เนื้อความทั้งข้อ
แปลไทย ฉบับหลวง
บาลีอักษรไทย
[๔๙๙] ดูกรราชกุมาร อาตมภาพได้มีความคิดเห็นว่า ถ้ากระไร เราพึงเพ่งฌานอันไม่มี
ลมปราณเป็นอารมณ์เถิด. แล้วอาตมภาพจึงกลั้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ทั้งทางปากทางจมูกและ
ทางช่องหู. ลมกล้าเหลือประมาณ ย่อมเสียดแทงท้อง. ดูกรราชกุมาร เปรียบเหมือนนายโคฆาต
หรือลูกมือนายโคฆาตผู้ขยัน พึงเชือดท้องโคด้วยมีดเชือดโคอันคม ฉันใด เมื่ออาตมภาพ
กลั้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ทั้งทางปากทางจมูกและทางช่องหู ลมกล้าเหลือประมาณ ย่อมเสียด
แทงท้อง ฉันนั้น. ดูกรราชกุมาร ก็ความเพียรที่อาตมภาพปรารภแล้วจะได้ย่อหย่อนก็หามิได้
สติที่ตั้งไว้จะได้ฟั่นเฟือนก็หามิได้ แต่กายที่ปรารภความเพียรของอาตมภาพผู้อันความเพียรที่ทน
ได้ยากนั้นและเสียดแทง ไม่สงบระงับแล้ว.
▴ ย่อ
ตสฺส มยฺหํ ราชกุมาร เอตทโหสิ✎ ร่าง
Tassa mayhaṁ, rājakumāra, etadahosi:
Then it occurred to me,
อ้างอิง สยามรัฐ 13.455 · ฉัฏฐสังคายนา 13.295
ยนฺนูนาหํ อปฺปานกํเยว
ฌานํ ฌาเยยฺยนฺติ ฯ✎ ร่าง
‘yannūnāhaṁ appāṇakaṁyeva jhānaṁ jhāyeyyan’ti.
‘Why don’t I keep practicing the breathless absorption?’
โส โข อหํ ราชกุมาร มุขโต จ นาสโต
จ กณฺณโสตโต จ อสฺสาสปสฺสาเส อุปรุนฺธึ ฯ ตสฺส มยฺหํ
ราชกุมาร มุขโต จ นาสโต จ กณฺณโสตโต จ อสฺสาสปสฺสาเสสุ
อุปรุทฺเธสุ อธิมตฺตา วาตา กุจฺฉึ ปริกนฺตนฺติ ฯ✎ ร่าง
So kho ahaṁ, rājakumāra, mukhato ca nāsato ca kaṇṇato ca assāsapassāse uparundhiṁ.
So I cut off my breathing through my mouth and nose and ears.
เสยฺยถาปิ
ราชกุมาร ทกฺโข โคฆาตโก วา โคฆาตกนฺเตวาสี วา ติเณฺหน
โควิกนฺตเนน กุจฺฉึ ปริกนฺเตยฺย✎ ร่าง
Seyyathāpi, rājakumāra, dakkho goghātako vā goghātakantevāsī vā tiṇhena govikantanena kucchiṁ parikanteyya;
like a deft butcher or their apprentice was slicing my belly open with a sharp meat cleaver.
เอวเมว โข ราชกุมาร มุขโต
จ นาสโต จ กณฺณโสตโต จ อสสาสปสฺสาเสสุ อุปรุทฺเธสุ
อธิมตฺตา วาตา กุจฺฉึ ปริกนฺตนฺติ ฯ✎ ร่าง
evameva kho me, rājakumāra, mukhato ca nāsato ca kaṇṇato ca assāsapassāsesu uparuddhesu adhimattā, vātā kucchiṁ parikantanti.
อารทฺธํ โข ปน เม
ราชกุมาร วิริยํ โหติ อสลฺลีนํ อุปฏฺฐิตา สติ อปฺปมฺมุฏฺฐา
สารทฺโธ จ ปน เม กาโย โหติ อปฺปฏิปฺปสฺสทฺโธ เตเนว
ทุกฺขปฺปธาเนน ปธานาภิตุนฺนสฺส สโต ฯ✎ ร่าง
Āraddhaṁ kho pana me, rājakumāra, vīriyaṁ hoti asallīnaṁ, upaṭṭhitā sati asammuṭṭhā, sāraddho ca pana me kāyo hoti appaṭippassaddho, teneva dukkhappadhānena padhānābhitunnassa sato.
My energy was roused up and unflagging, and my mindfulness was established and lucid, but my body was disturbed, not tranquil, because I’d pushed too hard with that painful striving.