เนื้อความทั้งข้อ
[๑๘๙] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ประการอื่นยังมีอีก อสัตบุรุษเป็นผู้อยู่โคน
ไม้เป็นวัตร ย่อมพิจารณาเห็นดังนี้ว่า เราเป็นผู้อยู่โคนไม้เป็นวัตร ส่วนภิกษุอื่น
เหล่านี้ ไม่ใช่เป็นผู้อยู่โคนไม้เป็นวัตร อสัตบุรุษนั้นจึงยกตน ข่มผู้อื่น เพราะ
ความเป็นผู้อยู่โคนไม้เป็นวัตรนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้นี้ก็คือ อสัปปุริสธรรม ฯ
ส่วนสัตบุรุษแล ย่อมพิจารณาเห็นดังนี้ว่า ธรรมคือ ความโลภ ความ
โกรธ ความหลง ย่อมไม่ถึงความหมดสิ้นไป เพราะความเป็นผู้อยู่โคนไม้เป็น
วัตร ถึงแม้ภิกษุไม่ใช่เป็นผู้อยู่โคนไม้เป็นวัตร แต่เป็นผู้ปฏิบัติธรรมสมควรแก่
ธรรม ปฏิบัติชอบ ประพฤติธรรมอันสมควร คนทั้งหลายก็ต้องบูชาสรรเสริญ
เธอในที่นั้นๆ สัตบุรุษนั้นทำการปฏิบัติแต่ภายในเท่านั้น ไม่ยกตน ไม่ข่มผู้อื่น
เพราะความเป็นผู้อยู่โคนไม้เป็นวัตรนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้นี้ก็คือ สัปปุริส-
*ธรรม ฯ
ปุน จปรํ ภิกฺขเว อสปฺปุริโส รุกฺขมูลิโก โหติ ฯ✎ ร่าง
Puna caparaṁ, bhikkhave, asappuriso rukkhamūliko hoti.
who stays at the root of a tree …
อ้างอิงPTS 3.42 · สยามรัฐ 14.140 · ฉัฏฐสังคายนา 14.89
โส
อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ✎ ร่าง
So iti paṭisañcikkhati:
อหํ โขมฺหิ รุกฺขมูลิโก อิเม ปนญฺเญ ภิกฺขู
น รุกฺขมูลิกาติ ฯ✎ ร่าง
‘ahaṁ khomhi rukkhamūliko, ime panaññe bhikkhū na rukkhamūlikā’ti.
โส เตน รุกฺขมูลิกตฺเตน อตฺตานุกฺกํเสติ ปรํ
วมฺเภติ✎ ร่าง
So tena rukkhamūlikattena attānukkaṁseti, paraṁ vambheti.
อยมฺปิ ภิกฺขเว อสปฺปุริสธมฺโม ฯ✎ ร่าง
Ayampi, bhikkhave, asappurisadhammo.
สปฺปุริโส จ โข
ภิกฺขเว อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ✎ ร่าง
Sappuriso ca kho, bhikkhave, iti paṭisañcikkhati:
น โข รุกฺขมูลิกตฺเตน โลภธมฺมา วา
ปริกฺขยํ คจฺฉนฺติ โทสธมฺมา วา ปริกฺขยํ คจฺฉนฺติ โมหธมฺมา วา
ปริกฺขยํ คจฺฉนฺติ✎ ร่าง
‘na kho rukkhamūlikattena lobhadhammā vā parikkhayaṁ gacchanti, dosadhammā vā parikkhayaṁ gacchanti, mohadhammā vā parikkhayaṁ gacchanti.
โน เจปิ รุกฺขมูลิโก โหติ✎ ร่าง
No cepi rukkhamūliko hoti;
โส จ โหติ
ธมฺมานุธมฺมปฏิปนฺโน สามีจิปฏิปนฺโน อนุธมฺมจารี โส ตตฺถ ปุชฺโช โส
ตตฺถ ปาสํโสติ ฯ✎ ร่าง
so ca hoti dhammānudhammappaṭipanno sāmīcippaṭipanno anudhammacārī, so tattha pujjo, so tattha pāsaṁso’ti.
โส ปฏิปทํเยว อนฺตรํ กริตฺวา เตน รุกฺขมูลิกตฺเตน
เนวตฺตานุกฺกํเสติ น ปรํ วมฺเภติ✎ ร่าง
So paṭipadaṁyeva antaraṁ karitvā tena rukkhamūlikattena nevattānukkaṁseti, na paraṁ vambheti.
อยมฺปิ ภิกฺขเว สปฺปุริสธมฺโม ฯ✎ ร่าง
Ayampi, bhikkhave, sappurisadhammo.