‹ กลับ
ญาณวัตถุสูตร ที่ ๒
เล่ม ๑๖ — สังยุตตนิกาย นิทานวรรค · ข้อ 127 · สํ.นิ. ๑๖/๑๕๒๖ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๒๗] พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ญาณวัตถุ ๗๗ เป็นไฉน ญาณวัตถุ ๗๗ นั้น คือความรู้ว่า เพราะชาติเป็นปัจจัย ชราและมรณะ จึงมี ๑ ความรู้ว่า เมื่อชาติไม่มี ชราและมรณะจึงไม่มี ๑ แม้ในอดีตกาล ความรู้ว่า เพราะชาติเป็นปัจจัย ชราและมรณะจึงมี ๑ ความรู้ว่า เมื่อชาติไม่มี ชราและมรณะจึงไม่มี ๑ แม้ในอนาคตกาล ความรู้ว่า เพราะชาติเป็นปัจจัย ชรา และมรณะจึงมี ๑ ความรู้ว่า เมื่อชาติไม่มี ชราและมรณะจึงไม่มี ๑ ความรู้ว่า ธรรมฐิติญาณของชาตินั้น มีความสิ้น ความเสื่อม ความคลาย ความดับ เป็นธรรมดา ๑ ความรู้ว่า เพราะภพเป็นปัจจัย ชาติจึงมี ๑ ความรู้ว่า เมื่อภพ ไม่มี ชาติจึงไม่มี ๑ แม้ในอดีตกาล ความรู้ว่า เพราะภพเป็นปัจจัย ชาติจึงมี ๑ ความรู้ว่า เมื่อภพไม่มี ชาติจึงไม่มี ๑ แม้ในอนาคตกาล ความรู้ว่า เพราะภพ เป็นปัจจัย ชาติจึงมี ๑ ความรู้ว่า เมื่อภพไม่มี ชาติจึงไม่มี ๑ ความรู้ว่า ธรรมฐิติญาณของภพนั้น มีความสิ้น ความเสื่อม ความคลาย ความดับ เป็นธรรมดา ๑ ความรู้ว่า เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย ภพจึงมี ๑ ความรู้ว่า เมื่ออุปาทานไม่มี ภพจึงไม่มี ๑ แม้ในอดีตกาล ความรู้ว่า เพราะอุปาทาน เป็นปัจจัย ภพจึงมี ๑ ความรู้ว่า เมื่ออุปาทานไม่มี ภพจึงไม่มี ๑ แม้ในอนาคต- *กาล ความรู้ว่า เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย ภพจึงมี ๑ ความรู้ว่า เมื่ออุปาทาน ไม่มี ภพจึงไม่มี ๑ ความรู้ว่า ธรรมฐิติญาณของอุปาทานนั้น มีความสิ้น ความเสื่อม ความคลาย ความดับเป็นธรรมดา ๑ ความรู้ว่า ตัณหาเป็นปัจจัย อุปาทานจึงมี ๑ ความรู้ว่า เมื่อตัณหาไม่มี อุปาทานจึงไม่มี ๑ แม้ในอดีตกาล ความรู้ว่า เพราะตัณหาเป็นปัจจัย อุปาทานจึงมี ๑ ความรู้ว่า เมื่อตัณหาไม่มี อุปาทานจึงไม่มี ๑ แม้ในอนาคตกาล ความรู้ว่า เพราะตัณหาเป็นปัจจัย อุปาทาน จึงมี ๑ ความรู้ว่า เมื่อตัณหาไม่มี อุปาทานจึงไม่มี ๑ ความรู้ว่า ธรรมฐิติญาณ ของตัณหานั้น มีความสิ้น ความเสื่อม ความคลาย ความดับเป็นธรรมดา ๑ ความรู้ว่า เพราะเวทนาเป็นปัจจัยตัณหาจึงมี ๑ ความรู้ว่า เมื่อเวทนาไม่มี ตัณหาจึงไม่มี ๑ แม้ในอดีตกาล ความรู้ว่า เพราะเวทนาเป็นปัจจัย ตัณหาจึงมี ๑ ความรู้ว่า เมื่อเวทนา ไม่มี ตัณหาจึงไม่มี ๑ แม้ในอนาคตกาล ความรู้ว่า เพราะเวทนาเป็นปัจจัย ตัณหา จึงมี ๑ ความรู้ว่า เมื่อเวทนาไม่มี ตัณหาจึงไม่มี ๑ ความรู้ว่า ธรรมฐิติญาณของ เวทนานั้น มีความสิ้น ความเสื่อม ความคลาย ความดับเป็นธรรมดา ๑ ความรู้ว่า เพราะผัสสะเป็นปัจจัย เวทนาจึงมี ๑ ความรู้ว่า เมื่อผัสสะไม่มี เวทนาจึง ไม่มี ๑ แม้ในอดีตกาล ความรู้ว่า เพราะผัสสะเป็นปัจจัย เวทนาจึงมี ๑ ความรู้ว่า เมื่อผัสสะไม่มี เวทนาจึงไม่มี ๑ แม้ในอนาคตกาล ความรู้ว่า เพราะ ผัสสะเป็นปัจจัย เวทนาจึงมี ๑ ความรู้ว่า เมื่อผัสสะไม่มี เวทนาจึงไม่มี ๑ ความรู้ว่า ธรรมฐิติญาณของผัสสะนั้น มีความสิ้น ความเสื่อม ความคลาย ความดับเป็นธรรมดา ๑ ความรู้ว่า เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย ผัสสะจึงมี ๑ ความรู้ว่า เมื่อสฬายตนะไม่มี ผัสสะจึงไม่มี ๑ แม้ในอดีตกาล ความรู้ว่า เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย ผัสสะจึงมี ๑ ความรู้ว่า เมื่อสฬายตนะไม่มี ผัสสะ จึงไม่มี ๑ แม้ในอนาคตกาล ความรู้ว่า เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย ผัสสะจึงมี ๑ ความรู้ว่า เมื่อสฬายตนะไม่มี ผัสสะจึงไม่มี ๑ ความรู้ว่า ธรรมฐิติญาณ ของสฬายตนะนั้น มีความสิ้น ความเสื่อม ความคลาย ความดับเป็นธรรมดา ๑ ความรู้ว่า เพราะนามรูปเป็นปัจจัย สฬายตนะจึงมี ๑ ความรู้ว่า เมื่อนามรูป ไม่มี สฬายตนะจึงไม่มี ๑ แม้ในอดีตกาล ความรู้ว่า เพราะนามรูปเป็นปัจจัย สฬายตนะจึงมี ๑ ความรู้ว่า เมื่อนามรูปไม่มี สฬายตนะจึงไม่มี ๑ แม้ใน อนาคตกาล ความรู้ว่า เพราะนามรูปเป็นปัจจัย สฬายตนะจึงมี ๑ ความรู้ว่า เมื่อนามรูปไม่มี สฬายตนะจึงไม่มี ๑ ความรู้ว่า ธรรมฐิติญาณของนามรูปนั้น มีความสิ้น ความเสื่อม ความคลาย ความดับเป็นธรรมดา ๑ ความรู้ว่า เพราะ วิญญาณเป็นปัจจัย นามรูปจึงมี ๑ ความรู้ว่า เมื่อวิญญาณไม่มี นามรูปจึงไม่มี ๑ แม้ในอดีตกาล ความรู้ว่า เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย นามรูปจึงมี ๑ ความรู้ว่า เมื่อ วิญญาณไม่มี นามรูปจึงไม่มี ๑ แม้ในอนาคตกาล ความรู้ว่า เพราะวิญญาณเป็น ปัจจัย นามรูปจึงมี ๑ ความรู้ว่า เมื่อวิญญาณไม่มี นามรูปจึงไม่มี ๑ ความรู้ว่า ธรรมฐิติญาณของวิญญาณนั้น มีความสิ้น ความเสื่อม ความคลาย ความดับเป็น ธรรมดา ๑ ความรู้ว่า เพราะสังขารเป็นปัจจัย วิญญาณจึงมี ๑ ความรู้ว่า เมื่อ สังขารไม่มี วิญญาณจึงไม่มี ๑ แม้ในอดีตกาล ความรู้ว่า เพราะสังขารเป็นปัจจัย วิญญาณจึงมี ๑ ความรู้ว่า เมื่อสังขารไม่มี วิญญาณจึงไม่มี ๑ แม้ในอนาคตกาล ความรู้ว่า เพราะสังขารเป็นปัจจัย วิญญาณจึงมี ๑ ความรู้ว่า เมื่อสังขารไม่มี วิญญาณจึงไม่มี ๑ ความรู้ว่า ธรรมฐิติญาณของสังขารนั้น มีความสิ้น ความ เสื่อม ความคลาย ความดับเป็นธรรมดา ๑ ความรู้ว่า เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย สังขารจึงมี ๑ ความรู้ว่า เมื่ออวิชชาไม่มี สังขารจึงไม่มี ๑ แม้ในอดีตกาล ความรู้ว่า เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย สังขารจึงมี ๑ ความรู้ว่า เมื่ออวิชชาไม่มี สังขารจึงไม่มี ๑ แม้ในอนาคตกาล ความรู้ว่า เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย สังขาร จึงมี ๑ ความรู้ว่า เมื่ออวิชชาไม่มี สังขารจึงไม่มี ๑ ความรู้ว่า ธรรมฐิติญาณ ของอวิชชานั้น มีความสิ้น ความเสื่อม ความคลาย ความดับเป็นธรรมดา ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหล่านี้เรียกว่า ญาณวัตถุ ๗๗ ฯ
เทียบรายประโยค (24 ประโยค)
sn12.34:1.5 #
ภควา เอตทโวจ✎ ร่าง
Bhagavā etadavoca:
The Buddha said this:
sn12.34:2.1 #
กตมานิ จ ๑- ภิกฺขเว สตฺตสตฺตริ ญาณวตฺถูนิ✎ ร่าง
“Katamāni, bhikkhave, sattasattari ñāṇavatthūni?
“And what are the seventy-seven grounds for knowledge?
อ้างอิงPTS 2.60 · ฉัฏฐสังคายนา 24.53
sn12.34:2.2 #
ชาติปจฺจยา ชรามรณนฺติ ญาณํ✎ ร่าง
Jātipaccayā jarāmaraṇanti ñāṇaṁ;
The knowledge that rebirth is a requirement for old age and death,
sn12.34:2.3 #
อสติ ชาติยา นตฺถิ ชรามรณนฺติ ญาณํ✎ ร่าง
asati jātiyā natthi jarāmaraṇanti ñāṇaṁ;
and the knowledge that when rebirth doesn’t exist, there is no old age and death.
sn12.34:2.4 #
อตีตมฺปิ อทฺธานํ ชาติปจฺจยา ชรามรณนฺติ ญาณํ อสติ ชาติยา นตฺถิ ชรามรณนฺติ ญาณํ✎ ร่าง
atītampi addhānaṁ jātipaccayā jarāmaraṇanti ñāṇaṁ, asati jātiyā natthi jarāmaraṇanti ñāṇaṁ;
Also regarding the past: the knowledge that rebirth is a requirement for old age and death, and the knowledge that when rebirth doesn’t exist, there is no old age and death.
sn12.34:2.5 #
อนาคตมฺปิ อทฺธานํ ชาติปจฺจยา ชรามรณนฺติ ญาณํ อสติ ชาติยา นตฺถิ ชรามรณนฺติ ญาณํ✎ ร่าง
anāgatampi addhānaṁ jātipaccayā jarāmaraṇanti ñāṇaṁ, asati jātiyā natthi jarāmaraṇanti ñāṇaṁ;
Also regarding the future: the knowledge that rebirth is a requirement for old age and death, and the knowledge that when rebirth doesn’t exist, there is no old age and death.
sn12.34:2.6 #
ยมฺปิสฺส ตํ ธมฺมฏฺฐิติญาณํ ตมฺปิ ขยธมฺมํ วยธมฺมํ วิราคธมฺมํ นิโรธธมฺมนฺติ ญาณํ ฯ✎ ร่าง
yampissa taṁ dhammaṭṭhitiñāṇaṁ tampi khayadhammaṁ vayadhammaṁ virāgadhammaṁ nirodhadhammanti ñāṇaṁ.
And also their knowledge that even this knowledge of the stability of natural principles is liable to end, vanish, fade away, and cease.
sn12.34:3.1 #
ภวปจฺจยา ชาตีติ ญาณํ ฯเปฯ✎ ร่าง
Bhavapaccayā jātīti ñāṇaṁ …pe…
The knowledge that continued existence is a requirement for rebirth …
อ้างอิงสยามรัฐ 16.72 · พุทธชยันตี 14.94
sn12.34:3.2 #
อุปาทานปจฺจยา ภโวติ ญาณํ✎ ร่าง
upādānapaccayā bhavoti ñāṇaṁ …
sn12.34:3.3 #
ตณฺหาปจฺจยา อุปาทานนฺติ ญาณํ✎ ร่าง
taṇhāpaccayā upādānanti ñāṇaṁ …
sn12.34:3.4 #
เวทนาปจฺจยา ตณฺหาติ ญาณํ✎ ร่าง
vedanāpaccayā taṇhāti ñāṇaṁ …
sn12.34:3.5 #
ผสฺสปจฺจยา เวทนาติ ญาณํ✎ ร่าง
phassapaccayā vedanāti ñāṇaṁ …
sn12.34:3.6 #
สฬายตนปจฺจยา ผสฺโสติ ญาณํ✎ ร่าง
saḷāyatanapaccayā phassoti ñāṇaṁ …
sn12.34:3.7 #
นามรูปปจฺจยา สฬายตนนฺติ ญาณํ✎ ร่าง
nāmarūpapaccayā saḷāyatananti ñāṇaṁ …
sn12.34:3.8 #
วิญฺญาณปจฺจยา นามรูปนฺติ ญาณํ✎ ร่าง
viññāṇapaccayā nāmarūpanti ñāṇaṁ …
sn12.34:3.9 #
สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณนฺติ ญาณํ✎ ร่าง
saṅkhārapaccayā viññāṇanti ñāṇaṁ;
sn12.34:3.10 #
อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขาราติ ญาณํ อสติ อวิชฺชาย นตฺถิ สงฺขาราติ ญาณํ✎ ร่าง
avijjāpaccayā saṅkhārāti ñāṇaṁ, asati avijjāya natthi saṅkhārāti ñāṇaṁ;
The knowledge that ignorance is a requirement for choices, and the knowledge that when ignorance doesn’t exist, there are no choices.
sn12.34:3.11 #
อตีตมฺปิ อทฺธานํ อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขาราติ ญาณํ อสติ อวิชฺชาย นตฺถิ สงฺขาราติ ญาณํ✎ ร่าง
atītampi addhānaṁ avijjāpaccayā saṅkhārāti ñāṇaṁ, asati avijjāya natthi saṅkhārāti ñāṇaṁ;
Also regarding the past: the knowledge that ignorance is a requirement for choices, and the knowledge that when ignorance doesn’t exist, there are no choices.
sn12.34:3.12 #
อนาคตมฺปิ อทฺธานํ อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขาราติ ญาณํ อสติ อวิชฺชาย นตฺถิ สงฺขาราติ ญาณํ✎ ร่าง
anāgatampi addhānaṁ avijjāpaccayā saṅkhārāti ñāṇaṁ, asati avijjāya natthi saṅkhārāti ñāṇaṁ;
Also regarding the future: the knowledge that ignorance is a requirement for choices, and the knowledge that when ignorance doesn’t exist, there are no choices.
sn12.34:3.13 #
ยมฺปิสฺส ตํ ธมฺมฏฺฐิติญาณํ ตมฺปิ ขยธมฺมํ วยธมฺมํ วิราคธมฺมํ นิโรธธมฺมนฺติ ญาณํ ฯ✎ ร่าง
yampissa taṁ dhammaṭṭhitiñāṇaṁ tampi khayadhammaṁ vayadhammaṁ virāgadhammaṁ nirodhadhammanti ñāṇaṁ.
And also their knowledge that even this knowledge of the stability of natural principles is liable to end, vanish, fade away, and cease.
sn12.34:3.14 #
อิมานิ วุจฺจนฺติ ภิกฺขเว สตฺตสตฺตริ ญาณวตฺถูนีติ ฯ✎ ร่าง
Imāni vuccanti, bhikkhave, sattasattari ñāṇavatthūnī”ti.
These are called the seventy-seven grounds for knowledge.”
sn12.34:3.15 #
จตุตฺถํ ฯ✎ ร่าง
Catutthaṁ.
sn12.35:0.1 #
Saṁyutta Nikāya 12.35
Linked Discourses 12.35
sn12.35:0.2 #
4. Kaḷārakhattiyavagga
4. Kaḷāra the Aristocrat
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑๖ — สังยุตตนิกาย นิทานวรรค
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน