‹ กลับ
สังฆราชี
เล่ม ๗ — วินัยปิฎก จุลวรรค ๒ · ข้อ 406 · วิ.จุล.๒. ๗/๔๐๗๘ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๔๐๖] ท่านพระอุบาลีทูลถามว่า พระพุทธเจ้าข้า พระองค์ตรัสว่า สังฆสามัคคี สังฆสามัคคี ดังนี้ ด้วยเหตุเพียงเท่าไรสงฆ์จึงพร้อมเพรียงกัน พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรอุบาลี ภิกษุทั้งหลายในธรรมวินัยนี้ ๑. ย่อมแสดงสิ่งที่ไม่เป็นธรรมว่า ไม่เป็นธรรม ๒. ย่อมแสดงสิ่งที่เป็นธรรมว่า เป็นธรรม ๓. ย่อมแสดงสิ่งที่มิใช่วินัยว่า มิใช่วินัย ๔. ย่อมแสดงสิ่งที่เป็นวินัยว่า เป็นวินัย ๕. ย่อมแสดงคำอันตถาคตมิได้ตรัสภาษิตไว้ว่า เป็นคำอันตถาคตมิได้ ตรัสภาษิตไว้ ๖. ย่อมแสดงคำอันตถาคต ตรัสภาษิตไว้ว่า เป็นคำอันตถาคตตรัส ภาษิตไว้ ๗. ย่อมแสดงกรรมอันตถาคตมิได้ประพฤติมาว่า เป็นกรรมอันตถาคต มิได้ประพฤติมา ๘. ย่อมแสดงกรรมอันตถาคตประพฤติมาแล้วว่า เป็นกรรมอันตถาคต ประพฤติมาแล้ว ๙. ย่อมแสดงสิ่งที่ตถาคต มิได้บัญญัติไว้ว่า เป็นสิ่งที่ตถาคตมิได้ บัญญัติไว้ ๑๐. ย่อมแสดงสิ่งที่ตถาคตบัญญัติไว้ว่า เป็นสิ่งที่ตถาคตบัญญัติไว้ ๑๑. ย่อมแสดงอนาบัติว่า เป็นอนาบัติ ๑๒. ย่อมแสดงอาบัติว่า เป็นอาบัติ ๑๓. ย่อมแสดงอาบัติเบาว่า เป็นอาบัติเบา ๑๔. ย่อมแสดงอาบัติหนักว่า เป็นอาบัติหนัก ๑๕. ย่อมแสดงอาบัติมีส่วนเหลือว่า เป็นอาบัติมีส่วนเหลือ ๑๖. ย่อมแสดงอาบัติหาส่วนเหลือมิได้ว่า เป็นอาบัติหาส่วนเหลือมิได้ ๑๗. ย่อมแสดงอาบัติชั่วหยาบว่า เป็นอาบัติชั่วหยาบ ๑๘. ย่อมแสดงอาบัติไม่ชั่วหยาบว่า เป็นอาบัติไม่ชั่วหยาบ พวกเธอย่อมไม่ประกาศให้แตกแยกกันด้วยวัตถุ ๑๘ ประการนี้ ย่อมไม่ แยกทำอุโบสถ ย่อมไม่แยกทำปวารณา ย่อมไม่แยกทำสังฆกรรม ดูกรอุบาลี ด้วยเหตุเพียงเท่านี้แล สงฆ์เป็นอันพร้อมเพรียงกัน ฯ
เทียบรายประโยค (22 ประโยค)
pli-tv-kd17:5.3.1 #
สงฺฆสามคฺคี สงฺฆสามคฺคีติ ภนฺเต วุจฺจติ✎ ร่าง
“Saṅghasāmaggī saṅghasāmaggīti, bhante, vuccati.
อ้างอิงพุทธชยันตี 5.322
pli-tv-kd17:5.3.2 #
กิตฺตาวตา นุ โข ภนฺเต สงฺโฆ สมคฺโค โหตีติ ฯ✎ ร่าง
Kittāvatā nu kho, bhante, saṅgho samaggo hotī”ti?
pli-tv-kd17:5.3.3 #
อิธุปาลิ ภิกฺขู อธมฺมํ อธมฺโมติ ทีเปนฺติ✎ ร่าง
“Idhupāli, bhikkhū adhammaṁ adhammoti dīpenti.
pli-tv-kd17:5.3.4 #
ธมฺมํ ธมฺโมติ ทีเปนฺติ✎ ร่าง
Dhammaṁ dhammoti dīpenti.
pli-tv-kd17:5.3.5 #
อวินยํ อวินโยติ ทีเปนฺติ✎ ร่าง
Avinayaṁ avinayoti dīpenti.
pli-tv-kd17:5.3.6 #
วินยํ วินโยติ ทีเปนฺติ✎ ร่าง
Vinayaṁ vinayoti dīpenti.
pli-tv-kd17:5.3.7 #
อภาสิตํ อลปิตํ ตถาคเตน อภาสิตํ อลปิตํ ตถาคเตนาติ ทีเปนฺติ✎ ร่าง
Abhāsitaṁ alapitaṁ tathāgatena abhāsitaṁ alapitaṁ tathāgatenāti dīpenti.
pli-tv-kd17:5.3.8 #
ภาสิตํ ลปิตํ ตถาคเตน ภาสิตํ ลปิตํ ตถาคเตนาติ ทีเปนฺติ✎ ร่าง
Bhāsitaṁ lapitaṁ tathāgatena bhāsitaṁ lapitaṁ tathāgatenāti dīpenti.
pli-tv-kd17:5.3.9 #
อนาจิณฺณํ ตถาคเตน อนาจิณฺณํ ตถาคเตนาติ ทีเปนฺติ✎ ร่าง
Anāciṇṇaṁ tathāgatena anāciṇṇaṁ tathāgatenāti dīpenti.
pli-tv-kd17:5.3.10 #
อาจิณฺณํ ตถาคเตน อาจิณฺณํ ตถาคเตนาติ ทีเปนฺติ✎ ร่าง
Āciṇṇaṁ tathāgatena āciṇṇaṁ tathāgatenāti dīpenti.
pli-tv-kd17:5.3.11 #
อปฺปญฺญตฺตํ ตถาคเตน อปฺปญฺญตฺตํ ตถาคเตนาติ ทีเปนฺติ✎ ร่าง
Apaññattaṁ tathāgatena apaññattaṁ tathāgatenāti dīpenti.
pli-tv-kd17:5.3.12 #
ปญฺญตฺตํ ตถาคเตน ปญฺญตฺตํ ตถาคเตนาติ ทีเปนฺติ✎ ร่าง
Paññattaṁ tathāgatena paññattaṁ tathāgatenāti dīpenti.
pli-tv-kd17:5.3.13 #
อนาปตฺตึ อนาปตฺตีติ ทีเปนฺติ✎ ร่าง
Anāpattiṁ anāpattīti dīpenti.
pli-tv-kd17:5.3.14 #
อาปตฺตึ อาปตฺตีติ ทีเปนฺติ✎ ร่าง
Āpattiṁ āpattīti dīpenti.
pli-tv-kd17:5.3.15 #
ลหุกํ อาปตฺตึ ลหุกา อาปตฺตีติ ทีเปนฺติ✎ ร่าง
Lahukaṁ āpattiṁ lahukā āpattīti dīpenti.
pli-tv-kd17:5.3.16 #
ครุกํ อาปตฺตึ ครุกา อาปตฺตีติ ทีเปนฺติ✎ ร่าง
Garukaṁ āpattiṁ garukā āpattīti dīpenti.
pli-tv-kd17:5.3.17 #
สาวเสสํ อาปตฺตึ สาวเสสา อาปตฺตีติ ทีเปนฺติ✎ ร่าง
Sāvasesaṁ āpattiṁ sāvasesā āpattīti dīpenti.
pli-tv-kd17:5.3.18 #
อนวเสสํ อาปตฺตึ อนวเสสา อาปตฺตีติ @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. อปกาสนฺติ ฯ ๒ ยุ. อาเวณิอุโปสถํ ฯ ม. อาเวณึ อุโปสถํ ฯ ทีเปนฺติ✎ ร่าง
Anavasesaṁ āpattiṁ anavasesā āpattīti dīpenti.
อ้างอิงสยามรัฐ 7.208
pli-tv-kd17:5.3.19 #
ทุฏฺฐุลฺลํ อาปตฺตึ ทุฏฺฐุลฺลา อาปตฺตีติ ทีเปนฺติ✎ ร่าง
Duṭṭhullaṁ āpattiṁ duṭṭhullā āpattīti dīpenti.
pli-tv-kd17:5.3.20 #
อทุฏฺฐุลฺลํ อาปตฺตึ อทุฏฺฐุลฺลา อาปตฺตีติ ทีเปนฺติ✎ ร่าง
Aduṭṭhullaṁ āpattiṁ aduṭṭhullā āpattīti dīpenti.
pli-tv-kd17:5.3.21 #
เต อิเมหิ อฏฺฐารสหิ วตฺถูหิ น อปกสฺสนฺติ น อวปกาสนฺติ น อาเวณิกํ อุโปสถํ กโรนฺติ น อาเวณิกํ ปวารณํ กโรนฺติ น อาเวณิกํ สงฺฆกมฺมํ กโรนฺติ✎ ร่าง
Te imehi aṭṭhārasahi vatthūhi na apakassanti, na avapakassanti, na āveniṁ uposathaṁ karonti, na āveniṁ pavāraṇaṁ karonti, na āveniṁ saṅghakammaṁ karonti.
pli-tv-kd17:5.3.22 #
เอตฺตาวตา โข อุปาลิ สงฺโฆ สมคฺโค โหตีติ ฯ✎ ร่าง
Ettāvatā kho, upāli, saṅgho samaggo hotī”ti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๗ — วินัยปิฎก จุลวรรค ๒
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน