เนื้อความทั้งข้อ
[๓๕๑] ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย ธรรมมีประเภทละ ๙ๆ ที่พระผู้มีพระภาค
ผู้ทรงรู้ทรงเห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ตรัสไว้ โดยชอบ
แล้วมีอยู่ พวกเราทั้งหมดด้วยกัน พึงสังคายนาไม่พึงแก่งแย่งกันในธรรมนั้น การ
ที่พรหมจรรย์นี้พึงยั่งยืนตั้งอยู่นานนั้นพึงเป็นไปเพื่อประโยชน์แก่ชนมาก เพื่อความ
สุขแก่ชนมาก เพื่ออนุเคราะห์แก่โลก เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุข
แก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ธรรมมีประเภทละ ๙ๆ เป็นไฉน ฯ
๑. ผูกอาฆาตด้วยคิดว่า ผู้นี้ได้ประพฤติสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์แก่เราแล้ว
๒. ผูกอาฆาตด้วยคิดว่า ผู้นี้ประพฤติอยู่ซึ่งสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์แก่เรา
๓. ผูกอาฆาตด้วยคิดว่า ผู้นี้จักประพฤติสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์แก่เรา
๔. ผูกอาฆาตด้วยคิดว่า ผู้นี้ได้ประพฤติสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์แก่บุคคล
ผู้เป็นที่รักเป็นที่ชอบใจของเราแล้ว
๕. ผูกอาฆาตด้วยคิดว่า ผู้นี้ประพฤติอยู่ซึ่งสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์แก่
บุคคลผู้เป็นที่รักเป็นที่ชอบใจของเรา
๖. ผูกอาฆาตด้วยคิดว่า ผู้นี้จักประพฤติสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์แก่
บุคคลผู้เป็นที่รักเป็นที่ขอบใจของเรา
๗. ผูกอาฆาตด้วยคิดว่า ผู้นี้ได้ประพฤติสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่บุคคล
ผู้ไม่เป็นที่รักไม่เป็นที่ชอบใจของเราแล้ว
๘. ผูกอาฆาตด้วยคิดว่า ผู้นี้ประพฤติอยู่ซึ่งสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่
บุคคลผู้ไม่เป็นที่ชอบใจของเรา
๙. ผูกอาฆาตด้วยคิดว่า ผู้นี้จักประพฤติสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่บุคคล
ผู้ไม่เป็นที่รักไม่เป็นที่ชอบใจของเรา ฯ
อตฺถิ โข อาวุโส เตน ภควตา ชานตา ปสฺสตา@เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. รูปี รูปานิ ฯ ๒ ม. ยุ. อธิมุตฺโต ฯ ๓ ม. ยุ. อิทํ น ทิสฺสติ ฯ
อรหตา สมฺมาสมฺพุทฺเธน นว ธมฺมา สมฺมทกฺขาตา✎ ร่าง
Atthi kho, āvuso, tena bhagavatā jānatā passatā arahatā sammāsambuddhena nava dhammā sammadakkhātā;
There are teachings grouped by nine that have been rightly explained by the Buddha.
อ้างอิงสยามรัฐ 11.277
ตตฺถ สพฺเพเหว
สงฺคายิตพฺพํ ฯเปฯ อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสฺสานํ ฯ✎ ร่าง
tattha sabbeheva saṅgāyitabbaṁ …pe… atthāya hitāya sukhāya devamanussānaṁ.
You should all recite these in concert.
กตเม นว ฯ✎ ร่าง
Katame nava?
What are the teachings grouped by nine?
นว อาฆาตวตฺถูนิ✎ ร่าง
Nava āghātavatthūni.
Nine grounds for resentment:
อนตฺถํ เม อจรีติ อาฆาตํ พนฺธติ ฯ✎ ร่าง
‘Anatthaṁ me acarī’ti āghātaṁ bandhati;
Thinking: ‘They did wrong to me,’ you harbor resentment.
อนตฺถํ เม จรตีติ อาฆาตํ พนฺธติ ฯ✎ ร่าง
‘anatthaṁ me caratī’ti āghātaṁ bandhati;
Thinking: ‘They are doing wrong to me’ …
อนตฺถํ เม จริสฺสตีติ อาฆาตํ
พนฺธติ ฯ✎ ร่าง
‘anatthaṁ me carissatī’ti āghātaṁ bandhati;
‘They will do wrong to me’ …
ปิยสฺส เม มนาปสฺส อนตฺถํ อจริ ฯ✎ ร่าง
‘piyassa me manāpassa anatthaṁ acarī’ti āghātaṁ bandhati …pe…
‘They did wrong by someone I love’ …
อนตฺถํ จรติ ฯ✎ ร่าง
anatthaṁ caratīti āghātaṁ bandhati …pe…
‘They are doing wrong by someone I love’ …
อนตฺถํ จริสฺสตีติ อาฆาตํ พนฺธติ ฯ✎ ร่าง
anatthaṁ carissatīti āghātaṁ bandhati;
‘They will do wrong by someone I love’ …
อปฺปิยสฺส เม อมนาปสฺส
อตฺถํ อจริ ฯ✎ ร่าง
‘appiyassa me amanāpassa atthaṁ acarī’ti āghātaṁ bandhati …pe…
‘They helped someone I dislike’ …
อตฺถํ จรติ ฯ✎ ร่าง
atthaṁ caratīti āghātaṁ bandhati …pe…
‘They are helping someone I dislike’ …
อตฺถํ จริสฺสตีติ อาฆาตํ พนฺธติ ฯ✎ ร่าง
atthaṁ carissatīti āghātaṁ bandhati.
Thinking: ‘They will help someone I dislike,’ you harbor resentment.