‹ กลับ
มหาโควินทสูตร
เล่ม ๑๐ — ทีฆนิกาย มหาวรรค · ข้อ 219 · ที.ม. ๑๐/๔๘๗๑ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๒๑๙] ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ได้ยินว่า เพราะเหตุนั้นสนังกุมารพรหม จึงปลื้มใจ เบิกบาน เกิดปีติและโสมนัส เพราะได้สดับพระคุณตามที่มีจริง ๘ ประการ ของพระผู้มีพระภาค ครั้งนั้นสนังกุมารพรหม นิมิตอัตตภาพใหญ่ยิ่ง เป็นเพศกุมารีแกละ ๕ แกละ ปรากฏแก่เทวดาชั้นดาวดึงส์ สนังกุมารพรหม นั้นเหาะขึ้นยังเวหาส นั่งขัดสมาธิอยู่ในอากาศที่ว่าง เปรียบดังบุรุษผู้มีกำลังนั่ง ขัดสมาธิอยู่บนบัลลังก์ที่ปูลาดเรียบร้อย หรือบนภาคพื้นราบเรียบฉะนั้น แล้วเรียก เทวดาชั้นดาวดึงส์มาว่า ดูกรท่านผู้เจริญทั้งหลาย เทวดาชั้นดาวดึงส์จะสำคัญความ ข้อนั้นเป็นไฉน พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น เป็นผู้มีพระปัญญามากได้มีมาแล้ว สิ้นกาลนานเพียงไร ฯ ดูกรท่านผู้เจริญ เรื่องเคยมีมาแล้ว พระราชาทรงพระนามว่าทิสัมบดี พราหมณ์นามว่า โควินทะ เป็นปุโรหิตของพระเจ้าทิสัมบดี พระกุมารพระนามว่า เรณู เป็นโอรสของพระเจ้าทิสัมบดี มาณพมีนามว่า โชติปาละ เป็นบุตรของ โควินทพราหมณ์ คน ๘ คนเหล่านี้คือ พระราชโอรสพระนามว่า เรณู ๑ โชติ ปาลมาณพ ๑ และกษัตริย์อื่นอีก ๖ พระองค์ เป็นสหายกันดังนี้ ครั้งนั้น โดย วันคืนล่วงไปๆ โควินทพราหมณ์ได้ทำกาละ เมื่อโควินทพราหมณ์กระทำกาละแล้ว พระเจ้าทิสัมบดีทรงพระรำพันว่า สมัยใด เรามอบราชกิจทั้งปวงไว้ในโควินทพราหมณ์ แล้วสะพรั่งพร้อมด้วยเบญจกามคุณ บำเรออยู่ สมัยนั้น โควินทพราหมณ์ถึง อนิจจกรรมเสียแล้ว ฯ เมื่อท้าวเธอดำรัสอย่างนี้แล้ว เรณูราชโอรสได้กราบทูลพระเจ้าทิสัมบดีว่า ขอเดชะ เมื่อท่านโควินทพราหมณ์ถึงอนิจจกรรมแล้ว พระองค์อย่าทรงกรรแสง นักเลย โชติปาลมาณพบุตรของโควินทพราหมณ์ยังมีอยู่ เขาฉลาดกว่าทั้งสามารถ กว่าบิดา บิดาของเขาสั่งสอนอรรถเหล่าใด แม้อรรถเหล่านั้น โชติปาลมาณพก็ สั่งสอนได้เหมือนกัน อย่างนั้นหรือ พ่อกุมาร อย่างนั้นขอเดชะ ฯ ลำดับนั้น พระเจ้าทิสัมบดีจึงตรัสเรียกบุรุษคนหนึ่งมารับสั่งว่า มานี่เถิด บุรุษผู้เจริญ ท่านจงเข้าไปหาโชติปาลมาณพถึงที่อยู่ แล้วจงบอกกะโชติปาลมาณพ อย่างนี้ว่า ขอความเจริญจงมีแก่ท่านโชติปาลมาณพเถิด พระเจ้าทิสัมบดีรับสั่ง ให้ท่านโชติปาลมาณพเข้าไปเฝ้า พระเจ้าทิสัมบดีทรงมีพระราชประสงค์จะทอด- *พระเนตรท่านโชติปาลมาณพ ฯ บุรุษนั้นทูลรับคำพระเจ้าทิสัมบดีแล้ว เข้าไปหาโชติปาลมาณพถึงที่อยู่ แล้วได้กล่าวว่า ขอความเจริญจงมีแก่ท่านโชติปาลมาณพเถิด พระเจ้าทิสัมบดี รับสั่งให้ท่านโชติปาลมาณพเข้าไปเฝ้า ทรงมีพระราชประสงค์จะทอดพระเนตร ท่านโชติปาลมาณพ ฯ โชติปาลมาณพรับคำบุรุษนั้น แล้วเข้าไปเฝ้าพระเจ้าทิสัมบดีถึงที่ประทับ ได้ปราศรัยกับพระเจ้าทิสัมบดี ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง พระเจ้าทิสัมบดีจึงตรัสว่า ขอท่านโชติปาลมาณพจงสั่ง สอนเรา อย่าบอกคืนในการสั่งสอนเราเลย เราจักแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนบิดา จักอภิเษกในตำแหน่งโควินทพราหมณ์ โชติปาลมาณพทูลรับสนองพระเจ้าทิสัมบดี ว่าอย่างนั้น ขอเดชะ ฯ ครั้งนั้น พระเจ้าทิสัมบดีทรงอภิเษกโชติปาลมาณพไว้ในตำแหน่ง โควินทพราหมณ์ ทรงแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนบิดา โชติปาลมาณพผู้อันพระเจ้า- *ทิสัมบดีทรงอภิเษกในตำแหน่งโควินทพราหมณ์ ทรงแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทน บิดาแล้ว ก็สั่งสอนอรรถที่บิดาของเขาสั่งสอน ไม่สั่งสอนอรรถที่บิดาของเขา ไม่สั่งสอน ย่อมจัดแจงการงานที่บิดาของเขาจัด ไม่จัดแจงการงานที่บิดาของเขา ไม่จัด มนุษย์ทั้งหลายกล่าวกะเขาอย่างนี้ว่า ดูกรท่านผู้เจริญ ท่านโควินทพราหมณ์หนอ ดูกรท่านผู้เจริญ ท่านมหาโควินทพราหมณ์หนอ ดูกรท่านผู้เจริญ โดยปริยายนี้ นามสมญาว่า มหาโควินท์ นั่นแล จึงเกิดมีแก่โชติปาลมาณพ ฯ
เทียบรายประโยค (0 ประโยค)
— ยังไม่มีการเทียบประโยคสำหรับข้อนี้ —
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑๐ — ทีฆนิกาย มหาวรรค
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน