เนื้อความทั้งข้อ
[๑๘๐] สมัยนั้น ภิกษุสองรูปเป็นพี่น้องกัน ชื่อเมฏฐะและโกกุฏฐะ
เป็นชาติพราหมณ์ พูดจาอ่อนหวาน เสียงไพเราะ เธอสองรูปนั้นเข้าไปเฝ้า
พระผู้มีพระภาค ถวายบังคม นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง แล้วกราบทูลว่า พระ-
*พุทธเจ้าข้า บัดนี้ ภิกษุทั้งหลายต่างชื่อ ต่างโคตร ต่างชาติ ต่างสกุลกันเข้ามา
บวช พวกเธอจะทำพระพุทธวจนะให้ผิดเพี้ยนจากภาษาเดิม ผิฉะนั้น ข้าพระ-
*พุทธเจ้าทั้งหลายจะขอยกพระพุทธวจนะขึ้นโดยภาษาสันสกฤต
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆะบุรุษทั้งหลาย ไฉน พวก
เธอจึงได้กล่าวอย่างนี้ว่า ผิฉะนั้น ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายจะขอยกพระพุทธวจนะ
ขึ้นโดยภาษาสันสกฤตดังนี้เล่า ดูกรโมฆะบุรุษทั้งหลาย การกระทำของพวกเธอนั่น
ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ... ครั้นแล้วทรงทำธรรมีกถา
รับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงยกพุทธวจนะขึ้นโดยภาษา
สันสกฤต รูปใดยกขึ้น ต้องอาบัติทุกกฏ
เราอนุญาตให้เล่าเรียนพุทธวจนะตามภาษาเดิม ฯ
เตน โข ปน สมเยน เมฏฺฐโกกุฏฺฐา ๓- นาม ภิกฺขู
เทฺว ภาติกา โหนฺติ พฺราหฺมณชาติกา กลฺยาณวาจา กลฺยาณ-
วากฺกรณา ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena yameḷakekuṭā nāma bhikkhū dve bhātikā honti brāhmaṇajātikā kalyāṇavācā kalyāṇavākkaraṇā.
อ้างอิงPTS 2.139 · สยามรัฐ 7.70
เต เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา
ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ ฯ✎ ร่าง
Te yena bhagavā tenupasaṅkamiṁsu, upasaṅkamitvā bhagavantaṁ abhivādetvā ekamantaṁ nisīdiṁsu.
เอกมนฺตํ นิสินฺนา
@เชิงอรรถ: ๑ ยุ. น อภิรูหติ ฯ ๒ ม. โปริสํ ฯ ๓ ม. ยเมฬเกกุฬา ฯ ยุ. ยเมฬุเตกุลา ฯ
โข เต ภิกฺขู ภควนฺตํ เอตทโวจุํ✎ ร่าง
Ekamantaṁ nisinnā kho te bhikkhū bhagavantaṁ etadavocuṁ—
เอตรหิ ภนฺเต ภิกฺขู นานานามา
นานาโคตฺตา นานาชจฺจา นานากุลา ปพฺพชิตา✎ ร่าง
“etarahi, bhante, bhikkhū nānānāmā nānāgottā nānājaccā nānākulā pabbajitā.
เต สกาย
นิรุตฺติยา พุทฺธวจนํ ทูเสนฺติ✎ ร่าง
Te sakāya niruttiyā buddhavacanaṁ dūsenti.
หนฺท มยํ ภนฺเต พุทฺธวจนํ
ฉนฺทโส อาโรเปมาติ ฯ✎ ร่าง
Handa mayaṁ, bhante, buddhavacanaṁ chandaso āropemā”ti.
วิครหิ พุทฺโธ ภควา✎ ร่าง
Vigarahi buddho bhagavā …pe…
กถํ หิ นาม
ตุเมฺห โมฆปุริสา เอวํ วกฺขถ✎ ร่าง
kathañhi nāma tumhe, moghapurisā, evaṁ vakkhatha—
หนฺท มยํ ภนฺเต พุทฺธวจนํ
ฉนฺทโส อาโรเปมาติ✎ ร่าง
“handa mayaṁ, bhante, buddhavacanaṁ chandaso āropemā”ti.
เนตํ โมฆปุริสา อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย
ฯเปฯ✎ ร่าง
Netaṁ, moghapurisā, appasannānaṁ vā pasādāya …pe…
วิครหิตฺวา✎ ร่าง
vigarahitvā …pe…
ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ✎ ร่าง
dhammiṁ kathaṁ katvā bhikkhū āmantesi—
น ภิกฺขเว
พุทฺธวจนํ ฉนฺทโส อาโรเปตพฺพํ✎ ร่าง
“na, bhikkhave, buddhavacanaṁ chandaso āropetabbaṁ.
โย อาโรเปยฺย อาปตฺติ
ทุกฺกฏสฺส✎ ร่าง
Yo āropeyya, āpatti dukkaṭassa.
อนุชานามิ ภิกฺขเว สกาย นิรุตฺติยา พุทฺธวจนํ
ปริยาปุณิตุนฺติ ฯ✎ ร่าง
Anujānāmi, bhikkhave, sakāya niruttiyā buddhavacanaṁ pariyāpuṇitun”ti.