เนื้อความทั้งข้อ
[๑๒๔] สมัยต่อมา สตรีผู้หนึ่งปราศจากครรภ์ นิมนต์ภิกษุทั้งหลายไป
ปูผ้าแล้ว ได้กล่าวว่า ท่านเจ้าข้า ขอพระคุณเจ้าจงเหยียบผ้า ภิกษุทั้งหลายรังเกียจ
ไม่เหยียบ นางได้กล่าวอีกว่า ท่านเจ้าข้า ขอพระคุณเจ้าจงเหยียบผ้าเพื่อประสงค์
ให้เป็นมงคล ภิกษุทั้งหลายรังเกียจ ไม่เหยียบ จึงสตรีผู้นั้น เพ่งโทษ ติเตียน
โพนทะนาว่า เมื่อเขาขอเพื่อประสงค์ให้เป็นมงคล ไฉนพระคุณเจ้าทั้งหลายจึงไม่
เหยียบผืนผ้าที่ปูให้ ภิกษุทั้งหลายได้ยินสตรีผู้นั้น เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนา
อยู่ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย คฤหัสถ์
ต้องการมงคล เราอนุญาตให้ผู้ที่ถูกคฤหัสถ์ขอร้องให้เหยียบเพื่อความเป็นมงคล
เหยียบผืนผ้าได้ ฯ
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตรา อิตฺถี อปคตคพฺภา
ภิกฺขู นิมนฺเตตฺวา ทุสฺสํ ปญฺญาเปตฺวา เอตทโวจ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena aññatarā itthī apagatagabbhā bhikkhū nimantetvā dussaṁ paññapetvā etadavoca—
อ้างอิงสยามรัฐ 7.50
อกฺกมถ
@เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. ภนฺเตติ นตฺถิ ฯ ๒ ม. ยุ. รา อปโลเกสิ ฯ ๓ ยุ. เจฬปตฺติกํ ฯ@๔ ม. ปญฺญเปสิ ฯ
ภนฺเต ทุสฺสนฺติ ฯ✎ ร่าง
“akkamatha, bhante, dussan”ti.
ภิกฺขู กุกฺกุจฺจายนฺตา น อกฺกมนฺติ ฯ✎ ร่าง
Bhikkhū kukkuccāyantā na akkamanti.
อกฺกมถ
ภนฺเต ทุสฺสํ มงฺคลตฺถายาติ ฯ✎ ร่าง
“Akkamatha, bhante, dussaṁ maṅgalatthāyā”ti.
ภิกฺขู กุกฺกุจฺจายนฺตา น อกฺกมึสุ ฯ✎ ร่าง
Bhikkhū kukkuccāyantā na akkamiṁsu.
อถโข สา อิตฺถี อุชฺฌายติ ขียติ วิปาเจติ✎ ร่าง
Atha kho sā itthī ujjhāyati khiyyati vipāceti—
กถํ หิ นาม อยฺยา
มงฺคลตฺถาย ยาจิยมานา เจฬปฏิกํ น อกฺกมิสฺสนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma ayyā maṅgalatthāya yāciyamānā celapaṭikaṁ na akkamissantī”ti.
อสฺโสสุํ โข ภิกฺขู ตสฺสา อิตฺถิยา อุชฺฌายนฺติยา ขียนฺติยา
วิปาเจนฺติยา ฯ✎ ร่าง
Assosuṁ kho bhikkhū tassā itthiyā ujjhāyantiyā khiyyantiyā vipācentiyā.
อถโข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Atha kho te bhikkhū bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
คิหี ภิกฺขเว มงฺคลิกา✎ ร่าง
“Gihī, bhikkhave, maṅgalikā.
อนุชานามิ ภิกฺขเว คิหีนํ มงฺคลตฺถาย
ยาจิยมาเนน เจฬปฏิกํ อกฺกมิตุนฺติ ฯ✎ ร่าง
Anujānāmi, bhikkhave, gihīnaṁ maṅgalatthāya yāciyamānena celapaṭikaṁ akkamitun”ti.