง เป็นสภาคกันบ้าง ไม่เป็นสภาคกันบ้าง กำหนดได้บ้าง เจือกันบ้าง เธอขอสโมธานปริวาส เพื่ออาบัติเหล่านั้นกะสงฆ์ สงฆ์ให้สโมธานปริวาสเพื่อ อาบัติเหล่านั้นแก่เธอ เธอกำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัวใน ระหว่าง มีประมาณ ปิดบังไว้ ... มีประมาณ ปิดบังไว้บ้าง ไม่ได้ปิดบังไว้บ้าง เธอขอการชักเข้าหาอาบัติเดิม เพื่ออาบัติในระหว่างกะสงฆ์ สงฆ์ชักเธอเข้าหา อาบัติเดิม เพื่ออาบัติในระหว่าง ด้วยกรรมอันไม่เป็นธรรม กำเริบ ไม่ควรแก่ ฐานะ ให้สโมธานปริวาสโดยไม่เป็นธรรม เธอสำคัญว่า เรากำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัวในระหว่าง มีประมาณ ปิดบังไว้บ้าง ไม่ได้ปิดบัง ไว้บ้าง เธอตั้งอยู่ในภูมินั้น ระลึกอาบัติในระหว่างบรรดาอาบัติตัวก่อนได้ ระลึก อาบัติในระหว่างบรรดาอาบัติตัวหลังได้ เธอคิดอย่างนี้ว่า เราแล ต้องอาบัติสังฆา- *ทิเสสหลายตัว มีประมาณบ้าง ไม่มีประมาณบ้าง มีชื่ออย่างเดียวกันบ้าง มีชื่อ ต่างกันบ้าง เป็นสภาคกันบ้าง ไม่เป็นสภาคกันบ้าง กำหนดได้บ้าง เจือกันบ้าง เรานั้นได้ขอสโมธานปริวาส เพื่ออาบัติเหล่านั้นกะสงฆ์ สงฆ์ได้ให้สโมธานปริวาส เพื่ออาบัติเหล่านั้นแก่เรานั้น เรานั้นกำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลาย ตัวในระหว่าง มีประมาณ ปิดบังไว้บ้าง ไม่ได้ปิดบังไว้บ้าง จึงขอการชักเข้าหา อาบัติเดิม เพื่ออาบัติในระหว่างกะสงฆ์ สงฆ์ชักเรานั้นเข้าหาอาบัติเดิม เพื่อ อาบัติในระหว่าง ด้วยกรรมอันไม่เป็นธรรม กำเริบ ไม่ควรแก่ฐานะ ได้ให้ สโมธานปริวาสโดยไม่เป็นธรรม เรานั้นสำคัญว่าเรากำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติ สังฆาทิเสสหลายตัวในระหว่าง มีประมาณ ปิดบังไว้บ้าง ไม่ได้ปิดบังไว้บ้าง เรานั้นตั้งอยู่ในภูมินั้น ระลึกอาบัติในระหว่างบรรดาอาบัติตัวก่อนได้ ระลึกอาบัติ ในระหว่างบรรดาอาบัติตัวหลังได้ ไฉนหนอ เราพึงขอการชักเข้าหาอาบัติเดิม เพื่ออาบัติในระหว่างบรรดาอาบัติตัวก่อน และเพื่ออาบัติในระหว่างบรรดาอาบัติ ตัวหลัง ด้วยกรรมอันเป็นธรรม ไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะ พึงขอสโมธานปริวาส โดยธรรม พึงขอมานัตโดยธรรม พึงขออัพภานโดยธรรมกะสงฆ์ ดังนี้ เธอขอ การชักเข้าหาอาบัติเดิม เพื่ออาบัติในระหว่างบรรดาอาบัติตัวก่อน และเพื่ออาบัติ ในระหว่างบรรดาอาบัติตัวหลัง ด้วยกรรมอันเป็นธรรม ไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะ ขอสโมธานปริวาสโดยธรรม ขอมานัตโดยธรรม ขออัพภานโดยธรรมกะสงฆ์ สงฆ์ชักเธอเข้าหาอาบัติเดิม เพื่ออาบัติในระหว่างบรรดาอาบัติตัวก่อน และเพื่อ อาบัติในระหว่างบรรดาอาบัติตัวหลัง ด้วยกรรมอันเป็นธรรม ไม่กำเริบ ควรแก่ ฐานะ ให้สโมธานปริวาสโดยธรรม ให้มานัตโดยธรรม อัพภานโดยธรรม ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นหมดจดแล้วจากอาบัติเหล่านั้น ฯ
เทียบรายประโยค (23 ประโยค)
pli-tv-kd13:36.2.27 #
อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปริมาณมฺปิ อปริมาณมฺปิ ฯเปฯ✎ ร่าง
Idha pana, bhikkhave, bhikkhu sambahulā saṅghādisesā āpattiyo āpajjati parimāṇampi aparimāṇampi …pe…
อ้างอิงสยามรัฐ 6.291 · ฉัฏฐสังคายนา 90.168
pli-tv-kd13:36.2.28 #
ววตฺถิตมฺปิ สมฺภินฺนมฺปิ ฯ✎ ร่าง
vavatthitampi sambhinnampi.
pli-tv-kd13:36.2.29 #
โส สงฺฆํ ตาสํ อาปตฺตีนํ สโมธานปริวาสํ ยาจติ ฯ✎ ร่าง
So saṅghaṁ tāsaṁ āpattīnaṁ samodhānaparivāsaṁ yācati.
pli-tv-kd13:36.2.30 #
ตสฺส สงฺโฆ ตาสํ อาปตฺตีนํ สโมธานปริวาสํ เทติ ฯ✎ ร่าง
Tassa saṅgho tāsaṁ āpattīnaṁ samodhānaparivāsaṁ deti.
pli-tv-kd13:36.2.31 #
โส ปริวสนฺโต อนฺตรา สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปริมาณาโย ปฏิจฺฉนฺนาโย ฯเปฯ ปริมาณาโย ปฏิจฺฉนฺนาโยปิ อปฺปฏิจฺฉนฺนาโยปิ ฯ✎ ร่าง
So parivasanto antarā sambahulā saṅghādisesā āpattiyo āpajjati parimāṇā paṭicchannāyo.
pli-tv-kd13:36.2.32 #
โส สงฺฆํ อนฺตรา อาปตฺตีนํ มูลาย ปฏิกสฺสนํ ยาจติ ฯ✎ ร่าง
So saṅghaṁ antarāāpattīnaṁ mūlāyapaṭikassanaṁ yācati.
pli-tv-kd13:36.2.33 #
ตํ สงฺโฆ อนฺตรา อาปตฺตีนํ มูลาย ปฏิกสฺสติ อธมฺมิเกน กมฺเมน กุปฺเปน อฏฺฐานารเหน อธมฺเมน สโมธานปริวาสํ เทติ ฯ✎ ร่าง
Taṁ saṅgho antarāāpattīnaṁ mūlāya paṭikassati, adhammikena kammena kuppena aṭṭhānārahena, adhammena samodhānaparivāsaṁ deti.
pli-tv-kd13:36.2.34 #
โส ปริวสามีติ มญฺญมาโน อนฺตรา สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปริมาณาโย ปฏิจฺฉนฺนาโยปิ อปฺปฏิจฺฉนฺนาโยปิ ฯ✎ ร่าง
So parivasāmīti maññamāno antarā sambahulā saṅghādisesā āpattiyo āpajjati parimāṇā paṭicchannāyo.
pli-tv-kd13:36.2.35 #
โส ตสฺมึ ภูมิยํ ฐิโต ปุริมาอาปตฺตีนํ อนฺตรา อาปตฺติโย สรติ อปราอาปตฺตีนํ อนฺตรา อาปตฺติโย สรติ ฯ✎ ร่าง
So tasmiṁ bhūmiyaṁ ṭhito purimāāpattīnaṁ antarāāpattiyo sarati, aparāāpattīnaṁ antarāāpattiyo sarati.
pli-tv-kd13:36.2.36 #
ตสฺส เอวํ โหติ✎ ร่าง
Tassa evaṁ hoti—
pli-tv-kd13:36.2.37 #
อหํ โข สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ ปริมาณมฺปิ อปริมาณมฺปิ ฯเปฯ✎ ร่าง
‘ahaṁ kho sambahulā saṅghādisesā āpattiyo āpajjiṁ parimāṇampi aparimāṇampi …pe…
pli-tv-kd13:36.2.38 #
ววตฺถิตมฺปิ สมฺภินฺนมฺปิ✎ ร่าง
vavatthitampi sambhinnampi.
pli-tv-kd13:36.2.39 #
โสหํ สงฺฆํ ตาสํ อาปตฺตีนํ สโมธานปริวาสํ ยาจึ✎ ร่าง
Sohaṁ saṅghaṁ tāsaṁ āpattīnaṁ samodhānaparivāsaṁ yāciṁ.
pli-tv-kd13:36.2.40 #
ตสฺส เม สงฺโฆ ตาสํ อาปตฺตีนํ สโมธานปริวาสํ อทาสิ✎ ร่าง
Tassa me saṅgho tāsaṁ āpattīnaṁ samodhānaparivāsaṁ adāsi.
pli-tv-kd13:36.2.41 #
โสหํ ปริวสนฺโต อนฺตรา สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ ปริมาณาโย ปฏิจฺฉนฺนาโยปิ อปฺปฏิจฺฉนฺนาโยปิ✎ ร่าง
Sohaṁ parivasanto antarā sambahulā saṅghādisesā āpattiyo āpajjiṁ parimāṇā paṭicchannāyo.
pli-tv-kd13:36.2.42 #
โสหํ สงฺฆํ อนฺตรา อาปตฺตีนํ มูลาย ปฏิกสฺสนํ ยาจึ✎ ร่าง
Sohaṁ saṅghaṁ antarāāpattīnaṁ mūlāyapaṭikassanaṁ yāciṁ.
pli-tv-kd13:36.2.43 #
ตํ มํ สงฺโฆ อนฺตรา อาปตฺตีนํ มูลาย ปฏิกสฺสิ อธมฺมิเกน กมฺเมน กุปฺเปน อฏฺฐานารเหน อธมฺเมน สโมธานปริวาสํ อทาสิ✎ ร่าง
Taṁ maṁ saṅgho antarāāpattīnaṁ mūlāya paṭikassi, adhammikena kammena kuppena aṭṭhānārahena, adhammena samodhānaparivāsaṁ adāsi.
pli-tv-kd13:36.2.44 #
โสหํ ปริวสามีติ มญฺญมาโน อนฺตรา สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ ปริมาณาโย ปฏิจฺฉนฺนาโยปิ อปฺปฏิจฺฉนฺนาโยปิ✎ ร่าง
Sohaṁ parivasāmīti maññamāno antarā sambahulā saṅghādisesā āpattiyo āpajjiṁ parimāṇā paṭicchannāyo.
pli-tv-kd13:36.2.45 #
โสหํ ตสฺมึ ภูมิยํ ฐิโต ปุริมาอาปตฺตีนํ อนฺตรา อาปตฺติโย สรามิ อปราอาปตฺตีนํ อนฺตรา อาปตฺติโย สรามิ✎ ร่าง
Sohaṁ tasmiṁ bhūmiyaṁ ṭhito purimāāpattīnaṁ antarāāpattiyo sarāmi, aparāāpattīnaṁ antarāāpattiyo sarāmi.
pli-tv-kd13:36.2.46 #
ยนฺนูนาหํ สงฺฆํ ปุริมาอาปตฺตีนํ อนฺตรา อาปตฺตีนญฺจ อปราอาปตฺตีนํ อนฺตรา อาปตฺตีนญฺจ มูลาย ปฏิกสฺสนํ ยาเจยฺยํ ธมฺมิเกน กมฺเมน อกุปฺเปน ฐานารเหน ธมฺเมน สโมธานปริวาสํ ธมฺเมน มานตฺตํ ธมฺเมน อพฺภานนฺติ ฯ✎ ร่าง
Yannūnāhaṁ saṅghaṁ purimāāpattīnaṁ antarāāpattīnañca, aparāāpattīnaṁ antarāāpattīnañca, mūlāyapaṭikassanaṁ yāceyyaṁ dhammikena kammena akuppena ṭhānārahena, dhammena samodhānaparivāsaṁ, dhammena mānattaṁ, dhammena abbhānan’ti.
pli-tv-kd13:36.2.47 #
โส สงฺฆํ ปุริมาอาปตฺตีนํ อนฺตรา อาปตฺตีนญฺจ อปราอาปตฺตีนํ อนฺตรา อาปตฺตีนญฺจ มูลาย ปฏิกสฺสนํ ยาจติ ธมฺมิเกน กมฺเมน อกุปฺเปน ฐานารเหน ธมฺเมน สโมธานปริวาสํ ธมฺเมน มานตฺตํ ธมฺเมน อพฺภานนฺติ ๑- ฯ✎ ร่าง
So saṅghaṁ purimāāpattīnaṁ antarāāpattīnañca, aparāāpattīnaṁ antarāāpattīnañca mūlāyapaṭikassanaṁ yācati dhammikena kammena akuppena ṭhānārahena, dhammena samodhānaparivāsaṁ, dhammena mānattaṁ, dhammena abbhānaṁ.
pli-tv-kd13:36.2.48 #
ตํ สงฺโฆ ปุริมาอาปตฺตีนํ อนฺตรา อาปตฺตีนญฺจ อปราอาปตฺตีนํ อนฺตรา อาปตฺตีนญฺจ มูลาย ปฏิกสฺสติ ธมฺมิเกน กมฺเมน อกุปฺเปน ฐานารเหน ธมฺเมน สโมธานปริวาสํ เทติ ธมฺเมน มานตฺตํ เทติ ธมฺเมน อพฺเภติ ฯ✎ ร่าง
Taṁ saṅgho purimāāpattīnaṁ antarāāpattīnañca, aparāāpattīnaṁ antarāāpattīnañca, mūlāya paṭikassati dhammikena kammena akuppena ṭhānārahena, dhammena samodhānaparivāsaṁ deti, dhammena mānattaṁ deti, dhammena abbheti.
pli-tv-kd13:36.2.49 #
โส ภิกฺขเว ภิกฺขุ วิสุทฺโธ ตาหิ อาปตฺตีหิ ฯ✎ ร่าง
So, bhikkhave, bhikkhu visuddho tāhi āpattīhi.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๖ — วินัยปิฎก จุลวรรค ๑
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน