เนื้อความทั้งข้อ
[๘๒๖] สังขารทั้งปวงที่ปัจจัยปรุงแต่ง ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
พระนิพพานและบัญญัติ ท่านวินิจฉัยว่า เป็นอนัตตา. เมื่อดวงจันทร์ คือ
พระพุทธเจ้ายังไม่เกิดขึ้น เมื่อดวงอาทิตย์ คือ พระพุทธเจ้า ยังไม่อุทัย
ขึ้นมา เพียงแต่ชื่อของสภาคธรรมเหล่านั้น ก็ยังไม่มีใครรู้จัก. พระมหา-
วีรเจ้าทั้งหลาย เป็นผู้มีพระจักษุ ทรงทำทุกกรกิริยามีอย่างต่างๆ ทรง
บำเพ็ญบารมีแล้วเสด็จอุบัติในโลกเป็นไปกับพรหมโลก พระองค์ทรง
แสดงพระสัทธรรม อันดับเสียซึ่งทุกข์ นำมาซึ่งความสุข. พระอังคีรส-
ศากยมุนี ผู้อนุเคราะห์แก่ประชาทุกถ้วนหน้า อุดมกว่าสรรพสัตว์
ดุจราชสีห์ ทรงแสดงพระไตรปิฎก คือ พระวินัย ๑ พระสุตตันตะ ๑
พระอภิธรรม ๑ ซึ่งมีคุณมาก อย่างนี้ พระสัทธรรมจะเป็นไปได้ ผิว่า
พระวินัย คือ อุภโตวิภังค์ ขันธกะและมาติกา ที่ร้อยกรองด้วยคัมภีร์
บริวาร เหมือนดอกไม้ร้อยด้วยเส้นด้าย ยังดำรงอยู่. ในคัมภีร์บริวารนั้นแล
สมุฏฐานท่านจัดไว้แน่นอน ความเจือปนกัน และนิทานอื่นย่อมเห็นได้
ในพระสูตรข้างหน้า เพราะฉะนั้น ภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รักด้วยดี ใคร่ต่อ
ธรรม พึงศึกษาคัมภีร์บริวารเถิด. ในวันอุโบสถ ภิกษุและภิกษุณีย่อม
สวดสิกขาบท อันพระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติไว้ในวิภังค์ทั้ง ๒ ข้าพเจ้าจัก
กล่าวสมุฏฐานตามที่รู้ ขอท่านทั้งหลายจงฟังข้าพเจ้า. ปฐมปราชิกสิกขาบท
๑ ทุติยปาราชิกสิกขาบท ๑ ต่อแต่นั้น สัญจริตสิกขาบท ๑ สมนุภาสน-
สิกขาบท ๑ อติเรกจีวรสิกขาบท ๑ เอฬกโลมสิกขาบททั้งหลาย ๑
ปทโสธัมมสิกขาบท ๑ ภูตาโรจนสิกขาบท ๑ สังวิธานสิกขาบท ๑
เถยยสัตถสิกขาบท ๑ เทสนาสิกขาบท ๑ โจรีวุฏฐาปนสิกขาบท ๑ รวม
กับการบวชสตรีที่มารดาบิดา หรือสามีไม่อนุญาต จึงเป็นสมุฏฐาน ๑๓.
ในอุภโตวิภังค์นี้ นัยแห่งสมุฏฐาน ๑๓ นี้ วิญญูชนทั้งหลาย คิดกันแล้ว
ที่คล้ายคลึงกัน ย่อมปรากฏในสมุฏฐานอันหนึ่งๆ.
อนิจฺจา สพฺพสงฺขารา✎ ร่าง
Aniccā sabbe saṅkhārā,
อ้างอิงPTS 5.86 · สยามรัฐ 8.224 · ฉัฏฐสังคายนา 91.179 · พุทธชยันตี 6.304
ทุกฺขานตฺตา จ สงฺขตา ฯ✎ ร่าง
dukkhānattā ca saṅkhatā;
นิพฺพานญฺเจว ปณฺณตฺติ✎ ร่าง
Nibbānañceva paññatti,
อนตฺตา อิติ นิจฺฉยา ฯ✎ ร่าง
anattā iti nicchayā.
พุทฺธจนฺเท อนุปฺปนฺเน✎ ร่าง
Buddhacande anuppanne,
พุทฺธาทิจฺเจ อนุคฺคเต✎ ร่าง
buddhādicce anuggate;
เตสํ สภาคธมฺมานํ✎ ร่าง
Tesaṁ sabhāgadhammānaṁ,
นามมตฺตํ น ญายติ ๓- ฯ✎ ร่าง
nāmamattaṁ na nāyati.
ทุกฺกรํ วิวิธํ กตฺวา✎ ร่าง
Dukkaraṁ vividhaṁ katvā,
ปูรยิตฺวาน ปารมี✎ ร่าง
pūrayitvāna pāramī;
อุปฺปชฺชนฺติ มหาวีรา✎ ร่าง
Uppajjanti mahāvīrā,
จกฺขุภูตา สพฺรหฺมเก✎ ร่าง
cakkhubhūtā sabrahmake.
เต เทสยนฺติ สทฺธมฺมํ✎ ร่าง
Te desayanti saddhammaṁ,
ทุกฺขหานึ สุขาวหํ ฯ✎ ร่าง
dukkhahāniṁ sukhāvahaṁ;
องฺคีรโส สกฺยมุนิ✎ ร่าง
Aṅgīraso sakyamuni,
สพฺพภูตานุกมฺปโก✎ ร่าง
sabbabhūtānukampako.
สพฺพสตฺตุตฺตโม สีโห✎ ร่าง
Sabbasattuttamo sīho,
ปิฏเก ตีณิ เทสยิ✎ ร่าง
piṭake tīṇi desayi;
สุตฺตนฺตํ อภิธมฺมญฺจ✎ ร่าง
Suttantamabhidhammañca,
วินยญฺจ มหาคุณํ ฯ✎ ร่าง
vinayañca mahāguṇaṁ.
เอวํ นียติ สทฺธมฺโม✎ ร่าง
Evaṁ nīyati saddhammo,
วินโย ยทิ ติฏฺฐติ✎ ร่าง
vinayo yadi tiṭṭhati;
อุภโต จ วิภงฺคานิ✎ ร่าง
Ubhato ca vibhaṅgāni,
ขนฺธกา ยา จ มาติกา✎ ร่าง
khandhakā yā ca mātikā.
มาลา สุตฺตคุเณเนว✎ ร่าง
Mālā suttaguṇeneva,
ปริวาเรน คนฺถิตา ฯ✎ ร่าง
parivārena ganthitā;
ตสฺเสว ปริวารสฺส✎ ร่าง
Tasseva parivārassa,
สมุฏฺฐานํ นิยโต กตํ✎ ร่าง
samuṭṭhānaṁ niyato kataṁ.
สมฺเภทนิทานญฺจญฺญํ✎ ร่าง
Sambhedaṁ nidānañcaññaṁ,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 91.180
สุตฺเต ทิสฺสนฺติ อุปริ✎ ร่าง
sutte dissanti upari;
ตสฺมา สิกฺเข ปริวารํ✎ ร่าง
Tasmā sikkhe parivāraṁ,
ธมฺมกาโม สุเปสโลติ ฯ✎ ร่าง
dhammakāmo supesaloti.
วิภงฺเค ทฺวีสุ ปญฺญตฺตํ✎ ร่าง
Vibhaṅge dvīsu paññattaṁ,
อุทฺทิสนฺติ อุโปสเถ✎ ร่าง
uddisanti uposathe;
ปวกฺขามิ สมุฏฺฐานํ✎ ร่าง
Pavakkhāmi samuṭṭhānaṁ,
ยถาญายํ สุณาถ เม ฯ✎ ร่าง
yathāñāyaṁ suṇātha me.
ปาราชิกํ ยํ ปฐมํ✎ ร่าง
Pārājikaṁ yaṁ paṭhamaṁ,
อ้างอิงสยามรัฐ 8.225
ทุติยญฺจ ตโต ปรํ✎ ร่าง
dutiyañca tato paraṁ;
สญฺจริตฺตานุภาสญฺจ✎ ร่าง
Sañcarittānubhāsanañca,
อติเรกญฺจ จีวรํ✎ ร่าง
atirekañca cīvaraṁ.
โลมานิ ปทโสธมฺโม✎ ร่าง
Lomāni padasodhammo,
ภูตสํวิธาเนน จ✎ ร่าง
bhūtaṁ saṁvidhānena ca;
เถยฺยเทสนโจริญฺจ✎ ร่าง
Theyyadesanacorī ca,
อนนุญฺญาย ๑- เตรส ฯ✎ ร่าง
ananuññātāya terasa.
เตรเสเต สมุฏฺฐาน✎ ร่าง
Terasete samuṭṭhāna-
นยา วิญฺญูหิ จินฺติตา✎ ร่าง
nayā viññūhi cintitā;
เอเกกสฺมึ สมุฏฺฐาเน✎ ร่าง
Ekekasmiṁ samuṭṭhāne,
สทิสา อิธ ทิสฺสเร ฯ✎ ร่าง
sadisā idha dissare.
—
2.1. Paṭhamapārājikasamuṭṭhāna