เนื้อความทั้งข้อ
แปลไทย ฉบับหลวง
บาลีอักษรไทย
[๗๔๕] ดูกรภารทวาชะ เรานั้นมีความคิดเห็นว่า ถ้ากระไร เราพึงเพ่งฌานอันไม่มี
ลมปราณเป็นอารมณ์เถิด. เราจึงกลั้นลมอัสสาสะ ปัสสาสะ ทั้งทางปากและทางจมูก. เมื่อเรา
กลั้นลมอัสสาสะปัสสาสะทั้งทางปากและทางจมูก ก็มีเสียงออกทางช่องหูทั้งสองดังเหลือ
ประมาณ. เสียงลมในลำสูบของนายช่างทองที่กำลังสูบอยู่ ดังเหลือประมาณ ฉันใด เมื่อเรา
กลั้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ทั้งทางปากและทางจมูก ก็มีเสียงลมออกทางช่องหูทั้งสองดังเหลือ-
*ประมาณ ฉันนั้น. ถึงเช่นนั้น เราปรารภความเพียร ไม่ย่อหย่อน ตั้งสติไว้มั่น ไม่ฟั่นเฟือน
แต่ว่ากายที่ปรารภความเพียรของเราอันความเพียรที่ทนได้ยากนั้นแลเสียดแทง จึงกระสับกระส่าย
ไม่สงบระงับ.
▴ ย่อ
ตสฺส มยฺหํ ภารทฺวาช เอตทโหสิ✎ ร่าง
Tassa mayhaṁ, bhāradvāja, etadahosi:
Then it occurred to me,
อ้างอิง สยามรัฐ 13.679 · ฉัฏฐสังคายนา 13.440
ยนฺนูนาหํ อปฺปานกํ
ฌานํ ฌาเยยฺยนฺติ ฯ✎ ร่าง
‘yannūnāhaṁ appāṇakaṁyeva jhānaṁ jhāyeyyan’ti.
‘Why don’t I practice the breathless absorption?’
โส โข อหํ ภารทฺวาช มุขโต จ นาสโต
จ อสฺสาสปสฺสาเส อุปรุนฺธึ ฯ✎ ร่าง
So kho ahaṁ, bhāradvāja, mukhato ca nāsato ca assāsapassāse uparundhiṁ.
So I cut off my breathing through my mouth and nose.
ตสฺส มยฺหํ ภารทฺวาช มุขโต
จ นาสโต จ อสฺสาสปสฺสาเสสุ อุปรุทฺเธสุ กณฺณโสเตหิ วาตานํ
นิกฺขนฺตานํ อธิมตฺโต สทฺโท โหติ ฯ✎ ร่าง
Tassa mayhaṁ, bhāradvāja, mukhato ca nāsato ca assāsapassāsesu uparuddhesu kaṇṇasotehi vātānaṁ nikkhamantānaṁ adhimatto saddo hoti.
But then winds came out my ears making a severe noise,
เสยฺยถาปิ นาม กมฺมารคคฺคริยา
ธมมานาย อธิมตฺโต สทฺโท โหติ✎ ร่าง
Seyyathāpi nāma kammāragaggariyā dhamamānāya adhimatto saddo hoti;
like the puffing of a blacksmith’s bellows.
เอวเมว โข เม ภารทฺวาช
มุขโต จ นาสโต จ อสฺสาสปสฺสาเสสุ อุปรุทฺเธสุ กณฺณโสเตหิ
วาตานํ นิกฺขนฺตานํ อธิมตฺโต สทฺโท โหติ ฯ✎ ร่าง
evameva kho me, bhāradvāja, mukhato ca nāsato ca assāsapassāsesu uparuddhesu kaṇṇasotehi vātānaṁ nikkhamantānaṁ adhimatto saddo hoti.
อารทฺธํ โข ปน เม
ภารทฺวาช วิริยํ โหติ อสลฺลีนํ อุปฏฺฐิตา สติ อปฺปมฺมุฏฺฐา
สารทฺโธ จ ปน เม กาโย โหติ อปฺปฏิปฺปสฺสทฺโธ เตเนว
ทุกฺขปฺปธาเนน ปธานาภิตุนฺนสฺส สโต ฯ✎ ร่าง
Āraddhaṁ kho pana me, bhāradvāja, vīriyaṁ hoti asallīnaṁ, upaṭṭhitā sati asammuṭṭhā; sāraddho ca pana me kāyo hoti appaṭippassaddho, teneva dukkhappadhānena padhānābhitunnassa sato.
My energy was roused up and unflagging, and my mindfulness was established and lucid, but my body was disturbed, not tranquil, because I’d pushed too hard with that painful striving.