‹ กลับ
มหาอัสสปุรสูตร
เล่ม ๑๒ — มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ · ข้อ 470 · ม.มู. ๑๒/๘๕๐๗ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๔๗๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนบุรุษจะพึงกู้หนี้ไปประกอบการงาน การงาน เหล่านั้นของเขาจะพึงสำเร็จผล. เขาจะพึงใช้หนี้ที่เป็นต้นทุนเดิมให้หมดสิ้น และทรัพย์ที่เป็นกำ ไรของเขาจะพึงมีเหลืออยู่สำหรับเลี้ยงภรรยา. เขาจะพึงมีความคิดเห็นอย่างนี้ว่า เมื่อก่อน เรากู้ หนี้ไปประกอบการงาน บัดนี้ การงานของเราสำเร็จผลแล้ว เราได้ใช้หนี้ที่เป็นต้นทุนเดิมให้ หมดสิ้นแล้ว และทรัพย์ที่เป็นกำไรของเรายังมีเหลืออยู่สำหรับเลี้ยงภรรยา ดังนี้. เขาจะพึงได้ความ ปราโมทย์ ถึงความโสมนัส มีความไม่มีหนี้นั้นเป็นเหตุ ฉันใด. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนบุรุษจะพึงเป็นผู้มีอาพาธ ถึงความลำบาก เจ็บหนัก บริโภคอาหารไม่ได้ และไม่มีกำลังกาย. สมัยต่อมา เขาพึงหายจากอาพาธนั้น บริโภคอาหารได้ และมีกำลังกาย. เขาจะพึงมีความคิดเห็นอย่างนี้ว่า เมื่อก่อน เราเป็นผู้มีอาพาธ ถึงความลำบาก เจ็บหนัก บริโภคอาหารไม่ได้ และไม่มีกำลังกาย บัดนี้ เราหายจากอาพาธนั้นแล้ว บริโภค อาหารได้และมีกำลังกาย ดังนี้. เขาจะพึงได้ความปราโมทย์ ถึงความโสมนัส มีความไม่มีโรค นั้นเป็นเหตุ ฉันใด. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนบุรุษจะพึงถูกจองจำอยู่ในเรือนจำ. สมัยต่อมา เขาพึง พ้นจากเรือนจำนั้นโดยสวัสดี ไม่มีภัย และไม่ต้องเสียทรัพย์อะไรๆ เลย. เขาจะพึงมีความคิดเห็น อย่างนี้ว่า เมื่อก่อน เราถูกจองจำอยู่ในเรือนจำ บัดนี้ เราพ้นจากเรือนจำนั้นโดยสวัสดี ไม่มีภัย แล้ว และไม่ต้องเสียทรัพย์อะไรๆ เลย ดังนี้. เขาจะพึงได้ความปราโมทย์ ถึงความโสมนัส มี การพ้นจากเรือนจำนั้นเป็นเหตุ ฉันใด. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนบุรุษจะพึงเป็นทาส พึ่งตัวเองไม่ได้ ต้องพึ่งผู้อื่น ไป ไหนตามความพอใจไม่ได้. สมัยต่อมา เขาพึงพ้นจากความเป็นทาสนั้น พึ่งตัวเองได้ ไม่ต้อง พึ่งผู้อื่น เป็นไทยแก่ตัว ไปไหนได้ตามความพอใจ. เขาพึงจะมีความคิดเห็นอย่างนี้ว่า เมื่อก่อน เราเป็นทาส พึ่งตัวเองไม่ได้ ต้องพึ่งผู้อื่น ไปไหนตามความพอใจไม่ได้ บัดนี้ เราพ้นจาก ความเป็นทาสนั้นแล้ว พึ่งตัวเองได้ ไม่ต้องพึ่งผู้อื่น เป็นไทยแก่ตัว ไปไหนได้ตามความพอใจ ดังนี้. เขาจะพึงได้ความปราโมทย์ ถึงความโสมนัส มีความเป็นไทยแก่ตัวนั้นเป็นเหตุ ฉันใด. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนบุรุษมีทรัพย์ มีโภคสมบัติ จะพึงเดินทางไกลกันดาร. สมัยต่อมา เขาพึงข้ามพ้นทางกันดารนั้นได้ โดยสวัสดี ไม่มีภัย ไม่ต้องเสียทรัพย์อะไรๆ เลย. เขาจะพึงมีความคิดเห็นอย่างนี้ว่า เมื่อก่อนเรามีทรัพย์ มีโภคสมบัติ เดินทางไกลกันดาร บัดนี้ เราข้ามพ้นทางกันดารนั้นแล้ว โดยสวัสดี ไม่มีภัย ไม่ต้องเสียทรัพย์อะไรๆ เลย ดังนี้. ดังนี้ เขาจะพึงได้ความปราโมทย์ ถึงความโสมนัส มีภูมิสถานอันเกษมนั้นเป็นเหตุ ฉันใด. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพิจารณาเห็นนิวรณ์ ๕ ประการเหล่านี้ ที่ยังละไม่ได้ในตน เหมือนหนี้ เหมือนโรค เหมือนเรือนจำ เหมือนความเป็นทาส เหมือนทางไกลกันดาร. และพิจารณาเห็นนิวรณ์ ๕ ประการเหล่านี้ ที่ละได้แล้วในตน เหมือนความไม่มีหนี้ เหมือนความ ไม่มีโรค เหมือนการพ้นจากเรือนจำ เหมือนความเป็นไทยแก่ตน เหมือนภูมิสถานอันเกษม ฉันนั้นแล.
เทียบรายประโยค (30 ประโยค) คำแปลไทย: 🤖 2
mn39:14.1 #
เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว ปุริโส อิณํ อาทาย กมฺมนฺเต ปโยเชยฺย✎ ร่าง
Seyyathāpi, bhikkhave, puriso iṇaṁ ādāya kammante payojeyya.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนบุรุษจะพึงกู้หนี้ไปประกอบการงาน การงานเหล่านั้นของเขาจะพึงสำเร็จผล🤖 AI จับคู่
Suppose a man who has gotten into debt were to apply himself to work,
อ้างอิงสยามรัฐ 12.503
mn39:14.2 #
ตสฺส เต กมฺมนฺตา สมฺปชฺเชยฺยุํ ๑- ฯ✎ ร่าง
Tassa te kammantā samijjheyyuṁ.
and his efforts proved successful.
mn39:14.3 #
โส ยานิ จ โปราณานิ อิณมูลานิ ตานิ จ พฺยนฺตีกเรยฺย สิยา จสฺส อุตฺตรึ อวสิฏฺฐํ ทาราภรณาย ๒- ฯ✎ ร่าง
So yāni ca porāṇāni iṇamūlāni tāni ca byantī kareyya, siyā cassa uttariṁ avasiṭṭhaṁ dārabharaṇāya.
เขาจะพึงใช้หนี้ที่เป็นต้นทุนเดิมให้หมดสิ้น และทรัพย์ที่เป็นกำไรของเขาจะพึงมีเหลืออยู่สำหรับเลี้ยงภรรยา🤖 AI จับคู่
He would pay off the original loan and have enough left over to support his partner.
mn39:14.4 #
ตสฺส เอวมสฺส✎ ร่าง
Tassa evamassa:
Thinking about this,
mn39:14.5 #
อหํ โข ปุพฺเพ อิณํ อาทาย กมฺมนฺเต ปโยเชสึ ตสฺส เม เต กมฺมนฺตา สมฺปชฺชึสุ✎ ร่าง
‘ahaṁ kho pubbe iṇaṁ ādāya kammante payojesiṁ, tassa me te kammantā samijjhiṁsu.
mn39:14.6 #
โสหํ ยานิ จ โปราณานิ ตานิ จ พฺยนฺตีอกาสึ อตฺถิ จ ปน เม อุตฺตรึ อวสิฏฺฐํ ทาราภรณายาติ ฯ✎ ร่าง
Sohaṁ yāni ca porāṇāni iṇamūlāni tāni ca byantī akāsiṁ, atthi ca me uttariṁ avasiṭṭhaṁ dārabharaṇāyā’ti.
mn39:14.7 #
โส ตโตนิทานํ ลเภถ ปามุชฺชํ อธิคจฺเฉยฺย โสมนสฺสํ ฯ✎ ร่าง
So tatonidānaṁ labhetha pāmojjaṁ, adhigaccheyya somanassaṁ.
he’d be filled with joy and happiness.
mn39:14.8 #
เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว ปุริโส อาพาธิโก อสฺส ทุกฺขิโต พาฬฺหคิลาโน ภตฺตญฺจสฺส น ฉาเทยฺย น จสฺส กาเย พลมตฺตา ฯ✎ ร่าง
Seyyathāpi, bhikkhave, puriso ābādhiko assa dukkhito bāḷhagilāno, bhattañcassa nacchādeyya, na cassa kāye balamattā.
Suppose a person was sick, suffering, and gravely ill. They’d lose their appetite and get physically weak.
mn39:14.9 #
โส อปเรน สมเยน ตมฺหา อาพาธา มุจฺเจยฺย ภตฺตญฺจสฺส ฉาเทยฺย สิยา จสฺส กาเย พลมตฺตา ฯ✎ ร่าง
So aparena samayena tamhā ābādhā mucceyya, bhattañcassa chādeyya, siyā cassa kāye balamattā.
But after some time they’d recover from that illness, and regain their appetite and their strength.
mn39:14.10 #
ตสฺส เอวมสฺส✎ ร่าง
Tassa evamassa:
Thinking about this,
mn39:14.11 #
อหํ โข ปุพฺเพ อาพาธิโก อโหสึ ทุกฺขิโต พาฬฺหคิลาโน ภตฺตญฺจ เม น ฉาเทสิ น จ เม อาสิ กาเย พลมตฺตา โสมฺหิ เอตรหิ ตมฺหา อาพาธา มุตฺโต ภตฺตญฺจ เม ฉาเทสิ อตฺถิ จ เม กาเย พลมตฺตาติ ฯ✎ ร่าง
‘ahaṁ kho pubbe ābādhiko ahosiṁ dukkhito bāḷhagilāno, bhattañca me nacchādesi, na ca me āsi kāye balamattā, somhi etarahi tamhā ābādhā mutto, bhattañca me chādeti, atthi ca me kāye balamattā’ti.
mn39:14.12 #
โส ตโตนิทานํ ลเภถ ปามุชฺชํ อธิคจฺเฉยฺย โสมนสฺสํ ฯ✎ ร่าง
So tatonidānaṁ labhetha pāmojjaṁ, adhigaccheyya somanassaṁ.
they’d be filled with joy and happiness.
mn39:14.13 #
เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว ปุริโส พนฺธนาคาเร พนฺโธ ๓- อสฺส ฯ✎ ร่าง
Seyyathāpi, bhikkhave, puriso bandhanāgāre baddho assa.
Suppose a person was imprisoned in a jail.
อ้างอิงสยามรัฐ 12.504
mn39:14.14 #
โส อปเรน สมเยน ตมฺหา พนฺธนา มุจฺเจยฺย โสตฺถินา อภเยน น จสฺส กิญฺจิ โภคานํ วโย ฯ✎ ร่าง
So aparena samayena tamhā bandhanā mucceyya sotthinā abbhayena, na cassa kiñci bhogānaṁ vayo.
But after some time they were released from jail, safe and sound, with no loss of wealth.
mn39:14.15 #
ตสฺส เอวมสฺส✎ ร่าง
Tassa evamassa:
Thinking about this,
mn39:14.16 #
อหํ โข ปุพฺเพ พนฺธนาคาเร พนฺโธ อโหสึ โสมฺหิ @เชิงอรรถ: ๑ สี. ยุ. สมิชฺเฌยฺยุํ ฯ ๒ โป. ม. ทารภรณาย ฯ ๓ ม. พทฺโธ ฯ เอตรหิ ตมฺหา พนฺธนา มุตฺโต โสตฺถินา อภเยน นตฺถิ จ เม กิญฺจิ โภคานํ วโยติ ฯ✎ ร่าง
‘ahaṁ kho pubbe bandhanāgāre baddho ahosiṁ, somhi etarahi tamhā bandhanā mutto, sotthinā abbhayena, natthi ca me kiñci bhogānaṁ vayo’ti.
mn39:14.17 #
โส ตโตนิทานํ ลเภถ ปามุชฺชํ อธิคจฺเฉยฺย โสมนสฺสํ ฯ✎ ร่าง
So tatonidānaṁ labhetha pāmojjaṁ, adhigaccheyya somanassaṁ.
they’d be filled with joy and happiness.
mn39:14.18 #
เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว ปุริโส ทาโส อสฺส อนตฺตาธีโน ปราธีโน น เยนกามงฺคโม ฯ✎ ร่าง
Seyyathāpi, bhikkhave, puriso dāso assa anattādhīno parādhīno na yenakāmaṅgamo.
Suppose a person was a bondservant. They would not be their own master, but indentured to another, unable to go where they wish.
อ้างอิงPTS 1.276 · ฉัฏฐสังคายนา 12.348 · พุทธชยันตี 10.642
mn39:14.19 #
โส อปเรน สมเยน ตมฺหา ทาสพฺยา มุจฺเจยฺย อตฺตาธีโน อปราธีโน ภุชิสฺโส เยนกามงฺคโม ฯ✎ ร่าง
So aparena samayena tamhā dāsabyā mucceyya attādhīno aparādhīno bhujisso yenakāmaṅgamo.
But after some time they’d be freed from servitude. They would be their own master, not indentured to another, a freeman able to go where they wish.
mn39:14.20 #
ตสฺส เอวมสฺส✎ ร่าง
Tassa evamassa:
Thinking about this,
mn39:14.21 #
อหํ โข ปุพฺเพ ทาโส อโหสึ อนตฺตาธีโน ปราธีโน น เยนกามงฺคโม โสมฺหิ เอตรหิ ตมฺหา ทาสพฺยา มุตฺโต อตฺตาธีโน อปราธีโน ภุชิสฺโส เยนกามงฺคโมติ ฯ✎ ร่าง
‘ahaṁ kho pubbe dāso ahosiṁ anattādhīno parādhīno na yenakāmaṅgamo, somhi etarahi tamhā dāsabyā mutto attādhīno aparādhīno bhujisso yenakāmaṅgamo’ti.
mn39:14.22 #
โส ตโตนิทานํ ลเภถ ปามุชฺชํ อธิคจฺเฉยฺย โสมนสฺสํ ฯ✎ ร่าง
So tatonidānaṁ labhetha pāmojjaṁ, adhigaccheyya somanassaṁ.
they’d be filled with joy and happiness.
mn39:14.23 #
เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว ปุริโส สธโน สโภโค กนฺตารทฺธานมคฺคํ ปฏิปชฺเชยฺย ฯ✎ ร่าง
Seyyathāpi, bhikkhave, puriso sadhano sabhogo kantāraddhānamaggaṁ paṭipajjeyya.
Suppose there was a person with wealth and property who was traveling along a desert road.
mn39:14.24 #
โส อปเรน สมเยน ตมฺหา กนฺตารา นิตฺถเรยฺย โสตฺถินา อภเยน น จสฺส กิญฺจิ โภคานํ วโย ฯ✎ ร่าง
So aparena samayena tamhā kantārā nitthareyya sotthinā abbhayena, na cassa kiñci bhogānaṁ vayo.
But after some time they crossed over the desert, safe and sound, with no loss of wealth.
mn39:14.25 #
ตสฺส เอวมสฺส✎ ร่าง
Tassa evamassa:
Thinking about this,
mn39:14.26 #
อหํ โข ปุพฺเพ สธโน สโภโค กนฺตารทฺธานมคฺคํ ปฏิปชฺชึ✎ ร่าง
‘ahaṁ kho pubbe sadhano sabhogo kantāraddhānamaggaṁ paṭipajjiṁ.
mn39:14.27 #
โสมฺหิ เอตรหิ ตมฺหา กนฺตารา นิตฺถิณฺโณ โสตฺถินา อภเยน นตฺถิ จ เม กิญฺจิ โภคานํ วโยติ ฯ✎ ร่าง
Somhi etarahi tamhā kantārā nitthiṇṇo sotthinā abbhayena, natthi ca me kiñci bhogānaṁ vayo’ti.
mn39:14.28 #
โส ตโตนิทานํ ลเภถ ปามุชฺชํ อธิคจฺเฉยฺย โสมนสฺสํ ฯ✎ ร่าง
So tatonidānaṁ labhetha pāmojjaṁ, adhigaccheyya somanassaṁ.
they’d be filled with joy and happiness.
mn39:14.29 #
เอวํ โข ภิกฺขเว ภิกฺขุ ยถา อิณํ ยถา โรคํ ยถา พนฺธนาคารํ ยถา ทาสพฺยํ ยถา กนฺตารทฺธานมคฺคํ อิเม ปญฺจ นีวรเณ อปฺปหีเน อตฺตนิ สมนุปสฺสติ ฯ✎ ร่าง
Evameva kho, bhikkhave, bhikkhu yathā iṇaṁ yathā rogaṁ yathā bandhanāgāraṁ yathā dāsabyaṁ yathā kantāraddhānamaggaṁ, ime pañca nīvaraṇe appahīne attani samanupassati.
In the same way, as long as these five hindrances are not given up inside themselves, a mendicant regards them as a debt, a disease, a prison, slavery, and a desert crossing.
อ้างอิงสยามรัฐ 12.505
mn39:14.30 #
เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว ยถา อานณญฺญํ ยถา อาโรคฺยํ ยถา พนฺธนา โมกฺขํ ยถา ภุชิสฺสํ ยถา เขมนฺตภูมิ ๑- เอวเมว โข ภิกฺขุ อิเม ปญฺจ @เชิงอรรถ: ๑ ม. เขมนฺตภูมึ ฯ นีวรเณ ปหีเน อตฺตนิ สมนุปฺปสฺสติ ฯ✎ ร่าง
Seyyathāpi, bhikkhave, āṇaṇyaṁ yathā ārogyaṁ yathā bandhanāmokkhaṁ yathā bhujissaṁ yathā khemantabhūmiṁ; evameva bhikkhu ime pañca nīvaraṇe pahīne attani samanupassati.
But when these five hindrances are given up inside themselves, a mendicant regards this as freedom from debt, good health, release from prison, emancipation, and a place of sanctuary at last.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑๒ — มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน