‹ กลับ
สันทกสูตร
เล่ม ๑๓ — มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ · ข้อ 304 · ม.ม. ๑๓/๕๐๖๒ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๓๐๔] ดูกรสันทกะ ศาสดาบางคนในโลกนี้ ตั้งตนเป็นสัพพัญญู รู้เห็นธรรมทั้งปวง ปฏิญาณความรู้ความเห็นอันไม่มีส่วนเหลือว่า เมื่อเราเดินอยู่ก็ดี หยุดอยู่ก็ดี หลับแล้วก็ดี ตื่นอยู่ก็ดี ความรู้ความเห็นปรากฏเสมอเป็นนิจ. ศาสดานั้นเข้าไปเรือนว่างบ้าง ไม่ได้ก้อนข้าว บ้าง สุนัขกัดเอาบ้าง พบม้าดุบ้าง พบโคดุบ้าง ถามถึงชื่อบ้าง โคตรบ้าง ของหญิงบ้าง ของชายบ้าง ถามถึงชื่อบ้าง หนทางบ้าง ของบ้านบ้าง ของนิคมบ้าง. เมื่อถูกถามว่านี่อะไร ก็ตอบเขาว่า เราเข้าไปยังเรือนว่างด้วยกิจที่เราจำต้องเข้าไป เราไม่ได้ก้อนข้าวด้วยเหตุที่เรา ไม่ควรได้ เราเป็นผู้ถูกสุนัขกัดด้วยเหตุที่ควรถูกกัด เราพบช้างดุด้วยเหตุที่ควรพบ เราถามถึงชื่อ บ้าง โคตรบ้าง ของหญิงบ้าง ของชายบ้าง ด้วยเหตุที่ควรถาม เราถามถึงชื่อบ้าง ทางบ้าง ของบ้านบ้าง ของนิคมบ้าง ด้วยเหตุที่ควรถาม. ดูกรสันทกะ ในพรหมจรรย์ของศาสดานั้น วิญญูชนย่อมทราบตระหนักดังนี้ว่า ท่านศาสดาซึ่งตั้งตัวเป็นสัพพัญญู รู้เห็นธรรมทั้งปวง ปฏิญาณความรู้ความเห็นอันไม่มีส่วนเหลือว่า เมื่อเราเดินอยู่ก็ดี หยุดอยู่ก็ดี หลับแล้วก็ดี ตื่นอยู่ก็ดี ความรู้ความเห็นปรากฏเสมอเป็นนิจ ศาสดานั้นเข้าไปยังเรือนว่างบ้าง ไม่ได้ก้อนข้าว บ้าง สุนัขกัดบ้าง พบช้างดุบ้าง พบม้าดุบ้าง พบโคดุบ้าง ถามชื่อบ้าง โคตรบ้าง ของหญิง บ้าง ของชายบ้าง ถามถึงชื่อบ้าง หนทางบ้าง ของบ้านบ้าง ของนิคมบ้าง. ศาสดานั้นเมื่อ ถูกถามว่า นี่อะไร ก็ตอบเขาว่า เราเข้าไปยังเรือนว่างด้วยกิจที่เราจำต้องเข้าไป เราไม่ได้ก้อนข้าว ด้วยเหตุที่เราไม่ควรได้ เราเป็นผู้ถูกสุนัขกัด ด้วยเหตุที่ควรถูกกัด เราพบช้างดุด้วยเหตุที่ควรพบ เราพบม้าดุด้วยเหตุที่ควรพบ เราพบโคดุด้วยเหตุที่ควรพบ เราถามถึงชื่อบ้าง โคตรบ้าง ของ หญิงบ้าง ของชายบ้าง ด้วยเหตุที่ควรถาม เราถามถึงชื่อบ้าง หนทางบ้าง ของบ้านบ้าง ของนิคมบ้าง ด้วยเหตุที่ควรถาม ดังนี้ วิญญูชนครั้นรู้ว่า พรหมจรรย์นี้เว้นจากความยินดีดังนี้ แล้ว ย่อมเบื่อหน่ายหลีกไปเสียจากพรหมจรรย์นั้น. ดูกรสันทกะ พรหมจรรย์อันเว้นจากความ ยินดี ที่วิญญูชนไม่พึงอยู่ประพฤติพรหมจรรย์เลย ถึงเมื่ออยู่ก็พึงยังกุศลธรรมเครื่องออกไปจากทุกข์ ให้สำเร็จไม่ได้ ประการที่หนึ่งนี้แล อันพระผู้มีพระภาค ผู้รู้ ผู้เห็น เป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้ ด้วยพระองค์เองโดยชอบพระองค์นั้น ตรัสไว้แล้ว.
เทียบรายประโยค (8 ประโยค)
mn76:21.2 #
อิธ สนฺทก เอกจฺโจ สตฺถา สพฺพญฺญู สพฺพทสฺสาวี อปริเสสํ ญาณทสฺสนํ ปฏิชานาติ จรโต จ เม ติฏฺฐโต จ สุตฺตสฺส จ ชาครสฺส จ สตตํ สมิตํ ญาณทสฺสนํ ปจฺจุปฏฺฐิตนฺติ ฯ🤖 AI จับคู่
‘carato ca me tiṭṭhato ca suttassa ca jāgarassa ca satataṁ samitaṁ ñāṇadassanaṁ paccupaṭṭhitan’ti.
‘Knowledge and vision are constantly and continually present to me, while walking, standing, sleeping, and waking.’
mn76:21.3 #
โส สุญฺญมฺปิ อคารํ ปวิสติ ปิณฺฑมฺปิ น ลภติ กุกฺกุโรปิ ฑํสติ จณฺเฑนปิ หตฺถินา สมาคจฺฉติ จณฺเฑนปิ อสฺเสน สมาคจฺฉติ จณฺเฑนปิ โคเณน สมาคจฺฉติ อิตฺถิยาปิ ปุริสสฺสปิ นามมฺปิ โคตฺตมฺปิ ปุจฺฉติ คามสฺสปิ นิคมสฺสปิ นามมฺปิ มคฺคมฺปิ ปุจฺฉติ ฯ🤖 AI จับคู่
So suññampi agāraṁ pavisati, piṇḍampi na labhati, kukkuropi ḍaṁsati, caṇḍenapi hatthinā samāgacchati, caṇḍenapi assena samāgacchati, caṇḍenapi goṇena samāgacchati, itthiyāpi purisassapi nāmampi gottampi pucchati, gāmassapi nigamassapi nāmampi maggampi pucchati.
They enter an empty house; they get no almsfood; a dog bites them; they encounter a wild elephant, a wild horse, and a wild cow; they ask the name and clan of a woman or man; they ask the name and path to a village or town.
mn76:21.4 #
โส กิมิทนฺติ ปุฏฺโฐ สมาโน สุญฺญํ เม อคารํ ปวิสิตพฺพํ อโหสิ เตน ปาวิสึ ปิณฺฑํ ๓- เม อลทฺธพฺพํ อโหสิ @เชิงอรรถ: ๑ ม. สมานา อพฺรหฺมจริยวาสาตีติ นตฺถิ ฯ ๒ ม. กุสลนฺติ ฯ@๓ ม. ปิณฺฑํปิ อลทฺธพฺพํ ฯ เตนาลทฺธํ ๑- กุกฺกุเรน ฑํสิตพฺพํ อโหสิ เตนมฺหิ ๒- ทฏฺโฐ จณฺเฑน หตฺถินา สมาคนฺตพฺพํ อโหสิ เตน สมาคมึ จณฺเฑน อสฺเสน สมาคนฺตพฺพํ อโหสิ เตน สมาคมึ จณฺเฑน โคเณน สมาคนฺตพฺพํ อโหสิ เตน สมาคมึ อิตฺถิยาปิ ปุริสสฺสปิ นามมฺปิ โคตฺตมฺปิ ปุจฺฉิตพฺพํ อโหสิ เตน ปุจฺฉึ คามสฺสปิ นิคมสฺสปิ นามมฺปิ มคฺคมฺปิ ปุจฺฉิตพฺพํ อโหสิ เตน ปุจฺฉินฺติ ฯ🤖 AI จับคู่
So ‘kimidan’ti puṭṭho samāno ‘suññaṁ me agāraṁ pavisitabbaṁ ahosi’, tena pāvisiṁ; ‘piṇḍampi aladdhabbaṁ ahosi’, tena nālatthaṁ; ‘kukkurena ḍaṁsitabbaṁ ahosi’, tenamhi daṭṭho; ‘caṇḍena hatthinā samāgantabbaṁ ahosi’, tena samāgamiṁ; ‘caṇḍena assena samāgantabbaṁ ahosi’, tena samāgamiṁ; ‘caṇḍena goṇena samāgantabbaṁ ahosi’, tena samāgamiṁ; ‘itthiyāpi purisassapi nāmampi gottampi pucchitabbaṁ ahosi’, tena pucchiṁ; ‘gāmassapi nigamassapi nāmampi maggampi pucchitabbaṁ ahosi’, tena pucchinti.
When asked, ‘Why is this?’ they answer: ‘I had to enter an empty house, that’s why I entered it. I had to get no almsfood, that’s why I got none. I had to get bitten by a dog, that’s why I was bitten. I had to encounter a wild elephant, a wild horse, and a wild cow, that’s why I encountered them. I had to ask the name and clan of a woman or man, that’s why I asked. I had to ask the name and path to a village or town, that’s why I asked.’
mn76:22.1 #
ตตฺร ๓- สนฺทก วิญฺญู ปุริโส อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ🤖 AI จับคู่
Tatra, sandaka, viññū puriso iti paṭisañcikkhati:
A sensible person reflects on this matter in this way:
mn76:22.2 #
อยํ โข ภวํ สตฺถา สพฺพญฺญู สพฺพทสฺสาวี อปริเสสํ ญาณทสฺสนํ ปฏิชานาติ จรโต จ เม ติฏฺฐโต จ สุตฺตสฺส จ ชาครสฺส จ สตตํ สมิตํ ญาณทสฺสนํ ปจฺจุปฏฺฐิตนฺติ ฯ โส สุญฺญมฺปิ อคารํ ปวิสติ ปิณฺฑมฺปิ น ลภติ กุกฺกุโรปิ ฑํสติ จณฺเฑนปิ หตฺถินา สมาคจฺฉติ จณฺเฑนปิ อสฺเสน สมาคจฺฉติ จณฺเฑนปิ โคเณน สมาคจฺฉติ อิตฺถิยาปิ ปุริสสฺสปิ นามมฺปิ โคตฺตมฺปิ ปุจฺฉติ คามสฺสปิ นิคมสฺสปิ นามมฺปิ มคฺคมฺปิ ปุจฺฉติ ฯ โส กิมิทนฺติ ปุฏฺโฐ สมาโน สุญฺญํ อคารํ ปวิสิตพฺพํ อโหสิ เตน ปาวิสึ ปิณฺฑํ เม อลทฺธพฺพํ อโหสิ เตนาลทฺธํ กุกฺกุเรน ฑํสิตพฺพํ อโหสิ เตนมฺหิ ทฏฺโฐ จณฺเฑน หตฺถินา สมาคนฺตพฺพํ อโหสิ เตน สมาคมึ จณฺเฑน อสฺเสน สมาคนฺตพฺพํ อโหสิ เตน สมาคมึ จณฺเฑน โคเณน สมาคนฺตพฺพํ อโหสิ เตน สมาคมึ อิตฺถิยาปิ ปุริสสฺสปิ นามมฺปิ โคตฺตมฺปิ ปุจฺฉิตพฺพํ อโหสิ เตน ปุจฺฉึ คามสฺสปิ นิคมสฺสปิ @เชิงอรรถ: ๑ ม. เตน นาลตฺถ ฯ ยุ. เตน นาลทฺธํ ฯ ๒ ม. เตน ฯ@๓ ม. ตตฺร สนฺทก ... ปุจฺฉินฺตีติ นตฺถิ ฯ นามมฺปิ มคฺคมฺปิ ปุจฺฉิตพฺพํ อโหสิ เตน ปุจฺฉินฺติ ฯ🤖 AI จับคู่
‘ayaṁ kho bhavaṁ satthā sabbaññū sabbadassāvī aparisesaṁ ñāṇadassanaṁ paṭijānāti …pe… ‘gāmassapi nigamassapi nāmampi maggampi pucchitabbaṁ ahosi, tena pucchin’ti.
‘This teacher makes such a claim, but they answer in such a way.
mn76:22.3 #
โส อนสฺสาสิกํ อิทํ พฺรหฺมจริยนฺติ🤖 AI จับคู่
So ‘anassāsikaṁ idaṁ brahmacariyan’ti—
This spiritual life is unreliable.’
mn76:22.4 #
อิติ วิทิตฺวา ตสฺมา พฺรหฺมจริยา นิพฺพิชฺช ปกฺกมติ ฯ🤖 AI จับคู่
iti viditvā tasmā brahmacariyā nibbijja pakkamati.
Realizing this, they leave disappointed.
mn76:23.1 #
อิทํ โข สนฺทก เตน ภควตา ชานตา ปสฺสตา อรหตา สมฺมาสมฺพุทฺเธน ปฐมํ อนสฺสาสิกํ พฺรหฺมจริยํ อกฺขาตํ ยตฺถ วิญฺญู ปุริโส สสกฺกํ พฺรหฺมจริยํ น วเสยฺย วสนฺโต จ นาราเธยฺย ญายํ ธมฺมํ กุสลํ ฯ🤖 AI จับคู่
Idaṁ kho, sandaka, tena bhagavatā jānatā passatā arahatā sammāsambuddhena paṭhamaṁ anassāsikaṁ brahmacariyaṁ akkhātaṁ yattha viññū puriso sasakkaṁ brahmacariyaṁ na vaseyya, vasanto ca nārādheyya ñāyaṁ dhammaṁ kusalaṁ.
This is the first kind of unreliable spiritual life.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑๓ — มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน