‹ กลับ
ปัญจัตตยสูตร
เล่ม ๑๔ — มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ · ข้อ 40 · ม.อุ. ๑๔/๕๑๒ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๔๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย แต่สมณะหรือพราหมณ์บางคนในโลกนี้ เพราะ ไม่ตั้งกามสัญโญชน์ไว้โดยประการทั้งปวง เหตุสลัดทิฐิอันคล้อยตามขันธ์ส่วนอดีต และทิฐิอันคล้อยตามขันธ์ส่วนอนาคตเสียได้ และเพราะก้าวล่วงปีติอันเกิดแต่วิเวก ก้าวล่วงสุขเสมือนปราศจากอามิส ก้าวล่วงเวทนาอันเป็นทุกข์ก็มิใช่สุขก็มิใช่ได้ ย่อมเล็งเห็นตัวเองว่า เป็นผู้สงบแล้ว เป็นผู้ดับแล้ว เป็นผู้ไม่มีอุปาทาน ดูกร ภิกษุทั้งหลาย ตถาคตย่อมทราบเรื่องนี้ดี ฯ ท่านสมณะหรือพราหมณ์นี้แล เพราะไม่ตั้งกามสัญโญชน์ไว้โดยประการ ทั้งปวง เหตุสลัดทิฐิอันคล้อยตามขันธ์ส่วนอดีต และทิฐิอันคล้อยตามขันธ์ส่วน อนาคตเสียได้ และเพราะก้าวล่วงปีติอันเกิดแต่วิเวก ก้าวล่วงสุขเสมือนปราศจาก อามิส ก้าวล่วงเวทนาอันเป็นทุกข์ก็มิใช่สุขก็มิใช่ได้ ย่อมเล็งเห็นตัวเองว่า เป็น ผู้สงบแล้ว เป็นผู้ดับแล้ว เป็นผู้ไม่มีอุปาทาน ท่านผู้นี้ ย่อมกล่าวยืนยันปฏิปทา ที่ให้สำเร็จนิพพานอย่างเดียวโดยแท้ แต่ก็ท่านสมณะหรือพราหมณ์นี้ เมื่อถือมั่น ทิฐิอันคล้อยตามขันธ์ส่วนอดีต ก็ชื่อว่ายังถือมั่นอยู่ หรือเมื่อถือมั่นทิฐิอันคล้อย ตามขันธ์ส่วนอนาคต ก็ชื่อว่า ยังถือมั่นอยู่ หรือเมื่อถือมั่นกามสัญโญชน์ ก็ชื่อว่า ยังถือมั่นอยู่ หรือเมื่อถือมั่นปีติอันเกิดแต่วิเวก ก็ชื่อว่ายังถือมั่นอยู่ หรือเมื่อ ถือมั่นสุขเสมือนปราศจากอามิส ก็ชื่อว่า ยังถือมั่นอยู่ หรือเมื่อถือมั่นเวทนาอัน เป็นทุกข์ก็มิใช่สุขก็มิใช่ ก็ชื่อว่ายังถือมั่นอยู่ และแม้ข้อที่ท่านผู้นี้เล็งเห็นตัวเอง ว่า เป็นผู้สงบแล้ว เป็นผู้ดับแล้ว เป็นผู้ไม่มีอุปาทานนั้น บัณฑิตก็เรียกว่า อุปาทานของท่านสมณพราหมณ์นี้ เรื่องอุปาทานดังนี้นั้น อันปัจจัยปรุงแต่ง เป็น ของหยาบ และความดับของสิ่งที่ปัจจัยปรุงแต่งมีอยู่ ตถาคตทราบว่าสิ่งนี้ยังมีอยู่ จึงเห็นอุบายเป็นเครื่องสลัดออกจากสิ่งที่ปัจจัยปรุงแต่งนั้น เป็นไปล่วงสิ่งที่ปัจจัย ปรุงแต่งนั้นได้ ฯ
เทียบรายประโยค (7 ประโยค)
mn102:23.1 #
อิธ ปน ภิกฺขเว เอกจฺโจ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา ปุพฺพนฺตานุทิฏฺฐีนญฺจ ปฏินิสฺสคฺคา อปรนฺตานุทิฏฺฐีนญฺจ ปฏินิสฺสคฺคา สพฺพโส กามสญฺโญชนานํ อนธิฏฺฐานา ปวิเวกาย ปีติยา สมติกฺกมา นิรามิสสฺส สุขสฺส สมติกฺกมา อทุกฺขมสุขาย เวทนาย สมติกฺกมา✎ ร่าง
Idha pana, bhikkhave, ekacco samaṇo vā brāhmaṇo vā pubbantānudiṭṭhīnañca paṭinissaggā, aparantānudiṭṭhīnañca paṭinissaggā, sabbaso kāmasaṁyojanānaṁ anadhiṭṭhānā, pavivekāya pītiyā samatikkamā, nirāmisassa sukhassa samatikkamā, adukkhamasukhāya vedanāya samatikkamā:
Now, some ascetics and brahmins, letting go of theories about the first beginning and the final end, not fixating on the fetters of sensuality, go beyond the rapture of seclusion, pleasure not of the flesh, and neutral feeling.
อ้างอิงสยามรัฐ 14.40 · ฉัฏฐสังคายนา 14.24 · พุทธชยันตี 12.42
mn102:23.2 #
สนฺโตหมสฺมิ นิพฺพุโตหมสฺมิ อนุปาทาโนหมสฺมีติ สมนุปสฺสติ ฯ✎ ร่าง
‘santohamasmi, nibbutohamasmi, anupādānohamasmī’ti samanupassati.
They regard themselves like this: ‘I am at peace; I am quenched; I am free of grasping.’
mn102:24.1 #
ตยิทํ ภิกฺขเว ตถาคโต ปชานาติ✎ ร่าง
Tayidaṁ, bhikkhave, tathāgato abhijānāti.
The Realized One understands this as follows.
mn102:24.2 #
อยํ โข ภวํ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา ปุพฺพนฺตานุทิฏฺฐีนญฺจ ปฏินิสฺสคฺคา อปรนฺตานุทิฏฺฐีนญฺจ ปฏินิสฺสคฺคา สพฺพโส กามสญฺโญชนานํ อนธิฏฺฐานา ปวิเวกาย ปีติยา สมติกฺกมา นิรามิสสฺส สุขสฺส สมติกฺกมา อทุกฺขมสุขาย เวทนาย สมติกฺกมา✎ ร่าง
Ayaṁ kho bhavaṁ samaṇo vā brāhmaṇo vā pubbantānudiṭṭhīnañca paṭinissaggā, aparantānudiṭṭhīnañca paṭinissaggā, sabbaso kāmasaṁyojanānaṁ anadhiṭṭhānā, pavivekāya pītiyā samatikkamā, nirāmisassa sukhassa samatikkamā, adukkhamasukhāya vedanāya samatikkamā:
This good ascetic or brahmin, letting go of theories about the first beginning and the final end, not fixating on the fetters of sensuality, goes beyond the rapture of seclusion, pleasure not of the flesh, and neutral feeling.
mn102:24.3 #
สนฺโตหมสฺมิ นิพฺพุโตหมสฺมิ อนุปาทาโนหมสฺมีติ สมนุปสฺสติ ฯ✎ ร่าง
‘santohamasmi, nibbutohamasmi, anupādānohamasmī’ti samanupassati;
They regard themselves like this: ‘I am at peace; I am quenched; I am free of grasping.’
mn102:24.4 #
อทฺธา อยมายสฺมา นิพฺพานสปฺปายเมว ปฏิปทํ อภิวทติ✎ ร่าง
addhā ayamāyasmā nibbānasappāyaṁyeva paṭipadaṁ abhivadati.
Clearly this venerable speaks of a practice that’s conducive to extinguishment.
mn102:24.5 #
อถ✎ ร่าง
Atha ca panāyaṁ bhavaṁ samaṇo vā brāhmaṇo vā pubbantānudiṭṭhiṁ vā upādiyamāno upādiyati, aparantānudiṭṭhiṁ vā upādiyamāno upādiyati, kāmasaṁyojanaṁ vā upādiyamāno upādiyati, pavivekaṁ vā pītiṁ upādiyamāno upādiyati, nirāmisaṁ vā sukhaṁ upādiyamāno upādiyati, adukkhamasukhaṁ vā vedanaṁ upādiyamāno upādiyati.
Nevertheless, they still grasp at theories about the first beginning or the final end, or the fetters of sensuality, or the rapture of seclusion, or pleasure not of the flesh, or neutral feeling.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑๔ — มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน