เนื้อความทั้งข้อ
[๑๐๕๒] ถามว่า อาปัตตาธิกรณ์ เป็นอาบัติหรือมิใช่อาบัติ?
ตอบว่า อาปัตตาธิกรณ์ มิใช่อาบัติ.
ถ. ก็เพราะอาปัตตาธิกรณ์เป็นปัจจัย ภิกษุต้องอาบัติ หรือ?
ต. ถูกแล้ว เพราะอาปัตตาธิกรณ์เป็นปัจจัย ภิกษุต้องอาบัติ.
ถ. เพราะอาปัตตาธิกรณ์เป็นปัจจัย ภิกษุต้องอาบัติเท่าไร?
ต. เพราะอาปัตตาธิกรณ์เป็นปัจจัย ภิกษุต้องอาบัติ ๔ ตัว คือ ภิกษุณีรู้อยู่ ปกปิด
ปาราชิกธรรมอันภิกษุณีต้องแล้ว ต้องอาบัติปาราชิก ๑ สงสัยปกปิดไว้ต้องอาบัติถุลลัจจัย ๑ ภิกษุ
ปกปิดอาบัติสังฆาทิเสส ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑ ปกปิดอาจารวิบัติ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ เพราะ
อาปัตตาธิกรณ์เป็นปัจจัย ต้องอาบัติ ๔ ตัวนี้.
ถ. อาบัติเหล่านั้นจัดเป็นวิบัติเท่าไร บรรดาวิบัติ ๔? จัดเป็นอธิกรณ์อะไร บรรดา
อธิกรณ์ ๔? สงเคราะห์ด้วยกองอาบัติเท่าไร บรรดากองอาบัติ ๗? เกิดด้วยสมุฏฐานเท่าไร
บรรดาสมุฏฐานอาบัติ ๖? ระงับด้วยอธิกรณ์เท่าไร? ในฐานะเท่าไร? ด้วยสมถะเท่าไร?
ต. อาบัติเหล่านั้น จัดเป็นวิบัติ ๒ บรรดาวิบัติ ๔ คือ บางทีเป็นศีลวิบัติ บางทีเป็น
อาจารวิบัติ, เป็นอาปัตตาธิกรณ์ บรรดาอธิกรณ์ ๔, สงเคราะห์ด้วยกองอาบัติ ๔ บรรดากองอาบัติ
๗ คือ บางทีด้วยกองอาบัติปาราชิก บางทีด้วยกองอาบัติถุลลัจจัย บางทีด้วยกองอาบัติปาจิตตีย์
บางทีด้วยกองอาบัติทุกกฏ, เกิดด้วยสมุฏฐาน ๑ บรรดาสมุฏฐานอาบัติ ๖ คือ เกิดแต่กาย
วาจา และจิต, อาบัติที่ไม่มีส่วนเหลือ ระงับด้วยอธิกรณ์อะไรไม่ได้ ระงับในฐานะอะไรไม่ได้
ระงับด้วยสมถะอะไรไม่ได้, อาบัติเบา ระงับด้วยอธิกรณ์ ๑ คือ กิจจาธิกรณ์, ระงับในฐานะ
๓ คือ ท่ามกลางสงฆ์ ๑ ท่ามกลางคณะ ๑ สำนักบุคคล ๑ ระงับด้วยสมถะ ๓ คือ บางทีด้วย
สัมมุขาวินัย ๑ ด้วยปฏิญญาตกรณะ ๑ บางทีด้วยสัมมุขาวินัยกับติณวัตถารกะ ๑.
อาปตฺตาธิกรณํ อาปตฺตานาปตฺตีติ ฯ✎ ร่าง
Āpattādhikaraṇaṁ āpattānāpattīti?
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 91.292
อาปตฺตาธิกรณํ
น ๑- อาปตฺติ ฯ✎ ร่าง
Āpattādhikaraṇaṁ āpatti.
กึ ปน อาปตฺตาธิกรณปจฺจยา อาปตฺตึ อาปชฺเชยฺยาติ ฯ✎ ร่าง
Kiṁ pana āpattādhikaraṇapaccayā āpattiṁ āpajjeyyāti?
อาม อาปตฺตาธิกรณปจฺจยา อาปตฺตึ อาปชฺเชยฺย ฯ✎ ร่าง
Āma, āpattādhikaraṇapaccayā āpattiṁ āpajjeyya.
อาปตฺตาธิกรณปจฺจยา
กติ อาปตฺติโย อาปชฺชติ ฯ✎ ร่าง
Āpattādhikaraṇapaccayā kati āpattiyo āpajjati?
อาปตฺตาธิกรณปจฺจยา จตสฺโส อาปตฺติโย
อาปชฺชติ✎ ร่าง
Āpattādhikaraṇapaccayā catasso āpattiyo āpajjati.
