‹ กลับ
นฬกปานสูตร
เล่ม ๑๓ — มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ · ข้อ 202 · ม.ม. ๑๓/๓๖๖๗ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๒๐๒] ดูกรอนุรุทธะทั้งหลาย อุบาสิกาในธรรมวินัยนี้ได้ฟังมาว่า อุบาสิกาชื่อนี้ทำ กาละแล้ว พระผู้มีพระภาคทรงพยากรณ์ว่า เป็นผู้ผุดเกิดขึ้น จักปรินิพพานในภพนั้น มีอันไม่ กลับจากโลกนั้นเป็นธรรมดา เพราะโอรัมภาคิยสังโยชน์ห้าสิ้นไป ก็น้องหญิงนั้นเป็นผู้อัน อุบาสิกานั้นได้เห็นเองหรือได้ยินมาว่า น้องหญิงนั้นเป็นผู้มีศีลอย่างนี้บ้าง ว่าน้องหญิงนั้นเป็น ผู้มีธรรมอย่างนี้บ้าง ว่าน้องหญิงนั้นเป็นผู้มีปัญญาอย่างนี้บ้าง ว่าน้องหญิงนั้นเป็นผู้มีวิหารธรรม อย่างนี้แล้ว ว่าน้องหญิงนั้นเป็นผู้พ้นวิเศษแล้วอย่างนี้บ้าง. อุบาสกนั้นเมื่อระลึกถึงศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญาของอุบาสิกานั้น จะน้อมจิตเข้าไปเพื่อความเป็นอย่างนั้นบ้าง. ดูกร อนุรุทธะทั้งหลาย ความอยู่สำราญย่อมมีได้แก่อุบาสิกา แม้ด้วยประการฉะนี้แล ดูกรอนุรุทธะ ทั้งหลาย อุบาสิกาในธรรมวินัยนี้ได้ฟังมาว่า อุบาสกชื่อนี้ทำกาละแล้ว พระผู้มีพระภาคทรง พยากรณ์ว่า เป็นพระสกทาคามี จักกลับมายังโลกนี้เพียงคราวเดียว แล้วทำที่สุดทุกข์ได้ เพราะ สังโยชน์สามสิ้นไป เพราะราคะ โทสะ และโมหะ เบาบาง ก็น้องหญิงนั้นเป็นผู้อันอุบาสิกา นั้นได้เห็นเองหรือได้ยินมาว่า น้องหญิงนั้นเป็นผู้มีศีลอย่างนี้บ้าง ว่าน้องหญิงนั้นเป็นผู้มีธรรม อย่างนี้บ้าง ว่าน้องหญิงนั้นเป็นผู้มีปัญญาอย่างนี้บ้าง ว่าน้องหญิงนั้นเป็นผู้มีวิหารธรรมอย่างนี้ บ้าง ว่าน้องหญิงนั้นเป็นผู้พ้นวิเศษแล้วอย่างนี้บ้าง. อุบาสิกานั้นเมื่อระลึกถึงศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญาของอุบาสิกานั้น จะน้อมจิตเข้าไปเพื่อความเป็นอย่างนั้นบ้าง. ดูกรอนุรุทธะ ทั้งหลาย ความอยู่สำราญย่อมมีได้แก่อุบาสิกา แม้ด้วยประการฉะนี้แล. ดูกรอนุรุทธะทั้งหลาย อุบาสิกาในธรรมวินัยนี้ได้ฟังมาว่า อุบาสิกาชื่อนี้ทำกาละแล้ว พระผู้มีพระภาคทรงพยากรณ์ว่า เป็นพระโสดาบัน มีความไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา เป็นผู้เที่ยง มีอันจะตรัสรู้เป็นเบื้องหน้า เพราะ สังโยชน์สามสิ้นไป ก็น้องหญิงนั้นเป็นผู้อันอุบาสิกานั้นได้เห็นเองหรือได้ยินมาว่า น้องหญิง นั้นเป็นผู้มีศีลอย่างนี้บ้าง ว่าน้องหญิงนั้นเป็นผู้มีธรรมอย่างนี้บ้าง ว่าน้องหญิงนั้นเป็นผู้มีปัญญา อย่างนี้บ้าง ว่าน้องหญิงนั้นเป็นผู้มีวิหารธรรมอย่างนี้บ้าง ว่าน้องหญิงนั้นเป็นผู้พ้นวิเศษแล้ว อย่างนี้บ้าง. อุบาสิกานั้นเมื่อระลึกถึงศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญาของอุบาสิกานั้น จะน้อมจิตเข้าไปเพื่อความเป็นอย่างนั้นบ้าง. ดูกรอนุรุทธะทั้งหลาย ความอยู่สำราญย่อมมีได้แก่ อุบาสิกา แม้ด้วยประการฉะนี้แล. ดูกรอนุรุทธะทั้งหลาย ตถาคตย่อมพยากรณ์สาวกทั้งหลาย ผู้ทำกาละไปแล้ว ในภพที่เกิดทั้งหลายว่า สาวกชื่อโน้นเกิดแล้วในภพโน้น สาวกชื่อโน้นเกิด แล้วในภพโน้น ดังนี้ เพื่อให้คนพิศวงก็หามิได้ เพื่อเกลี้ยกล่อมคนก็หามิได้ เพื่ออานิสงส์คือ ลาภสักการะและความสรรเสริญก็หามิได้ ด้วยความประสงค์ว่า คนจงรู้จักเราด้วยเหตุนี้ก็หามิได้. ดูกรอนุรุทธะทั้งหลาย กุลบุตรทั้งหลายผู้มีศรัทธา มีความยินดีมาก มีปราโมทย์มาก มีอยู่ กุลบุตรเหล่านั้นได้ฟังคำพยากรณ์นั้นแล้ว จะน้อมจิตเข้าไปเพื่อความเป็นอย่างนั้นบ้าง ข้อนั้น ย่อมมีเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุขแก่กุลบุตรเหล่านั้นสิ้นกาลนาน. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระพุทธพจน์นี้แล้ว ท่านพระอนุรุทธะยินดี ชื่นชม พระภาษิต ของพระผู้มีพระภาคแล้วแล.
เทียบรายประโยค (22 ประโยค)
mn68:21.1 #
อิธานุรุทฺธา อุปาสิกา สุณาติ✎ ร่าง
Idhānuruddhā, upāsikā suṇāti:
Take a laywoman who hears this:
อ้างอิงPTS 1.468 · ฉัฏฐสังคายนา 13.141
mn68:21.2 #
อิตฺถนฺนามา อุปาสิกา กาลกตา✎ ร่าง
‘itthannāmā upāsikā kālaṅkatā;
‘The laywoman named so-and-so has passed away.
mn68:21.3 #
สา ภควตา พฺยากตา✎ ร่าง
sā bhagavatā byākatā—
The Buddha has declared that,
mn68:21.4 #
ปญฺจนฺนํ โอรมฺภาคิยานํ สญฺโญชนานํ ปริกฺขยา โอปปาติกา ตตฺถ ปรินิพฺพายินี อนาวตฺติธมฺมา ตสฺมา โลกาติ✎ ร่าง
pañcannaṁ orambhāgiyānaṁ saṁyojanānaṁ parikkhayā opapātikā tattha parinibbāyinī anāvattidhammā tasmā lokā’ti.
with the ending of the five lower fetters, she’s been reborn spontaneously and will become extinguished there, not liable to return from that world.’
mn68:21.5 #
สา โข ปนสฺสา ภคินี สามํ ทิฏฺฐา วา โหติ อนุสฺสวสุตา วา✎ ร่าง
Sā kho panassā bhaginī sāmaṁ diṭṭhā vā hoti anussavassutā vā:
And she’s either seen for herself, or heard from someone else, that that sister
mn68:21.6 #
เอวํสีลา สา ภคินี อโหสิ อิติปิ เอวํธมฺมา ฯเปฯ เอวํปญฺญา ... เอวํวิหารินี ... เอวํ วิมุตฺตา สา ภคินี อโหสิ อิติปีติ ฯ✎ ร่าง
‘evaṁsīlā sā bhaginī ahosi itipi, evaṁdhammā … evaṁpaññā … evaṁvihārinī … evaṁvimuttā sā bhaginī ahosi itipī’ti.
had such ethics, such qualities, such wisdom, such meditation, or such freedom.
mn68:21.7 #
สา ตสฺสา สทฺธญฺจ สีลญฺจ สุตญฺจ จาคญฺจ ปญฺญญฺจ อนุสฺสรนฺตี ตถตฺตาย จิตฺตํ อุปสํหรติ ฯ✎ ร่าง
Sā tassā saddhañca sīlañca sutañca cāgañca paññañca anussarantī tadatthāya cittaṁ upasaṁharati.
Recollecting that laywoman’s faith, ethics, learning, generosity, and wisdom, she applies her mind to that end.
mn68:21.8 #
เอวมฺปิ โข อนุรุทฺธา อุปาสิกาย ผาสุวิหาโร โหติ ฯ✎ ร่าง
Evampi kho, anuruddhā, upāsikāya phāsuvihāro hoti.
That’s how a laywoman lives at ease.
mn68:22.1 #
อิธานุรุทฺธา อุปาสิกา สุณาติ✎ ร่าง
Idhānuruddhā, upāsikā suṇāti:
Take a laywoman who hears this:
อ้างอิงสยามรัฐ 13.213 · พุทธชยันตี 11.226
mn68:22.2 #
อิตฺถนฺนามา อุปาสิกา กาลกตา✎ ร่าง
‘itthannāmā upāsikā kālaṅkatā;
‘The laywoman named so-and-so has passed away.
mn68:22.3 #
สา ภควตา พฺยากตา✎ ร่าง
sā bhagavatā byākatā—
The Buddha has declared that,
mn68:22.4 #
ติณฺณํ สญฺโญชนานํ ปริกฺขยา ราคโทสโมหานํ ตนุตฺตา สกทาคามินี สกิเทว อิมํ โลกํ อาคนฺตฺวา ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสตีติ✎ ร่าง
tiṇṇaṁ saṁyojanānaṁ parikkhayā rāgadosamohānaṁ tanuttā sakadāgāminī sakideva imaṁ lokaṁ āgantvā dukkhassantaṁ karissatī’ti.
with the ending of three fetters, and the weakening of greed, hate, and delusion, she’s a once-returner. She’ll come back to this world once only, then make an end of suffering.’
mn68:22.5 #
สา โข ปนสฺสา ภคินี สามํ ทิฏฺฐา วา โหติ อนุสฺสวสุตา วา✎ ร่าง
Sā kho panassā bhaginī sāmaṁ diṭṭhā vā hoti anussavassutā vā:
And she’s either seen for herself, or heard from someone else, that that sister
mn68:22.6 #
เอวํสีลา สา ภคินี อโหสิ อิติปิ เอวํธมฺมา ฯเปฯ เอวํปญฺญา ... เอวํวิหารินี ... เอวํ วิมุตฺตา สา ภคินี อโหสิ อิติปีติ ฯ✎ ร่าง
‘evaṁsīlā sā bhaginī ahosi itipi, evaṁdhammā … evaṁpaññā … evaṁvihārinī … evaṁvimuttā sā bhaginī ahosi itipī’ti.
had such ethics, such qualities, such wisdom, such meditation, or such freedom.
mn68:22.7 #
สา ตสฺสา สทฺธญฺจ สีลญฺจ สุตญฺจ จาคญฺจ ปญฺญญฺจ อนุสฺสรนฺตี ตถตฺตาย จิตฺตํ อุปสํหรติ ฯ✎ ร่าง
Sā tassā saddhañca sīlañca sutañca cāgañca paññañca anussarantī tadatthāya cittaṁ upasaṁharati.
Recollecting that laywoman’s faith, ethics, learning, generosity, and wisdom, she applies her mind to that end.
mn68:22.8 #
เอวมฺปิ โข อนุรุทฺธา อุปาสิกาย ผาสุวิหาโร โหติ ฯ✎ ร่าง
Evampi kho, anuruddhā, upāsikāya phāsuvihāro hoti.
That too is how a laywoman lives at ease.
mn68:23.1 #
อิธานุรุทฺธา อุปาสิกา สุณาติ✎ ร่าง
Idhānuruddhā, upāsikā suṇāti:
Take a laywoman who hears this:
mn68:23.2 #
อิตฺถนฺนามา อุปาสิกา กาลกตา✎ ร่าง
‘itthannāmā upāsikā kālaṅkatā;
‘The laywoman named so-and-so has passed away.
mn68:23.3 #
สา ภควตา พฺยากตา✎ ร่าง
sā bhagavatā byākatā—
The Buddha has declared that,
mn68:23.4 #
ติณฺณํ สญฺโญชนานํ ปริกฺขยา โสตาปนฺนา อวินิปาตธมฺมา นิยตา สมฺโพธิปรายนาติ✎ ร่าง
tiṇṇaṁ saṁyojanānaṁ parikkhayā sotāpannā avinipātadhammā niyatā sambodhiparāyaṇā’ti.
with the ending of three fetters she’s a stream-enterer, not liable to be reborn in the underworld, assured, destined for awakening.’
mn68:23.5 #
สา โข ปนสฺสา ภคินี สามํ ทิฏฺฐา วา โหติ อนุสฺสวสุตา วา✎ ร่าง
Sā kho panassā bhaginī sāmaṁ diṭṭhā vā hoti anussavassutā vā:
And she’s either seen for herself, or heard from someone else, that that sister
mn68:23.6 #
เอวํสีลา สา ภคินี อโหสิ อิติปิ เอวํธมฺมา สา ภคินี อโหสิ อิติปิ✎ ร่าง
‘evaṁsīlā sā bhaginī ahosi itipi, evaṁdhammā sā bhaginī ahosi itipi, evaṁpaññā sā bhaginī ahosi itipi, evaṁvihārinī sā bhaginī ahosi itipi, evaṁvimuttā sā bhaginī ahosi itipī’ti.
had such ethics, such qualities, such wisdom, such meditation, or such freedom.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑๓ — มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน