เนื้อความทั้งข้อ
[๔๙๖] อย่างไร ภิกษุชื่อว่ามีผู้ได้เห็น ได้ยิน และรังเกียจ ด้วย
ศีลวิบัติ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ มีผู้ได้เห็น ได้ยิน และ
รังเกียจ ด้วยศีลวิบัติ ด้วยอาการ ด้วยเพศ ด้วยนิมิตเหล่าใด ภิกษุเห็นภิกษุ
ที่มีผู้ได้เห็น ได้ยิน และรังเกียจ ด้วยศีลวิบัติ ด้วยอาการ ด้วยเพศ ด้วย
นิมิตเหล่านั้น ก็ภิกษุไม่เคยเห็นภิกษุที่มีผู้ได้เห็น ได้ยิน และรังเกียจ ด้วย
ศีลวิบัติเลย แต่ภิกษุอื่นบอกแก่ภิกษุว่า ท่าน ภิกษุมีชื่อนี้ มีผู้ได้เห็น ได้ยิน
และรังเกียจ ด้วยศีลวิบัติ ก็ภิกษุไม่เคยเห็นภิกษุที่มีผู้ได้เห็น ได้ยิน และ
รังเกียจ ด้วยศีลวิบัติเลย แม้ภิกษุอื่นก็มิได้บอกแก่ภิกษุว่า ท่าน ภิกษุมีชื่อนี้
มีผู้ได้เห็น ได้ยิน และรังเกียจ ด้วยศีลวิบัติ แต่ภิกษุนั่นแหละบอกแก่ภิกษุว่า
ท่าน ผมมีผู้ที่ได้เห็น ได้ยิน และรังเกียจ ด้วยศีลวิบัติ ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ภิกษุหวังอยู่ ครั้งถึงวันอุโบสถ ๑๔ ค่ำ หรือ ๑๕ ค่ำ เมื่อบุคคลนั้นอยู่พร้อม
หน้าสงฆ์ พึงประกาศในท่ามกลางสงฆ์ ด้วยได้เห็น ด้วยได้ยิน ด้วยรังเกียจ
นั้นว่า
ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า บุคคลมีชื่อนี้มีผู้ได้เห็น ได้ยิน และ
รังเกียจ ด้วยศีลวิบัติ ข้าพเจ้างดปาติโมกข์แก่เธอ เมื่อเธออยู่พร้อมหน้าสงฆ์
ไม่พึงสวดปาติโมกข์ ดังนี้ การงดปาติโมกข์เป็นธรรม ฯ
กถํ สีลวิปตฺติยา ทิฏฺฐสุตปริสงฺกิโต โหติ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ sīlavipattiyā diṭṭhasutaparisaṅkito hoti?
อ้างอิงสยามรัฐ 7.307 · ฉัฏฐสังคายนา 90.406
อิธ ปน
ภิกฺขเว ภิกฺขุ เยหิ อากาเรหิ เยหิ ลิงฺเคหิ เยหิ นิมิตฺเตหิ
สีลวิปตฺติยา ทิฏฺฐสุตปริสงฺกิโต โหติ เตหิ อากาเรหิ เตหิ
ลิงฺเคหิ เตหิ นิมิตฺเตหิ ภิกฺขุ ภิกฺขุํ ปสฺสติ สีลวิปตฺติยา
ทิฏฺฐสุตปริสงฺกิตํ✎ ร่าง
Idha pana, bhikkhave, bhikkhu yehi ākārehi yehi liṅgehi yehi nimittehi sīlavipattiyā diṭṭhasutaparisaṅkito hoti, tehi ākārehi tehi liṅgehi tehi nimittehi bhikkhu bhikkhuṁ passati sīlavipattiyā diṭṭhasutaparisaṅkitaṁ.
น เหว โข ภิกฺขุ ภิกฺขุํ ปสฺสติ สีลวิปตฺติยา
ทิฏฺฐสุตปริสงฺกิตํ อปิจ อญฺโญ ภิกฺขุ ภิกฺขุสฺส อาโรเจติ✎ ร่าง
Na heva kho bhikkhu bhikkhuṁ passati sīlavipattiyā diṭṭhasutaparisaṅkitaṁ, api ca añño bhikkhu bhikkhussa āroceti—
อิตฺถนฺนาโม อาวุโส ภิกฺขุ สีลวิปตฺติยา ทิฏฺฐสุตปริสงฺกิโตติ✎ ร่าง
‘itthannāmo, āvuso, bhikkhu sīlavipattiyā diṭṭhasutaparisaṅkito’ti.
น
เหว โข ภิกฺขุ ภิกฺขุํ ปสฺสติ สีลวิปตฺติยา ทิฏฺฐสุตปริสงฺกิตํ
น ปิ อญฺโญ ภิกฺขุ ภิกฺขุสฺส อาโรเจติ✎ ร่าง
Na heva kho bhikkhu bhikkhuṁ passati sīlavipattiyā diṭṭhasutaparisaṅkitaṁ, nāpi añño bhikkhu bhikkhussa āroceti—
อิตฺถนฺนาโม อาวุโส
ภิกฺขุ สีลวิปตฺติยา ทิฏฺฐสุตปริสงฺกิโตติ อปิจ โส ว ภิกฺขุ
ภิกฺขุสฺส อาโรเจติ✎ ร่าง
‘itthannāmo, āvuso, bhikkhu sīlavipattiyā diṭṭhasutaparisaṅkito’ti, api ca sova bhikkhu bhikkhussa āroceti—
อหํ อาวุโส สีลวิปตฺติยา ทิฏฺฐสุตปริสงฺกิโตติ✎ ร่าง
‘ahaṁ, āvuso, sīlavipattiyā diṭṭhasutaparisaṅkitomhī’ti.
อากงฺขมาโน ภิกฺขเว ภิกฺขุ เตน ทิฏฺเฐน เตน สุเตน ตาย
ปริสงฺกาย ตทหุโปสเถ จาตุทฺทเส วา ปณฺณรเส วา ตสฺมึ
ปุคฺคเล สมฺมุขีภูเต สงฺฆมชฺเฌ อุทาหเรยฺย✎ ร่าง
Ākaṅkhamāno, bhikkhave, bhikkhu tena diṭṭhena tena sutena tāya parisaṅkāya tadahuposathe cātuddase vā pannarase vā tasmiṁ puggale sammukhībhūte saṅghamajjhe udāhareyya—
สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ✎ ร่าง
‘Suṇātu me, bhante, saṅgho.
อิตฺถนฺนาโม ปุคฺคโล
สีลวิปตฺติยา ทิฏฺฐสุตปริสงฺกิโต โหติ ตสฺส ปาติโมกฺขํ ฐเปมิ น
ตสฺมึ สมฺมุขีภูเต ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิตพฺพนฺติ ฯ✎ ร่าง
Itthannāmo puggalo sīlavipattiyā diṭṭhasutaparisaṅkito, tassa pātimokkhaṁ ṭhapemi, na tasmiṁ sammukhībhūte pātimokkhaṁ uddisitabbanti—
ธมฺมิกํ
ปาติโมกฺขฏฺฐปนํ ฯ✎ ร่าง
dhammikaṁ pātimokkhaṭṭhapanaṁ’.