เนื้อความทั้งข้อ
[๒๖๕] สมัยนั้น ชาวบ้านตกแต่งมณฑป จัดแจงเครื่องลาดแผ้วถางสถาน
ที่ไว้เฉพาะสงฆ์ ภิกษุอันเตวาสิกของพระฉัพพัคคีย์กล่าวว่า พระผู้มีพระภาคทรง
อนุญาตเสนาสนะตามลำดับผู้แก่กว่า เฉพาะของสงฆ์เท่านั้น ของเหล่านี้เขาไม่ได้ทำ
เจาะจงไว้ จึงรีบไปก่อนภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข จองมณฑป จองเครื่อง
ลาด จองสถานที่ไว้ว่า นี้สำหรับอุปัชฌาย์ของพวกเรา นี้สำหรับอาจารย์ของพวกเรา
นี้สำหรับพวกเรา ครั้นท่านพระสารีบุตรไปล้าหลัง ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็น
ประมุข เมื่อภิกษุเหล่านั้นจองมณฑป จองเครื่องลาด จองสถานที่หมดแล้ว หาที่ว่าง
ไม่ได้ จึงนั่งอยู่ ณ โคนไม้แห่งหนึ่ง ครั้นเวลาปัจจุสสมัยแห่งราตรี พระผู้มีพระภาค
เสด็จลุกขึ้นทรงพระกาสะ แม้ท่านพระสารีบุตรก็กระแอมไอ
พ. ใคร ที่นั่น
ส. ข้าพระพุทธเจ้า สารีบุตร พระพุทธเจ้าข้า
พ. สารีบุตร ทำไมเธอจึงมานั่งที่โคนต้นไม้นี้เล่า
จึงท่านพระสารีบุตรได้กราบทูลเรื่องนั้นแด่ผู้มีพระภาค ฯ
เตน โข ปน สมเยน มนุสฺสา สงฺฆํ อุทฺทิสฺส มณฺฑเป
ปฏิยาเทนฺติ สนฺถเร ปฏิยาเทนฺติ โอกาเส ปฏิยาเทนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena manussā saṅghaṁ uddissa maṇḍape paṭiyādenti, santhare paṭiyādenti, okāse paṭiyādenti.
อ้างอิงสยามรัฐ 7.120 · ฉัฏฐสังคายนา 90.292
ฉพฺพคฺคิยานํ
ภิกฺขูนํ อนฺเตวาสิกา ภิกฺขู✎ ร่าง
Chabbaggiyānaṁ bhikkhūnaṁ antevāsikā bhikkhū—
อ้างอิงPTS 2.163
สงฺฆิกญฺเญว ภควตา ยถาวุฑฺฒํ
@เชิงอรรถ: ๑ ยุ. ปริวาสิโก ฯ ๒ ยุ. สเทวเก ภิกฺขเว โลเก ฯ
อนุญฺญาตํ โน อุทฺทิสฺสกตนฺติ พุทฺธปฺปมุขสฺส สงฺฆสฺส ปุรโต
ปุรโต คนฺตฺวา มณฺฑเป ๑- ปริคฺคณฺหนฺติ สนฺถเร ๒- ปริคฺคณฺหนฺติ
โอกาเส ๓- ปริคฺคณฺหนฺติ✎ ร่าง
“saṅghikaññeva bhagavatā yathāvuḍḍhaṁ anuññātaṁ, no uddissakatan”ti buddhappamukhassa saṅghassa purato purato gantvā maṇḍapepi pariggaṇhanti, santharepi pariggaṇhanti, okāsepi pariggaṇhanti—
อิทํ อมฺหากํ อุปชฺฌายานํ ภวิสฺสติ อิทํ
อมฺหากํ อาจริยานํ ภวิสฺสติ อิทํ อมฺหากํ ภวิสฺสตีติ ฯ✎ ร่าง
“idaṁ amhākaṁ upajjhāyānaṁ bhavissati, idaṁ amhākaṁ ācariyānaṁ bhavissati, idaṁ amhākaṁ bhavissatī”ti.
อถโข
อายสฺมา สารีปุตฺโต พุทฺธปฺปมุขสฺส สงฺฆสฺส ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต
คนฺตฺวา มณฺฑเปสุ ปริคฺคหิเตสุ สนฺถเรสุ ปริคฺคหิเตสุ โอกาเสสุ
ปริคฺคหิเตสุ โอกาสํ อลภมาโน อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสีทิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā sāriputto buddhappamukhassa saṅghassa piṭṭhito piṭṭhito gantvā maṇḍapesu pariggahitesu, santharesu pariggahitesu, okāsesu pariggahitesu, okāsaṁ alabhamāno aññatarasmiṁ rukkhamūle nisīdi.
อถโข ภควา รตฺติยา ปจฺจูสสมยํ ปจฺจุฏฺฐาย อุกฺกาสิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā rattiyā paccūsasamayaṁ paccuṭṭhāya ukkāsi.
อายสฺมาปิ
สารีปุตฺโต อุกฺกาสิ ฯ✎ ร่าง
Āyasmāpi sāriputto ukkāsi.
โก เอตฺถาติ ฯ✎ ร่าง
“Ko etthā”ti?
อหํ ภควา สารีปุตฺโตติ ฯ✎ ร่าง
“Ahaṁ, bhagavā, sāriputto”ti.
กิสฺส ตฺวํ สารีปุตฺต อิธ นิสินฺโนติ ฯ✎ ร่าง
“Kissa tvaṁ, sāriputta, idha nisinno”ti?
อถโข อายสฺมา สารีปุตฺโต
ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā sāriputto bhagavato etamatthaṁ ārocesi.