เนื้อความทั้งข้อ
[๑๑๔] เมื่อท่านพระอานนท์กล่าวแล้วอย่างนี้ วัสสการพราหมณ์มหา-
*อำมาตย์แห่งมคธรัฐ ได้เรียกอุปนันทะเสนาบดีมาพูดว่า ดูกรเสนาบดี ท่านจะ
สำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน ที่พระคุณเจ้าเหล่านี้ สักการะธรรมที่ควรสักการะ
@๑. ดูข้อ ๒๕
เคารพธรรมที่ควรเคารพ นับถือธรรมที่ควรนับถือ บูชาธรรมที่ควรบูชาอยู่อย่างนี้
ตกลงพระคุณเจ้าเหล่านี้ ย่อมสักการะธรรมที่ควรสักการะ เคารพธรรมที่ควรเคารพ
นับถือธรรมที่ควรนับถือ บูชาธรรมที่ควรบูชา ก็ในเมื่อพระคุณเจ้าเหล่านั้นจะไม่
พึงสักการะ เคารพ นับถือ บูชาสิ่งนี้ พระคุณเจ้าเหล่านั้น จะพึงสักการะ
เคารพ นับถือ บูชาสิ่งไร แล้วจะเข้าไปอาศัยสิ่งไรอยู่ได้เล่า ฯ
เอวํ วุตฺเต วสฺสกาโร พฺราหฺมโณ มคธมหามตฺโต
อุปนนฺทํ เสนาปตึ อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Evaṁ vutte, vassakāro brāhmaṇo magadhamahāmatto upanandaṁ senāpatiṁ āmantesi:
When he had spoken, Vassakāra addressed General Upananda,
อ้างอิงPTS 3.13 · พุทธชยันตี 12.110
ตํ กึ มญฺญสิ เอวํ เสนาปติ
ยทิเม โภนฺโต สกฺกาตพฺพํ สกฺกโรนฺติ ครุกาตพฺพํ ครุกโรนฺติ✎ ร่าง
“Taṁ kiṁ maññati bhavaṁ senāpati yadime bhonto sakkātabbaṁ sakkaronti, garuṁ kātabbaṁ garuṁ karonti,
“What do you think, general?
มาเนตพฺพํ มาเนนฺติ ปูเชตพฺพํ ปูเชนฺติ✎ ร่าง
mānetabbaṁ mānenti, pūjetabbaṁ pūjenti”?
Do these venerables honor, respect, revere, and venerate those who are worthy?”
ตคฺฆิเม โภนฺโต สกฺกาตพฺพํ
สกฺกโรนฺติ ครุกาตพฺพํ ครุกโรนฺติ มาเนตพฺพํ มาเนนฺติ ปูเชตพฺพํ
ปูเชนฺติ✎ ร่าง
“Tagghime bhonto sakkātabbaṁ sakkaronti, garuṁ kātabbaṁ garuṁ karonti, mānetabbaṁ mānenti, pūjetabbaṁ pūjenti.
“Indeed they do.
อิมญฺจ หิ เต โภนฺโต น สกฺกเรยฺยุํ น ครุกเรยฺยุํ น
มาเนยฺยุํ น ปูเชยฺยุํ✎ ร่าง
Imañca hi te bhonto na sakkareyyuṁ na garuṁ kareyyuṁ na māneyyuṁ na pūjeyyuṁ;
For if these venerables were not to honor, respect, revere, and venerate them,
อถ กิญฺจรหิ เต โภนฺโต สกฺกเรยฺยุํ ครุกเรยฺยุํ
มาเนยฺยุํ ปูเชยฺยุํ สกฺกตฺวา ครุกตฺวา✎ ร่าง
atha kiñcarahi te bhonto sakkareyyuṁ garuṁ kareyyuṁ māneyyuṁ pūjeyyuṁ, sakkatvā garuṁ katvā mānetvā pūjetvā upanissāya vihareyyun”ti?
who then would they honor?”