‹ กลับ
เอสุการีสูตร
เล่ม ๑๓ — มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ · ข้อ 669 · ม.ม. ๑๓/๑๐๕๓๕ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๖๖๙] พ. ดูกรพราหมณ์ ฉันนั้นเหมือนกันแล ถ้ามีกุลบุตรออกจากสกุลกษัตริย์ บวชเป็นบรรพชิต และเขาอาศัยธรรมวินัยที่พระตถาคตประกาศแล้ว ย่อมเป็นผู้เว้นขาดจากการ ฆ่าสัตว์ เว้นขาดจากการลักทรัพย์ เว้นขาดจากกรรมเป็นข้าศึกแก่พรหมจรรย์ เว้นขาดจากการ พูดเท็จ เว้นขาดจากการพูดส่อเสียด เว้นขาดจากการพูดคำหยาบ เว้นขาดจากการพูดเพ้อเจ้อ ไม่มีความโลภ ไม่มีจิตพยาบาท เป็นสัมมาทิฏฐิ ยินดีกุศลธรรมเครื่องนำออกจากทุกข์ได้. ถ้า แม้กุลบุตรออกจากสกุลพราหมณ์ ... จากสกุลแพศย์ ... จากสกุลศูทร บวชเป็นบรรพชิต และ เขาอาศัยธรรมวินัยที่พระตถาคตประกาศแล้ว ย่อมเป็นผู้เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ เว้นขาดจาก การลักทรัพย์ เว้นขาดจากกรรมเป็นข้าศึกแก่พรหมจรรย์ เว้นขาดจากการพูดเท็จ เว้นขาดจาก การพูดส่อเสียด เว้นขาดจากการพูดคำหยาบ เว้นขาดจากการพูดเพ้อเจ้อ ไม่มีความโลภ ไม่มี จิตพยาบาท เป็นสัมมาทิฏฐิ ยินดีกุศลธรรมเครื่องนำออกจากทุกข์ได้. ท่านจะเข้าใจความข้อ นั้นเป็นไฉน พระราชาผู้เป็นกษัตริย์ได้มูรธาภิเษกแล้วในโลกนี้ รับสั่งให้บุรุษซึ่งมีชาติต่างๆ กัน ๑๐๐ คนมาประชุมกันว่า จงมานี่แน่ะท่านทั้งหลาย ในท่านทั้งหลาย ผู้ใดเกิดแต่สกุล กษัตริย์ แต่สกุลพราหมณ์ แต่สกุลเจ้า ผู้นั้นจงเอาไม้สัก ไม้สาละ ไม้สน ไม้จันทน์ หรือ ไม้ทับทิม มาทำเป็นไม้สีไฟ จงสีไฟให้เกิดขึ้น จงสีไฟให้ติด ส่วนท่านเหล่าใดเกิดแต่สกุลคน จัณฑาล แต่สกุลนายพราน แต่สกุลช่างจักสาน แต่สกุลช่างรถ แต่สกุลคนเทหยากเยื่อ ท่าน เหล่านั้นจงเอาไม้รางสุนัข ไม้รางสุกร ไม้รางย้อมผ้า หรือไม้ละหุ่ง มาทำเป็นไม้สีไฟ จงสีไฟ ให้เกิดขึ้น จงสีไฟให้ติด. ดูกรพราหมณ์ ท่านจะเข้าใจความข้อนั้นเป็นไฉน ไฟที่บุคคลผู้ เกิดแต่สกุลกษัตริย์ แต่สกุลพราหมณ์ แต่สกุลเจ้า เอาไม้สัก ไม้สาละ ไม้สน ไม้จันทน์ หรือไม้ทับทิม มาทำเป็นไม้สีไฟ สีไฟเกิดลุกขึ้น ไฟนั้นเท่านั้นหรือ เป็นไฟมีเปลว มีสี และ มีแสง อาจทำกิจที่ต้องทำด้วยไฟนั้นได้ ส่วนไฟที่คนเกิดแต่สกุลคนจัณฑาล สกุลนายพราน แต่สกุลช่างจักสาน แต่สกุลช่างรถ แต่สกุลคนเทหยากเยื่อ เอาไม้รางสุนัข ไม้รางสุกร ไม้ รางย้อมผ้า หรือไม้ละหุ่ง มาทำเป็นไม้สีไฟ สีไฟเกิดลุกขึ้น ไฟนั้นเป็นไฟไม่มีเปลว ไม่มีสี ไม่มีแสง และไม่อาจทำกิจที่ต้องทำด้วยไฟนั้นหรือ? เอ. ไม่ใช่เช่นนั้น ท่านพระโคดม ไฟที่บุคคลเกิดแต่สกุลกษัตริย์ แต่สกุลพราหมณ์ แต่สกุลเจ้า เอาไม้สัก เอาไม้สาละ ไม้สน ไม้จันทน์ หรือไม้ทับทิม มาทำเป็นไม้สีไฟ สีไฟ เกิดขึ้น ไฟนั้นเป็นไฟมีเปลว มีสี มีแสง และอาจทำกิจที่ต้องทำด้วยไฟนั้นได้ แม้ไฟที่บุคคล เกิดแต่สกุลจัณฑาล แต่สกุลนายพราน แต่สกุลช่างจักสาน แต่สกุลช่างรถ แต่สกุลคนเท หยากเยื่อ เอาไม้รางสุนัข ไม้รางสุกร ไม้รางย้อมผ้า หรือไม้ละหุ่ง มาทำเป็นไม้สีไฟ สีไฟ เกิดลุกขึ้น ไฟนั้นก็เป็นไฟมีเปลว มีสี มีแสง และอาจทำกิจที่ต้องทำด้วยไฟ แม้ทั้งหมดได้.
เทียบรายประโยค (15 ประโยค)
mn96:15.9 #
เอวเมว โข พฺราหฺมณ ขตฺติยกุลา เจปิ อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิโต โหติ โส จ ตถาคตปฺปเวทิตํ ธมฺมวินยํ อาคมฺม ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต โหติ อทินฺนาทานา ปฏิวิรโต โหติ อพฺรหฺมจริยา ปฏิวิรโต โหติ มุสาวาทา ปฏิวิรโต โหติ ปิสุณาย วาจาย ปฏิวิรโต โหติ ผรุสาย วาจาย ปฏิวิรโต โหติ สมฺผปฺปลาปา ปฏิวิรโต โหติ อนภิชฺฌาลุ โหติ อพฺยาปนฺนจิตฺโต โหติ สมฺมาทิฏฺฐี โหติ อาราธโก โหติ ญายํ ธมฺมํ กุสลํ ฯ✎ ร่าง
“Evameva kho, brāhmaṇa, khattiyakulā cepi agārasmā anagāriyaṁ pabbajito hoti, so ca tathāgatappaveditaṁ dhammavinayaṁ āgamma pāṇātipātā paṭivirato hoti …pe… sammādiṭṭhi hoti, ārādhako hoti ñāyaṁ dhammaṁ kusalaṁ.
“In the same way, suppose someone from a family of aristocrats,
mn96:15.10 #
พฺราหฺมณกุลา เจปิ พฺราหฺมณ✎ ร่าง
Brāhmaṇakulā cepi, brāhmaṇa …
brahmins,
อ้างอิงสยามรัฐ 13.620
mn96:15.11 #
เวสฺสกุลา เจปิ พฺราหฺมณ✎ ร่าง
vessakulā cepi, brāhmaṇa …
peasants,
mn96:15.12 #
สุทฺทกุลา เจปิ พฺราหฺมณ อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิโต โหติ โส จ ตถาคตปฺปเวทิตํ ธมฺมวินยํ อาคมฺม ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต โหติ อทินฺนาทานา ปฏิวิรโต โหติ อพฺรหฺมจริยา ปฏิวิรโต โหติ มุสาวาทา ปฏิวิรโต โหติ ปิสุณาย วาจาย ปฏิวิรโต โหติ ผรุสาย วาจาย ปฏิวิรโต โหติ สมฺผปฺปลาปา ปฏิวิรโต โหติ อนภิชฺฌาลุ โหติ อพฺยาปนฺนจิตฺโต โหติ สมฺมาทิฏฺฐี โหติ อาราธโก โหติ ญายํ ธมฺมํ กุสลํ ฯ✎ ร่าง
suddakulā cepi, brāhmaṇa, agārasmā anagāriyaṁ pabbajito hoti, so ca tathāgatappaveditaṁ dhammavinayaṁ āgamma pāṇātipātā paṭivirato hoti …pe… sammādiṭṭhi hoti, ārādhako hoti ñāyaṁ dhammaṁ kusalaṁ.
or menials goes forth from the lay life to homelessness. Relying on the teaching and training proclaimed by the Realized One … they succeed in the system of the skillful teaching.
mn96:16.1 #
ตํ กึ มญฺญสิ พฺราหฺมณ✎ ร่าง
Taṁ kiṁ maññasi, brāhmaṇa,
What do you think, brahmin?
mn96:16.2 #
อิธ ราชา ขตฺติโย มุทฺธาวสิตฺโต นานาชจฺจานํ ปุริสานํ ปุริสสตํ สนฺนิปาเตยฺย✎ ร่าง
idha rājā khattiyo muddhāvasitto nānājaccānaṁ purisānaṁ purisasataṁ sannipāteyya:
Suppose an anointed aristocratic king were to gather a hundred people born in different classes and say to them:
mn96:16.3 #
อายนฺตุ โภนฺโต เย ตตฺถ ขตฺติยกุลา พฺราหฺมณกุลา ราชญฺญกุลา อุปฺปนฺนา สากสฺส วา สาลสฺส วา สลฬสฺส วา จนฺทนสฺส วา ปทุมกสฺส วา อุตฺตรารณึ อาทาย อคฺคึ อภินิพฺพตฺเตนฺตุ เตโช ปาตุกโรนฺตุ✎ ร่าง
‘āyantu bhonto ye tattha khattiyakulā brāhmaṇakulā rājaññakulā uppannā sākassa vā sālassa vā salaḷassa vā candanassa vā padumakassa vā uttarāraṇiṁ ādāya aggiṁ abhinibbattentu, tejo pātukarontu;
‘Please gentlemen, let anyone here who was born in a family of aristocrats, brahmins, or chieftains take a drill-stick made of teak, sal, salaḷa, sandalwood, or cherry wood, light a fire and produce heat.
mn96:16.4 #
อายนฺตุ ปน โภนฺโต เย จ ตตฺถ จณฺฑาลกุลา เนสาทกุลา เวณุกุลา ๑- รถการกุลา ปุกฺกุสกุลา อุปฺปนฺนา สาปานโทณิยา วา สูกรโทณิยา วา รชกโทณิยา วา เอลณฺฑกฏฺฐสฺส วา อุตฺตรารณึ อาทาย อคฺคึ อภินิพฺพตฺเตนฺตุ เตโช ปาตุกโรนฺตูติ ฯ✎ ร่าง
āyantu pana bhonto ye tattha caṇḍālakulā nesādakulā venakulā rathakārakulā pukkusakulā uppannā sāpānadoṇiyā vā sūkaradoṇiyā vā rajakadoṇiyā vā eraṇḍakaṭṭhassa vā uttarāraṇiṁ ādāya aggiṁ abhinibbattentu, tejo pātukarontū’”ti?
And let anyone here who was born in a family of corpse-workers, hunters, bamboo-workers, chariot-makers, or scavengers take a drill-stick made from a dog’s drinking trough, a pig’s trough, a dustbin, or castor-oil wood, light a fire and produce heat.’
mn96:16.5 #
ตํ กึ มญฺญสิ พฺราหฺมณ✎ ร่าง
“Taṁ kiṁ maññasi, brāhmaṇa,
What do you think, brahmin?
อ้างอิงPTS 2.184 · สยามรัฐ 13.621 · ฉัฏฐสังคายนา 13.401 · พุทธชยันตี 11.678
mn96:16.6 #
โย เอว นุ โข โส ขตฺติยกุลา พฺราหฺมณกุลา ราชญฺญกุลา อุปฺปนฺเนหิ สากสฺส วา สาลสฺส วา สลฬสฺส วา จนฺทนสฺส วา ปทุมกสฺส วา อุตฺตรารณึ อาทาย อคฺคิ อภินิพฺพตฺโต เตโช ปาตุกโต เสฺวว นุ ขฺวสฺส อคฺคิ อจฺจิมา เจว วณฺณิมา จ ปภสฺสโร จ เตน ๒- สกฺกา อคฺคินา อคฺคิกรณียํ @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. เวณกุลา ฯ ๒ ยุ. เตน จ ฯ กรณียํ กาตุํ✎ ร่าง
yo evaṁ nu kho so khattiyakulā brāhmaṇakulā rājaññakulā uppannehi sākassa vā sālassa vā salaḷassa vā candanassa vā padumakassa vā uttarāraṇiṁ ādāya aggi abhinibbatto tejo pātukato so eva nu khvāssa aggi accimā ceva vaṇṇavā ca pabhassaro ca tena ca sakkā agginā aggikaraṇīyaṁ kātuṁ;
Would only the fire produced by the high class people with good quality wood have flames, color, and radiance, and be usable as fire,
mn96:16.7 #
โย ปน โส จณฺฑาลกุลา เนสาทกุลา เวณุกุลา รถการกุลา ปุกฺกุสกุลา อุปฺปนฺเนหิ สาปานโทณิยา วา สูกรโทณิยา วา รชกโทณิยา วา เอลณฺฑกฏฺฐสฺส วา อุตฺตรารณึ อาทาย อคฺคิ อภินิพฺพตฺโต เตโช ปาตุกโต สฺวาสฺส อคฺคิ น เจว อจฺจิมา น จ วณฺณิมา น จ ปภสฺสโร น จ เตน สกฺกา อคฺคินา อคฺคิกรณียํ กาตุนฺติ ฯ✎ ร่าง
yo pana so caṇḍālakulā nesādakulā venakulā rathakārakulā pukkusakulā uppannehi sāpānadoṇiyā vā sūkaradoṇiyā vā rajakadoṇiyā vā eraṇḍakaṭṭhassa vā uttarāraṇiṁ ādāya aggi abhinibbatto tejo pātukato svāssa aggi na ceva accimā na ca vaṇṇavā na ca pabhassaro na ca tena sakkā agginā aggikaraṇīyaṁ kātun”ti?
and not the fire produced by the low class people with poor quality wood?”
mn96:16.8 #
โน หิทํ โภ โคตม✎ ร่าง
“No hidaṁ, bho gotama.
“No, worthy Gotama.
mn96:16.9 #
โยปิ โส โภ โคตม ขตฺติยกุลา พฺราหฺมณกุลา ราชญฺญกุลา อุปฺปนฺเนหิ สากสฺส วา สาลสฺส วา สลฬสฺส วา จนฺทนสฺส วา ปทุมกสฺส วา อุตฺตรารณึ อาทาย อคฺคิ อภินิพฺพตฺโต เตโช ปาตุกโต สฺวาสฺส อคฺคิ อจฺจิมา เจว วณฺณิมา จ ปภสฺสโร จ เตน จ สกฺกา อคฺคินา อคฺคิกรณียํ กาตุํ✎ ร่าง
Yopi hi so, bho gotama, khattiyakulā brāhmaṇakulā rājaññakulā uppannehi sākassa vā sālassa vā salaḷassa vā candanassa vā padumakassa vā uttarāraṇiṁ ādāya aggi abhinibbatto tejo pātukato svāssa aggi accimā ceva vaṇṇavā ca pabhassaro ca tena ca sakkā agginā aggikaraṇīyaṁ kātuṁ;
The fire produced by the high class people with good quality wood would have flames, color, and radiance, and be usable as fire,
mn96:16.10 #
โยปิ โส จณฺฑาลกุลา เนสาทกุลา เวณุกุลา รถการกุลา ปุกฺกุสกุลา อุปฺปนฺเนหิ สาปานโทณิยา วา สูกรโทณิยา วา รชกโทณิยา วา เอลณฺฑกฏฺฐสฺส วา อุตฺตรารณึ อาทาย อคฺคิ อภินิพฺพตฺโต เตโช ปาตุกโต โสปิสฺส ๑- อคฺคิ อจฺจิมา เจว วณฺณิมา จ ปภสฺสโร จ เตนปิ จ สกฺกา อคฺคินา อคฺคิกรณียํ กาตุํ✎ ร่าง
yopi so caṇḍālakulā nesādakulā venakulā rathakārakulā pukkusakulā uppannehi sāpānadoṇiyā vā sūkaradoṇiyā vā rajakadoṇiyā vā eraṇḍakaṭṭhassa vā uttarāraṇiṁ ādāya aggi abhinibbatto tejo pātukato svāssa aggi accimā ceva vaṇṇavā ca pabhassaro ca tena ca sakkā agginā aggikaraṇīyaṁ kātuṁ.
and so would the fire produced by the low class people with poor quality wood.
mn96:16.11 #
สพฺโพปิ หิ โภ โคตม อคฺคิ อจฺจิมา เจว วณฺณิมา จ ปภสฺสโร จ สพฺเพนปิ จ สกฺกา อคฺคินา อคฺคิกรณียํ กาตุนฺติ ฯ✎ ร่าง
Sabbopi hi, bho gotama, aggi accimā ceva vaṇṇavā ca pabhassaro ca sabbenapi sakkā agginā aggikaraṇīyaṁ kātun”ti.
For all fire has flames, color, and radiance, and is usable as fire.”
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑๓ — มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน