เนื้อความทั้งข้อ
[๓๒] ครั้งนั้น ท่านราชคหเศรษฐีพร้อมกับบุตรภรรยา ยืนอยู่ในเรือน
ของตน ประคองอัญชลีนมัสการ กล่าวนิมนต์ว่า ท่านเจ้าข้า ขอพระคุณเจ้า
ภารทวาชะ จงประดิษฐานในเรือนของข้าพเจ้านี้เถิด จึงท่านพระปิณโฑลภารทวาชะ
ประดิษฐานในเรือนของท่านราชคหเศรษฐี ขณะนั้น ท่านราชคหเศรษฐีรับบาตร
จากมือของท่านพระปิณโฑลภารทวาชะ แล้วได้จัดของเคี้ยวมีค่ามาก ถวายท่าน
พระปิณโฑลภารทวาชะ ท่านพระปิณโฑลภารทวาชะได้รับบาตรนั้นไปสู่พระอาราม
ชาวบ้านได้ทราบข่าวว่า ท่านพระปิณโฑลภารทวาชะปลดบาตรของราชคหเศรษฐี
ไปแล้ว และชาวบ้านเหล่านั้นมีเสียงอึกทึกเกรียวกราว ติดตามพระปิณโฑลภาร-
*ทวาชะไปข้างหลังๆ พระผู้มีพระภาคได้ทรงสดับเสียงอึกทึกเกรียวกราว ครั้นแล้ว
ตรัสถามท่านพระอานนท์ว่า อานนท์ นั่นเสียงอึกทึกเกรียวกราว เรื่องอะไรกัน
ท่านพระอานนท์กราบทูลว่า พระพุทธเจ้าข้า ท่านพระปิณโฑลภารทวาชะปลดบาตร
ของท่านราชคหเศรษฐีลงแล้ว พวกชาวบ้านทราบข่าวว่า ท่านพระปิณโฑลภารทวาชะ
ปลดบาตรของท่านราชคหเศรษฐีลง จึงพากันติดตามท่านพระปิณโฑลภารทวาชะมา
ข้างหลังๆ อย่างอึกทึกเกรียวกราว พระพุทธเจ้าข้า เสียงอึกทึกเกรียวกราวนี้
คือเสียงนั้น พระพุทธเจ้าข้า ฯ
เตน โข ปน สมเยน ราชคหโก เสฏฺฐี สปุตฺตทาโร สเก
นิเวสเน ฐิโต โหติ ปญฺชลิโก นมสฺสมาโน✎ ร่าง
Tena kho pana samayena rājagahako seṭṭhi saputtadāro sake nivesane ṭhito hoti pañjaliko namassamāno—
อ้างอิงสยามรัฐ 7.15 · ฉัฏฐสังคายนา 90.229 · พุทธชยันตี 5.20
อิเธว ภนฺเต อยฺโย
ภารทฺวาโช อมฺหากํ นิเวสเน ปติฏฺฐาตูติ ฯ✎ ร่าง
idheva, bhante, ayyo bhāradvājo amhākaṁ nivesane patiṭṭhātūti.
อถโข อายสฺมา
ปิณฺโฑลภารทฺวาโช ราชคหกสฺส เสฏฺฐิสฺส นิเวสเน ปติฏฺฐาติ ฯ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā piṇḍolabhāradvājo rājagahakassa seṭṭhissa nivesane patiṭṭhāsi.
อถโข ราชคหโก เสฏฺฐี อายสฺมโต ปิณฺโฑลภารทฺวาชสฺส
หตฺถโต ปตฺตํ คเหตฺวา มหคฺฆสฺส ขาทนียสฺส ปูเรตฺวา
อายสฺมโต ปิณฺโฑลภารทฺวาชสฺส อทาสิ ๑- ฯ✎ ร่าง
Atha kho rājagahako seṭṭhi āyasmato piṇḍolabhāradvājassa hatthato pattaṁ gahetvā mahagghassa khādanīyassa pūretvā āyasmato piṇḍolabhāradvājassa adāsi.
อถโข อายสฺมา
ปิณฺโฑลภารทฺวาโช ตํ ปตฺตํ คเหตฺวา อารามํ อคมาสิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā piṇḍolabhāradvājo taṁ pattaṁ gahetvā ārāmaṁ agamāsi.
อสฺโสสุํ โข
มนุสฺสา✎ ร่าง
Assosuṁ kho manussā—
อยฺเยน กิร ปิณฺโฑลภารทฺวาเชน ราชคหกสฺส เสฏฺฐิสฺส
ปตฺโต โอหาริโตติ ฯ✎ ร่าง
ayyena kira piṇḍolabhāradvājena rājagahakassa seṭṭhissa patto ohāritoti.
เต จ มนุสฺสา อุจฺจาสทฺทา มหาสทฺทา อายสฺมนฺตํ
ปิณฺโฑลภารทฺวาชํ ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต อนุพนฺธึสุ ฯ✎ ร่าง
Te ca manussā uccāsaddā mahāsaddā āyasmantaṁ piṇḍolabhāradvājaṁ piṭṭhito piṭṭhito anubandhiṁsu.
อสฺโสสิ โข
ภควา อุจฺจาสทฺทํ มหาสทฺทํ✎ ร่าง
Assosi kho bhagavā uccāsaddaṁ mahāsaddaṁ;
สุตฺวาน อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อามนฺเตสิ✎ ร่าง
sutvāna āyasmantaṁ ānandaṁ āmantesi—
กึ นุ โข โส อานนฺท อุจฺจาสทฺโท มหาสทฺโทติ ฯ✎ ร่าง
“kiṁ nu kho so, ānanda, uccāsaddo mahāsaddo”ti?
อายสฺมตา
ภนฺเต ปิณฺโฑลภารทฺวาเชน ราชคหกสฺส เสฏฺฐิสฺส ปตฺโต โอหาริโต✎ ร่าง
“Āyasmatā, bhante, piṇḍolabhāradvājena rājagahakassa seṭṭhissa patto ohārito.
อสฺโสสุํ โข ภนฺเต มนุสฺสา✎ ร่าง
Assosuṁ kho, bhante, manussā—
อยฺเยน กิร ปิณฺโฑลภารทฺวาเชน
ราชคหกสฺส เสฏฺฐิสฺส ปตฺโต โอหาริโตติ✎ ร่าง
ayyena kira piṇḍolabhāradvājena rājagahakassa seṭṭhissa patto ohāritoti.
เต จ ภนฺเต มนุสฺสา
อุจฺจาสทฺทา มหาสทฺทา อายสฺมนฺตํ ปิณฺโฑลภารทฺวาชํ ปิฏฺฐิโต
ปิฏฺฐิโต อนุพนฺธา✎ ร่าง
Te ca, bhante, manussā uccāsaddā mahāsaddā āyasmantaṁ piṇḍolabhāradvājaṁ piṭṭhito piṭṭhito anubandhā.
โส เอโส ภควา ๓- อุจฺจาสทฺโท มหาสทฺโทติ ฯ✎ ร่าง
So eso, bhante, bhagavā uccāsaddo mahāsaddo”ti.