เนื้อความทั้งข้อ
[๔๒๒] สมัยนั้น ประชาชนหมู่หนึ่งถวายภัตรแก่พระสงฆ์ ท่านพระ
สารีบุตรเป็นสังฆเถระ ภิกษุทั้งหลายคิดว่า พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตให้ภิกษุ
ผู้เถระอนุโมทนาในโรงฉัน จึงเหลือท่านพระสารีบุตรไว้รูปเดียว แล้วพากัน
กลับไป
ลำดับนั้น ท่านพระสารีบุตรแสดงความยินดีกะคนเหล่านั้น แล้วได้ไป
ทีหลังรูปเดียว
พระผู้มีพระภาคได้ทอดพระเนตรเห็นท่านพระสารีบุตรเดินมาแต่ไกลรูป-
*เดียว จึงรับสั่งถามว่า ดูกรสารีบุตร ภัตรมีมากมายกระมัง
ท่านพระสารีบุตรทูลว่า พระพุทธเจ้าข้า ภัตรมีมากมาย แต่ภิกษุทั้งหลาย
ละข้าพระพุทธเจ้าไว้ผู้เดียว แล้วพากันกลับไป
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น
ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรา
อนุญาตให้ภิกษุเถรานุเถระ ๔-๕ รูปรออยู่ในโรงฉัน ฯ
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตรสฺส ปูคสฺส สงฺฆภตฺตํ@เชิงอรรถ: ๑ ยุ. เอตสฺมึ ปกรเณติ ปาฐทฺวยํ นตฺถิ ฯ ๒ ม. เตสํ ฯ
โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena aññatarassa pūgassa saṅghabhattaṁ hoti.
อ้างอิงสยามรัฐ 7.224 · ฉัฏฐสังคายนา 90.355 · พุทธชยันตี 5.348
อายสฺมา สารีปุตฺโต สงฺฆเถโร โหติ ฯ✎ ร่าง
Āyasmā sāriputto saṅghatthero hoti.
ภควตา
อนุญฺญาตํ เถเรน ภิกฺขุนา ภตฺตคฺเค อนุโมทิตุนฺติ✎ ร่าง
“bhagavatā anuññātaṁ therena bhikkhunā bhattagge anumoditun”ti—
อายสฺมนฺตํ
สารีปุตฺตํ เอกกํ โอหาย ปกฺกมึสุ ฯ✎ ร่าง
āyasmantaṁ sāriputtaṁ ekakaṁ ohāya pakkamiṁsu.
อถโข อายสฺมา สารีปุตฺโต
เต มนุสฺเส ปฏิสมฺโมทิตฺวา ปจฺฉา เอกโก อคมาสิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā sāriputto te manusse paṭisammoditvā pacchā ekako agamāsi.
อทฺทสา
โข ภควา อายสฺมนฺตํ สารีปุตฺตํ ทูรโต ว เอกกํ ๑- อาคจฺฉนฺตํ✎ ร่าง
Addasā kho bhagavā āyasmantaṁ sāriputtaṁ dūratova ekakaṁ āgacchantaṁ.
ทิสฺวาน อายสฺมนฺตํ สารีปุตฺตํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Disvāna āyasmantaṁ sāriputtaṁ etadavoca—
กจฺจิ สารีปุตฺต ภตฺตํ
อิทฺธํ อโหสีติ ฯ✎ ร่าง
“kacci, sāriputta, bhattaṁ iddhaṁ ahosī”ti?
อิทฺธํ โข ภนฺเต ภตฺตํ อโหสิ✎ ร่าง
“Iddhaṁ kho, bhante, bhattaṁ ahosi;
อปิจ มํ ภิกฺขู
เอกกํ โอหาย ปกฺกนฺตาติ ฯ✎ ร่าง
api ca maṁ bhikkhū ekakaṁ ohāya pakkantā”ti.
อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน
เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā etasmiṁ nidāne etasmiṁ pakaraṇe dhammiṁ kathaṁ katvā bhikkhū āmantesi—
อนุชานามิ
ภิกฺขเว ภตฺตคฺเค จตูหิ ปญฺจหิ เถรานุเถเรหิ ภิกฺขูหิ อาคเมตุนฺติ ฯ✎ ร่าง
“anujānāmi, bhikkhave, bhattagge catūhi pañcahi therānutherehi bhikkhūhi āgametun”ti.