เนื้อความทั้งข้อ
[๖๓๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ข้ออื่นยังมีอีก ภิกษุเป็นผู้ลบหลู่ตีเสมอ
ท่าน ...
ภิกษุเป็นผู้มีปรกติอิสสา ตระหนี่ ...
ภิกษุเป็นผู้อวดดี เจ้ามายา ...
ภิกษุเป็นผู้มีความปรารถนาลามก มีความเห็นผิด ...
ภิกษุเป็นผู้ถือแต่ความเห็นของตน ถืออย่างแน่นแฟ้น ปลดได้ยาก
ภิกษุผู้ที่ถือแต่ความเห็นของตน ถืออย่างแน่นแฟ้น ปลดได้ยากนั้น ย่อม
ไม่มีความเคารพ ยำเกรง ในพระศาสดา ในพระธรรม ในพระสงฆ์อยู่
ย่อมไม่ทำให้บริบูรณ์แม้ในสิกขา ภิกษุผู้ไม่มีความเคารพ ยำเกรงในพระศาสดา
ในพระธรรม ในพระสงฆ์อยู่ แม้ในสิกขาก็ไม่ทำให้บริบูรณ์นั้น ย่อมยังวิวาทให้
เกิดในสงฆ์ การวิวาทย่อมเป็นไปเพื่อความไม่เกื้อกูลแก่ชนมาก เพื่อไม่เป็นสุข
แก่ชนมาก เพื่อความพินาศแก่ชนมาก เพื่อความไม่เกื้อกูล เพื่อทุกข์แก่เทพยดา
และมนุษย์ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าพวกเธอเล็งเห็นรากแห่งการเถียงกันเห็นปานนี้
ทั้งภายในและภายนอกได้ พวกเธอในบริษัทนั้นพึงพยายามละรากแห่งการเถียงกัน
อันลามกนั้นแหละเสีย ถ้าพวกเธอไม่เล็งเห็นรากแห่งการเถียงกันเห็นปานนี้ ทั้ง
ภายในและภายนอก พวกเธอในบริษัทนั้น พึงปฏิบัติเพื่อความยืดเยื้อแห่งรากแห่ง
การเถียงกันอันลามกนั้นแหละ ความละรากแห่งการเถียงกันอันลามกนั้น ย่อมมี
ด้วยอย่างนี้ ความยืดเยื้อแห่งรากแห่งการเถียงกันอันลามกนั้น ย่อมมีต่อไป
ด้วยอย่างนี้ รากแห่งการวิวาท ๖ อย่างนี้ เป็นมูลแห่งวิวาทาธิกรณ์ ฯ
ปุน จปรํ ภิกฺขเว ภิกฺขุ มกฺขี โหติ ปฬาสี ฯเปฯ✎ ร่าง
Puna caparaṁ, bhikkhave, bhikkhu makkhī hoti paḷāsī …pe…
อ้างอิงสยามรัฐ 6.338 · ฉัฏฐสังคายนา 90.197 · พุทธชยันตี 4.380
อิสฺสุกี โหติ มจฺฉรี ฯเปฯ สโฐ โหติ มายาวี ฯเปฯ ปาปิจฺโฉ
โหติ มิจฺฉาทิฏฺฐิ ฯเปฯ สนฺทิฏฺฐิปรามาสี โหติ อาทานคาหี ๖-
ทุปฺปฏินิสฺสคฺคี✎ ร่าง
issukī hoti maccharī, saṭho hoti māyāvī, pāpiccho hoti micchādiṭṭhī, sandiṭṭhiparāmāsī hoti ādhānaggāhī duppaṭinissaggī.
โย โส ภิกฺขเว ภิกฺขุ สนฺทิฏฺฐิปรามาสี โหติ
@เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. ปริปูรการี ฯ ๒ ยุ. อปิสทฺโท นตฺถิ ฯ ๓ ม. ยุ. โหตีติ นตฺถิ ฯ@เอวมุปริ ฯ ๔ ยุ. โส ฯ ๕ ม. พหุชนาหิตาย พหุชนาสฺขาย ฯ เอวมุปริ ฯ@๖ ม. ยุ. อาธานคาหี ฯ เอวมุปริ ฯ
อาทานคาหี ทุปฺปฏินิสฺสคฺคี โส สตฺถริปิ อคารโว วิหรติ อปฺปติสฺโส
ธมฺเมปิ อคารโว วิหรติ อปฺปติสฺโส สงฺเฆปิ อคารโว วิหรติ
อปฺปติสฺโส สิกฺขายปิ น ปริปูรีการี โหติ✎ ร่าง
Yo so, bhikkhave, bhikkhu sandiṭṭhiparāmāsī hoti ādhānaggāhī duppaṭinissaggī, so sattharipi agāravo viharati appatisso, dhammepi agāravo viharati appatisso, saṅghepi agāravo viharati appatisso, sikkhāyapi na paripūrakārī hoti.
โย โส ภิกฺขเว ภิกฺขุ
สตฺถริปิ อคารโว วิหรติ อปฺปติสฺโส ธมฺเมปิ ฯเปฯ✎ ร่าง
Yo so, bhikkhave, bhikkhu sattharipi agāravo viharati appatisso, dhammepi …pe…
สงฺเฆปิ ฯเปฯ✎ ร่าง
saṅghepi …pe…
สิกฺขายปิ น ปริปูรีการี โหติ โส สงฺเฆ วิวาทํ ชเนติ✎ ร่าง
sikkhāyapi na paripūrakārī, so saṅghe vivādaṁ janeti.
โย โหติ
วิวาโท พหุชนอหิตาย พหุชนอสุขาย พหุโน ชนสฺส อนตฺถาย
อหิตาย ทุกฺขาย เทวมนุสฺสานํ ฯ✎ ร่าง
Yo hoti vivādo bahujanāhitāya bahujanāsukhāya bahuno janassa anatthāya ahitāya dukkhāya devamanussānaṁ.
เอวรูปญฺเจ ตุเมฺห ภิกฺขเว วิวาทมูลํ อชฺฌตฺตํ วา
พหิทฺธา วา สมนุปสฺเสยฺยาถ ตตฺร ตุเมฺห ภิกฺขเว ตสฺเสว ปาปกสฺส
วิวาทมูลสฺส ปหานาย วายเมยฺยาถ ฯ✎ ร่าง
Evarūpañce tumhe, bhikkhave, vivādamūlaṁ ajjhattaṁ vā bahiddhā vā samanupasseyyātha, tatra tumhe, bhikkhave, tasseva pāpakassa vivādamūlassa pahānāya vāyameyyātha.
เอวรูปญฺเจ ตุเมฺห ภิกฺขเว
วิวาทมูลํ อชฺฌตฺตํ วา พหิทฺธา วา น สมนุปสฺเสยฺยาถ ตตฺร ตุเมฺห
ภิกฺขเว ตสฺเสว ปาปกสฺส วิวาทมูลสฺส อายตึ อนวสฺสวาย ปฏิปชฺเชยฺยาถ ฯ✎ ร่าง
Evarūpañce tumhe, bhikkhave, vivādamūlaṁ ajjhattaṁ vā bahiddhā vā na samanupasseyyātha, tatra tumhe, bhikkhave, tasseva pāpakassa vivādamūlassa āyatiṁ anavassavāya paṭipajjeyyātha.
เอวเมตสฺส ปาปกสฺส วิวาทมูลสฺส ปหานํ โหติ ฯ✎ ร่าง
Evametassa pāpakassa vivādamūlassa pahānaṁ hoti.
เอวเมตสฺส
ปาปกสฺส วิวาทมูลสฺส อายตึ อนวสฺสโว โหติ✎ ร่าง
Evametassa pāpakassa vivādamūlassa āyatiṁ anavassavo hoti.
อิมานิ ฉ
วิวาทมูลานิ วิวาทาธิกรณสฺส มูลํ ฯ✎ ร่าง
Imāni cha vivādamūlāni vivādādhikaraṇassa mūlaṁ.