เนื้อความทั้งข้อ
[๕๖๗] จ. ดูกรภิกษุ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ
ปัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ ที่ควงไม้ปาริจฉัตตกะ ในหมู่เทวดาชั้นดาวดึงส์ ณ ที่
นั้นแล พระผู้มีพระภาคได้ตรัสอุเทศและวิภังค์ของบุคคลผู้มีราตรีหนึ่งเจริญแก่
เทวดาชั้นดาวดึงส์ว่า
บุคคลไม่ควรคำนึงถึงสิ่งที่ล่วงแล้ว ไม่ควรมุ่งหวังสิ่งที่ยังไม่มา
ถึง สิ่งใดล่วงไปแล้ว สิ่งนั้นก็เป็นอันละไปแล้ว และสิ่งที่
ยังไม่มาถึง ก็เป็นอันยังไม่ถึง ก็บุคคลใดเห็นแจ้งธรรมปัจจุบัน
ไม่ง่อนแง่น ไม่คลอนแคลนในธรรมนั้นๆ ได้ บุคคลนั้นพึง
เจริญธรรมนั้นเนืองๆ ให้ปรุโปร่งเถิด พึงทำความเพียรเสีย
ในวันนี้แหละ ใครเล่าจะพึงรู้ความตายในวันพรุ่ง เพราะว่า
ความผัดเพี้ยนกับมัจจุราชผู้มีเสนาใหญ่นั้น ย่อมไม่มีแก่เรา
ทั้งหลาย พระมุนีผู้สงบย่อมเรียกบุคคลผู้มีปรกติเป็นอยู่อย่างนี้
มีความเพียร ไม่เกียจคร้านทั้งกลางวันและกลางคืน นั้นแลว่า
ผู้มีราตรีหนึ่งเจริญ ฯ
เอกมิทํ ภิกฺขุ สมยํ ภควา เทเวสุ ตาวตึเสสุ วิหรติ
ปาริจฺฉตฺตกมูเล ปณฺฑุกมฺพลสิลายํ ฯ ตตฺร โข ๒- ภควา เทวานํ
@เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. เอตฺถนฺตเร ปนสทฺโท อตฺถิ ฯ ๒ ม. ยุ. โขสทฺโท นตฺถิ ฯ
ตาวตึสานํ ภทฺเทกรตฺตสฺส อุทฺเทสญฺจ วิภงฺคญฺจ อภาสิ✎ ร่าง
“Ekamidaṁ, bhikkhu, samayaṁ bhagavā devesu tāvatiṁsesu viharati pāricchattakamūle paṇḍukambalasilāyaṁ.
“This one time, the Buddha was staying among the gods of the thirty-three at the root of the Orchid Tree on the stone spread with a cream rug.
อตีตํ นานฺวาคเมยฺย✎ ร่าง
‘Atītaṁ nānvāgameyya,
‘Don’t run back to the past,
นปฺปฏิกงฺเข อนาคตํ✎ ร่าง
nappaṭikaṅkhe anāgataṁ;
don’t anticipate the future.
ยทตีตมฺปหีนนฺตํ✎ ร่าง
Yadatītaṁ pahīnaṁ taṁ,
What’s past is left behind,
อปฺปตฺตญฺจ อนาคตํ✎ ร่าง
appattañca anāgataṁ.
the future has not arrived;
ปจฺจุปฺปนฺนญฺจ โย ธมฺมํ✎ ร่าง
Paccuppannañca yo dhammaṁ,
and any present phenomenon
ตตฺถ ตตฺถ วิปสฺสติ✎ ร่าง
tattha tattha vipassati;
you clearly discern in every case.
อสํหิรํ อสงฺกุปฺปํ✎ ร่าง
Asaṁhīraṁ asaṅkuppaṁ,
The unfaltering, the unshakable:
ตํ วิทฺธา มนุพฺรูหเย✎ ร่าง
taṁ vidvā manubrūhaye.
having known that, foster it.
อชฺเชว กิจฺจมาตปฺปํ✎ ร่าง
Ajjeva kiccamātappaṁ,
Today’s the day to keenly work—
โก ชญฺญา มรณํ สุเว✎ ร่าง
ko jaññā maraṇaṁ suve;
who knows, tomorrow may bring death!
น หิ โน สงฺครนฺเตน✎ ร่าง
Na hi no saṅgaraṁ tena,
For there is no bargain to be struck
มหาเสเนน มจฺจุนา✎ ร่าง
mahāsenena maccunā.
with Death and his mighty horde.
เอวํวิหาริมาตาปึ✎ ร่าง
Evaṁvihāriṁ ātāpiṁ,
One who keenly meditates like this,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 14.246
อโหรตฺตมตนฺทิตํ✎ ร่าง
ahorattamatanditaṁ;
tireless all night and day:
ตํ เว ภทฺเทกรตฺโตติ✎ ร่าง
Taṁ ve bhaddekarattoti,
that’s who has one fine night—
สนฺโต อาจิกฺขเต มุนีติ ฯ✎ ร่าง
santo ācikkhate munī’ti.
so declares the peaceful sage.’