เนื้อความทั้งข้อ
แปลไทย ฉบับหลวง
บาลีอักษรไทย
[๕๕๗] สมัยนั้น ภิกษุณีฉัพพัคคีย์แต้มหน้า ทาแก้ม เยี่ยมหน้าต่าง
ยืนแอบประตู ให้ผู้อื่นทำการฟ้อนรำ ตั้งสำนักหญิงแพศยา ตั้งร้านขายสุรา ขาย
เนื้อ ออกร้านขายของเบ็ดเตล็ด ประกอบการหากำไร ประกอบการค้าขาย ใช้
ทาสให้บำรุง ใช้ทาสีให้บำรุง ใช้กรรมกรชายให้บำรุง ใช้กรรมกรหญิงให้บำรุง
ใช้สัตว์เดียรัจฉานให้บำรุง ขายของสดและของสุก ใช้สันถัดขนเจียมหล่อ
ชาวบ้านเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ... เหมือนพวกหญิงคฤหัสถ์ผู้บริโภคกาม
ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ภิกษุณีไม่พึงแต้มหน้า ไม่พึงทาแก้ม ไม่พึงเยี่ยมหน้าต่าง ไม่พึงยืนแอบประตู
ไม่พึงให้ผู้อื่นทำการฟ้อนรำ ไม่พึงตั้งสำนักหญิงแพศยา ไม่พึงตั้งร้านขายสุรา ไม่
พึงออกร้านขายของเบ็ดเตล็ด ไม่พึงประกอบการหากำไร ไม่พึงประกอบการค้า-
*ขาย ไม่พึงใช้ทาสให้บำรุง ไม่พึงใช้ทาสีให้บำรุง ไม่พึงใช้กรรมกรชายให้บำรุง
ไม่พึงใช้กรรมกรหญิงให้บำรุง ไม่พึงใช้สัตว์เดียรัจฉานให้บำรุง ไม่พึงขายของ
สดและของสุก ไม่พึงใช้สันถัดขนเจียมหล่อ รูปใดใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ ฯ
▴ ย่อ
เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขุนิโย อวงฺคํ
กโรนฺติ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena chabbaggiyā bhikkhuniyo avaṅgaṁ karonti …pe…
อ้างอิง สยามรัฐ 7.346 · ฉัฏฐสังคายนา 90.431
วิเสสกํ กโรนฺติ โอโลกนเกน โอโลเกนฺติ สาโลเก ติฏฺฐนฺติ
ส✎ ร่าง
visesakaṁ karonti, olokanakena olokenti, sāloke tiṭṭhanti;
นจฺจํ ๑- การาเปนฺติ เวสึ วุฏฺฐาเปนฺติ ปานาคารํ ฐเปนฺติ สูนํ
ฐเปนฺติ อาปณํ ปสาเรนฺติ วฑฺฒึ ปโยเชนฺติ วณิชฺชํ ปโยเชนฺติ
ทาสํ อุปฏฺฐาเปนฺติ ทาสึ อุปฏฺฐาเปนฺติ กมฺมกรํ อุปฏฺฐาเปนฺติ
กมฺมกรึ อุปฏฺฐาเปนฺติ ติรจฺฉานคตํ อุปฏฺฐาเปนฺติ หริตกปตฺติกํ ๒-
ปกิณนฺติ นมตกํ ธาเรนฺติ ฯ✎ ร่าง
naccaṁ kārāpenti, vesiṁ vuṭṭhāpenti, pānāgāraṁ ṭhapenti, sūnaṁ ṭhapenti, āpaṇaṁ pasārenti, vaḍḍhiṁ payojenti, vaṇijjaṁ payojenti, dāsaṁ upaṭṭhāpenti, dāsiṁ upaṭṭhāpenti, kammakāraṁ upaṭṭhāpenti, kammakāriṁ upaṭṭhāpenti, tiracchānagataṁ upaṭṭhāpenti, harītakapakkikaṁ pakiṇanti, namatakaṁ dhārenti.
มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ
ฯเปฯ✎ ร่าง
Manussā ujjhāyanti khiyyanti vipācenti …pe…
เสยฺยถาปิ คิหิกามโภคินิโยติ ฯ✎ ร่าง
seyyathāpi gihinī kāmabhoginiyo”ti.
ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
น ภิกฺขเว ภิกฺขุนิยา อวงฺคํ กาตพฺพํ✎ ร่าง
“Na, bhikkhave, bhikkhuniyā avaṅgaṁ kātabbaṁ …pe…
น วิเสสกํ กาตพฺพํ น โอโลกนเกน
โอโลเกตพฺพํ น สาโลเก ฐาตพฺพํ ๓- น สนจฺจํ ๑- การาเปตพฺพํ น
เวสี วุฏฺฐาเปตพฺพา น ปานาคารํ ฐเปตพฺพํ น สูนํ ฐเปตพฺพํ ๔- น
อาปโณ ปสาเรตพฺโพ น วฑฺฒิ ปโยเชตพฺพา น วณิชฺชา ปโยเชตพฺพา
น ทาโส อุปฏฺฐาเปตพฺโพ น ทาสี อุปฏฺฐาเปตพฺพา น กมฺมกโร
อุปฏฺฐาเปตพฺโพ น กมฺมกรี อุปฏฺฐาเปตพฺพา น ติรจฺฉานคโต
อุปฏฺฐาเปตพฺโพ น หริตกปตฺติกํ ๒- ปกิณิตพฺพํ น นมตกํ
ธาเรตพฺพํ✎ ร่าง
na visesakaṁ kātabbaṁ, na olokanakena oloketabbaṁ, na sāloke ṭhātabbaṁ, na naccaṁ kārāpetabbaṁ, na vesī vuṭṭhāpetabbā, na pānāgāraṁ ṭhapetabbaṁ, na sūnā ṭhapetabbā, na āpaṇo pasāretabbo, na vaḍḍhi payojetabbā, na vaṇijjā payojetabbā, na dāso upaṭṭhāpetabbo, na dāsī upaṭṭhāpetabbā, na kammakāro upaṭṭhāpetabbo, na kammakārī upaṭṭhāpetabbā, na tiracchānagato upaṭṭhāpetabbo, na harītakapakkikaṁ pakiṇitabbaṁ, na namatakaṁ dhāretabbaṁ.
ยา ธาเรยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ✎ ร่าง
Yā dhāreyya, āpatti dukkaṭassā”ti.