ภิกฺขุนี ชานํ ปาราชิกํ ธมฺมํ อชฺฌาปนฺนํ ๒- ปฏิจฺฉาเทติ
อาปตฺติ ปาราชิกสฺส✎ ร่าง
Bhikkhunī jānaṁ pārājikaṁ dhammaṁ paṭicchādeti, āpatti pārājikassa;
เวมติกา ปฏิจฺฉาเทติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส✎ ร่าง
vematikā paṭicchādeti, āpatti thullaccayassa;
ภิกฺขุ
สงฺฆาทิเสสํ ปฏิจฺฉาเทติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส✎ ร่าง
bhikkhu saṅghādisesaṁ paṭicchādeti, āpatti pācittiyassa;
อาจารวิปตฺตึ ปฏิจฺฉาเทติ
อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส✎ ร่าง
ācāravipattiṁ paṭicchādeti, āpatti dukkaṭassa—
อาปตฺตาธิกรณปจฺจยา อิมา จตสฺโส อาปตฺติโย
อาปชฺชติ ฯ✎ ร่าง
āpattādhikaraṇapaccayā imā catasso āpattiyo āpajjati.
ตา อาปตฺติโย จตุนฺนํ วิปตฺตีนํ กติ วิปตฺติโย
ภชนฺติ✎ ร่าง
Tā āpattiyo catunnaṁ vipattīnaṁ kati vipattiyo bhajanti?
จตุนฺนํ อธิกรณานํ กตมํ อธิกรณํ✎ ร่าง
Catunnaṁ adhikaraṇānaṁ katamaṁ adhikaraṇaṁ?
สตฺตนฺนํ อาปตฺติกฺขนฺธานํ
กตีหิ อาปตฺติกฺขนฺเธหิ สงฺคหิตา✎ ร่าง
Sattannaṁ āpattikkhandhānaṁ katihi āpattikkhandhehi saṅgahitā?
ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ
กตีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐหนฺติ✎ ร่าง
Channaṁ āpattisamuṭṭhānānaṁ katihi samuṭṭhānehi samuṭṭhanti?
กตีหิ อธิกรเณหิ กตีสุ ฐาเนสุ
กตีหิ สมเถหิ สมฺมนฺติ ฯ✎ ร่าง
Katihi adhikaraṇehi, katisu ṭhānesu, katihi samathehi sammanti?
ตา อาปตฺติโย จตุนฺนํ วิปตฺตีนํ เทฺว
วิปตฺติโย ภชนฺติ✎ ร่าง
Tā āpattiyo catunnaṁ vipattīnaṁ dve vipattiyo bhajanti—
อ้างอิงสยามรัฐ 8.379
สิยา สีลวิปตฺตึ สิยา อาจารวิปตฺตึ✎ ร่าง
siyā sīlavipattiṁ siyā ācāravipattiṁ.
จตุนฺนํ
อธิกรณานํ อาปตฺตาธิกรณํ✎ ร่าง
Catunnaṁ adhikaraṇānaṁ āpattādhikaraṇaṁ.
สตฺตนฺนํ อาปตฺติกฺขนฺธานํ จตูหิ
อาปตฺติกฺขนฺเธหิ สงฺคหิตา✎ ร่าง
Sattannaṁ āpattikkhandhānaṁ catūhi āpattikkhandhehi saṅgahitā—
สิยา ปาราชิกาปตฺติกฺขนฺเธน สิยา
ถุลฺลจฺจยาปตฺติกฺขนฺเธน สิยา ปาจิตฺติยาปตฺติกฺขนฺเธน สิยา
ทุกฺกฏาปตฺติกฺขนฺเธน✎ ร่าง
siyā pārājikāpattikkhandhena, siyā thullaccayāpattikkhandhena, siyā pācittiyāpattikkhandhena, siyā dukkaṭāpattikkhandhena.
ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ เอเกน สมุฏฺฐาเนน
@เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. นสทฺโท นตฺถิ ฯ ๒ ม. ยุ. อยํ ปาโฐ นตฺถิ ฯ
สมุฏฺฐหนฺติ✎ ร่าง
Channaṁ āpattisamuṭṭhānānaṁ ekena samuṭṭhānena samuṭṭhanti—
กายโต จ วาจโต จ จิตฺตโต จ สมุฏฺฐหนฺติ✎ ร่าง
kāyato ca vācato ca cittato ca samuṭṭhanti.
ยา สา อาปตฺติ อนวเสสา สา อาปตฺติ น กตเมน อธิกรเณน
น กตมมฺหิ ฐาเน น กตเมน สมเถน สมฺมติ✎ ร่าง
Yā sā āpatti anavasesā sā āpatti na katamena adhikaraṇena, na katamamhi ṭhāne, na katamena samathena sammati.
ยา ตา อาปตฺติโย
ลหุกา ตา อาปตฺติโย เอเกน อธิกรเณน✎ ร่าง
Yā tā āpattiyo lahukā tā āpattiyo ekena adhikaraṇena—
กิจฺจาธิกรเณน✎ ร่าง
kiccādhikaraṇena;
ตีสุ
ฐาเนสุ✎ ร่าง
tīsu ṭhānesu—
สงฺฆมชฺเฌ คณมชฺเฌ ปุคฺคลสฺส สนฺติเก✎ ร่าง
saṅghamajjhe, gaṇamajjhe, puggalassa santike;
ตีหิ สมเถหิ
สมฺมนฺติ✎ ร่าง
tīhi samathehi sammanti—
สิยา สมฺมุขาวินเยน จ ปฏิญฺญาตกรเณน จ สิยา
สมฺมุขาวินเยน จ ติณวตฺถารเกน จ ฯ✎ ร่าง
siyā sammukhāvinayena ca paṭiññātakaraṇena ca, siyā sammukhāvinayena ca tiṇavatthārakena ca.