‹ กลับ
ขตสูตร ที่ ๑
เล่ม ๒๑ — อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต · ข้อ 3 · อํ.จตุก. ๒๑/๔๒ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ เป็น คนพาล ไม่เฉียบแหลม ไม่ใช่สัตบุรุษ ย่อมคุ้มครองตนที่ ปราศจากคุณสมบัติ ย่อมเป็นผู้ประกอบไปด้วยโทษ นักปราชญ์ติเตียน และย่อมประสบกรรมมิใช่บุญ เป็นอันมาก ธรรม ๔ ประการเป็นไฉน คือ ไม่ใคร่ครวญสืบสวนให้รอบคอบ แล้ว กล่าวสรรเสริญคุณของผู้ไม่ควรสรรเสริญ ๑ ไม่ใคร่ครวญสืบสวนให้รอบ คอบแล้ว กล่าวติเตียนผู้ที่ควรสรรเสริญ ๑ ไม่ใคร่ครวญสืบสวนให้รอบคอบ แล้ว ยังความเลื่อมใสให้เกิดในฐานะที่ไม่ควรเลื่อมใส ๑ ไม่ใคร่ครวญสืบสวน ให้รอบคอบแล้ว ยังความไม่เลื่อมใสให้เกิดในฐานะที่ควรเลื่อมใส ๑ ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล เป็นคนพาล ไม่ เฉียบแหลม ไม่ใช่สัตบุรุษ ย่อมคุ้มครองตนที่ปราศจากคุณสมบัติ ย่อมเป็นผู้ ประกอบไปด้วยโทษ นักปราชญ์ติเตียน และย่อมประสบกรรมมิใช่บุญเป็น อันมาก ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ เป็นบัณฑิต เฉียบแหลม เป็นสัตบุรุษ ย่อมคุ้มครองตนให้ประกอบไปด้วยคุณสมบัติ เป็นผู้ หาโทษมิได้ ทั้งนักปราชญ์ไม่ติเตียน และย่อมประสบบุญเป็นอันมาก ธรรม ๔ ประการเป็นไฉน คือ ใคร่ครวญ สืบสวนรอบคอบแล้ว กล่าวติเตียนผู้ที่ควร ติเตียน ๑ ใคร่ครวญสืบสวนรอบคอบแล้ว กล่าวสรรเสริญผู้ที่ควรสรรเสริญ ๑ ใคร่ครวญ สืบสวนรอบคอบแล้ว ยังความไม่เลื่อมใสให้เกิดในฐานะที่ไม่ควร เลื่อมใส ๑ ใคร่ครวญสืบสวนรอบคอบแล้ว ยังความเลื่อมใสให้เกิดในฐานะ ที่ควรเลื่อมใส ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้ แล เป็นบัณฑิต เฉียบแหลม เป็นสัตบุรุษ ย่อมคุ้มครองตนให้ประกอบไปด้วย คุณสมบัติ เป็นผู้หาโทษมิได้ ทั้งนักปราชญ์ไม่ติเตียน และย่อมประสบบุญ เป็นอันมาก ฯ ผู้ใด ย่อมสรรเสริญผู้ที่ควรนินทา หรือย่อมนินทาผู้ที่ควร สรรเสริญ ผู้นั้นชื่อว่าย่อมค้นหาโทษด้วยปาก ย่อมไม่ได้ ประสบสุขเพราะโทษนั้น ความพ่ายแพ้การพนันด้วยทรัพย์ ทั้งหมด พร้อมด้วยตน มีโทษน้อย การที่ยังใจให้ ประทุษร้ายในท่านผู้ดำเนินไปดีแล้วนี้แหละ เป็นโทษใหญ่ กว่า (โทษการพนัน) ผู้ที่ตั้งวาจา และใจอันเป็นบาปไว้ ติเตียนพระอริยเจ้า ย่อมเข้าถึงนรกสิ้นแสนสามสิบหกนิรัพ พุททะ และห้าอัพพุททะ ฯ
เทียบรายประโยค (28 ประโยค)
an4.3:1.1 #
จตูหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต พาโล อพฺยตฺโต อสปฺปุริโส ขตํ อุปหตํ อตฺตานํ ปริหรติ สาวชฺโช จ โหติ สานุวชฺโช [๓]- เภริปณวสงฺขติณวนินฺนาทสทฺทานํ เอวํ โข ภิกฺขเว รญฺโญ นาโค ขนฺตา โหติ ฯ🤖 AI จับคู่
“Catūhi, bhikkhave, dhammehi samannāgato bālo abyatto asappuriso khataṁ upahataṁ attānaṁ pariharati, sāvajjo ca hoti sānuvajjo ca viññūnaṁ, bahuñca apuññaṁ pasavati.
“When a foolish, incompetent untrue person has four qualities they keep themselves broken and damaged. They deserve to be blamed and criticized by sensible people, and they brim with much wickedness.
อ้างอิงPTS 2.3
an4.3:1.2 #
กถญ🤖 AI จับคู่
Katamehi catūhi?
What four?
an4.3:1.3 #
ฺจ ภิกฺขเว รญฺโญ นาโค คนฺตา โหติ🤖 AI จับคู่
Ananuvicca apariyogāhetvā avaṇṇārahassa vaṇṇaṁ bhāsati,
Without examining or scrutinizing, they praise those deserving of criticism,
an4.3:1.4 #
อิธ ภิกฺขเว รญฺโญ นาโค ยเมนํ หตฺถิทม🤖 AI จับคู่
ananuvicca apariyogāhetvā vaṇṇārahassa avaṇṇaṁ bhāsati,
and they criticize those deserving of praise.
an4.3:1.5 #
ฺมสารถิ ทิสํ เปเสติ🤖 AI จับคู่
ananuvicca apariyogāhetvā appasādanīye ṭhāne pasādaṁ upadaṁseti,
They arouse faith in things that are dubious,
an4.3:1.6 #
ยทิ วา คตปุพฺพํ ยทิ วา อคตปุพฺพํ ตํ ขิปฺปญฺเญว คนฺตา โหติ เอวํ โข ภิกฺขเว รญฺโญ นาโค คนฺตา โหติ ฯ🤖 AI จับคู่
ananuvicca apariyogāhetvā pasādanīye ṭhāne appasādaṁ upadaṁseti—
and they don’t arouse faith in things that are inspiring.
an4.3:1.7 #
อิเมหิ โข ภิกฺขเว จตูหิ องฺเคหิ สมนฺนาคโต รญฺโญ นาโค ราชารโห โหติ ราชโภคฺโค รญฺโญ องฺคนฺเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ ฯ {๑๑๔.๕} เอวเมว โข ภิกฺขเว จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต🤖 AI จับคู่
imehi kho, bhikkhave, catūhi dhammehi samannāgato bālo abyatto asappuriso khataṁ upahataṁ attānaṁ pariharati, sāvajjo ca hoti sānuvajjo ca viññūnaṁ, bahuñca apuññaṁ pasavati.
When a foolish, incompetent untrue person possesses these four qualities they keep themselves broken and damaged. They deserve to be blamed and criticized by sensible people, and they brim with much wickedness.
an4.3:2.1 #
ภิกฺขุ อาหุเนยฺโย@เชิงอรรถ: ๑-๒ โป. หตฺถาโรหํปิ อสฺสาโรหํปิ ฯ ๓ โป. ม. ยุ. ผรสุปฺปหารานํ ฯ โหติ ปาหุเนยฺโย ทกฺขิเณยฺโย อญฺชลิกรณีโย อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺส🤖 AI จับคู่
Catūhi, bhikkhave, dhammehi samannāgato paṇḍito viyatto sappuriso akkhataṁ anupahataṁ attānaṁ pariharati, anavajjo ca hoti ananuvajjo ca viññūnaṁ, bahuñca puññaṁ pasavati.
When an astute, competent true person has four qualities they keep themselves intact and unscathed. They don’t deserve to be blamed and criticized by sensible people, and they brim with much merit.
อ้างอิงสยามรัฐ 21.4 · ฉัฏฐสังคายนา 36.4 · พุทธชยันตี 19.8
an4.3:2.2 #
กตเมหิ จตูหิ🤖 AI จับคู่
Katamehi catūhi?
What four?
an4.3:2.3 #
อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ โสต🤖 AI จับคู่
Anuvicca pariyogāhetvā avaṇṇārahassa avaṇṇaṁ bhāsati,
After examining and scrutinizing, they criticize those deserving of criticism,
an4.3:2.4 #
า จ โหติ ห🤖 AI จับคู่
anuvicca pariyogāhetvā vaṇṇārahassa vaṇṇaṁ bhāsati,
and they praise those deserving of praise.
an4.3:2.5 #
นฺตา จ ขนฺตา จ คนฺตา จ ฯ {๑๑๔.๖} กถญฺจ ภิกฺขเว ภิกฺขุ โสต🤖 AI จับคู่
anuvicca pariyogāhetvā appasādanīye ṭhāne appasādaṁ upadaṁseti,
They don’t arouse faith in things that are dubious,
an4.3:2.6 #
า โหติ🤖 AI จับคู่
anuvicca pariyogāhetvā pasādanīye ṭhāne pasādaṁ upadaṁseti—
and they do arouse faith in things that are inspiring.
an4.3:2.7 #
อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ ตถาคตปฺปเวทิเต ธมฺมวินเย เทสิยมาเน อฏฺฐิกตฺวา มนสิกตฺวา สพฺพํ เจตโส สมนฺนาหริตฺวา โอหิตโสโต ธมฺมํ สุณาติ เอวํ โข ภิกฺขเว ภิกฺขุ โสตา โหติ ฯ {๑๑๔.๗} กถญฺจ ภิกฺขเว ภิกฺขุ หนฺตา โหติ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ อุปฺปนฺนํ กามวิตกฺกํ นาธิวาเสติ ปชหติ วิโนเทติ พฺยนฺตีกโรติ อนภาวํ คเมติ อุปฺปนฺนํ พฺยาปาทวิตกฺกํ นาธิวาเสติ ปชหติ วิโนเทติ พฺยนฺตีกโรติ อนภาวํ คเมติ อุปฺปนฺนํ วิหึสาวิตกฺกํ นาธิวาเสติ ปชหติ วิโนเทติ พฺยนฺตีกโรติ อนภาวํ คเมติ อุปฺปนฺนุปฺปนฺเน ปาปเก อกุสเล ธมฺเม นาธิวาเสติ ปชหติ วิโนเทติ พฺยนฺตีกโรติ อนภาวํ คเมติ เอวํ โข ภิกฺขเว ภิกฺขุ หนฺตา โหติ ฯ {๑๑๔.๘} กถญฺจ ภิกฺขเว ภิกฺขุ ขนฺตา โหติ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ ขโม โหติ สีตสฺส อุณฺหสฺส ชิฆจฺฉาย ปิปาสาย ฑํสมกสวาตาตปสิรึสปสมฺผสฺสานํ ทุรุตฺตานํ ทุราคตานํ วจนปถานํ อุปฺปนฺนานํ สารีริกานํ เวทนานํ ทุกฺขานํ ติพฺพานํ ขรานํ กฏุกานํ อสาตานํ อมนาปานํ ปาณหรานํ อธิวาสกชาติโก โหติ เอวํ โข ภิกฺขเว ภิกฺขุ ขนฺตา โหติ ฯ {๑๑๔.๙} กถญฺจ ภิกฺขเว ภิกฺขุ คนฺตา โหติ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ ยา [๓]- น กตฺตพฺพํ มญฺญติ อิทํ ภิกฺขเว ฐานํ อุภเยเนว น กตฺตพฺพํ มญฺญติ ฯ {๑๑๕.๒} ตตฺร ภิกฺขเว ยทิทํ ฐานํ อมนาปํ กาตุํ ตญฺจ กยิรมานํ อตฺถาย สํวตฺตติ อิมสฺมึ ภิกฺขเว ฐาเน พาโล จ ปณฺฑิโต จ เวทิตพฺโพ ปุริสตฺถาเม ปุริสวิริเย ปุริสปรกฺกเม น ภิกฺขเว พาโล อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ กิญฺจาปิ โข อิทํ ฐานํ อมนาปํ กาตุํ อถจรหีทํ ฐานํ กยิรมานํ อตฺถาย สํวตฺตตีติ โส ตํ ฐานํ น กโรติ ตสฺส ตํ ฐานํ อกยิรมานํ อนตฺถาย สํวตฺตติ ปณฺฑิโต จ โข ภิกฺขเว อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ กิญฺจาปิ โข อิทํ ฐานํ อมนาปํ กาตุํ @เชิงอรรถ: ๑ โป. ม. ยมิทํ ฯ ๒-๓ ม. นํ ฯ อถจรหีทํ ฐานํ กยิรมานํ อตฺถาย สํวตฺตตีติ โส ตํ ฐานํ กโรติ ตสฺส ตํ ฐานํ กยิรมานํ อตฺถาย สํวตฺตติ ฯ {๑๑๕.๓} ตตฺร ภิกฺขเว ยทิทํ ฐานํ มนาปํ กาตุํ ตญฺจ กยิรมานํ อนตฺถาย สํวตฺตติ อิมสฺมึปิ ภิกฺขเว ฐาเน พาโล จ ปณฺฑิโต จ เวทิตพฺโพ ปุริสตฺถาเม ปุริสวิริเย ปุริสปรกฺกเม น ภิกฺขเว พาโล อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ กิญฺจาปิ โข อิทํ ฐานํ มนาปํ กาตุํ อถจรหีทํ ฐานํ กยิรมานํ อนตฺถาย สํวตฺตตีติ โส ตํ ฐานํ กโรติ ตสฺส ตํ ฐานํ กยิรมานํ อนตฺถาย สํวตฺตติ ปณฺฑิโต จ โข ภิกฺขเว อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ กิญฺจาปิ โข อิทํ ฐานํ มนาปํ กาตุํ อถจรหีทํ ฐานํ กยิรมานํ อนตฺถาย สํวตฺตตีติ โส ตํ ฐานํ น กโรติ ตสฺส ตํ ฐานํ อกยิรมานํ อตฺถาย สํวตฺตติ ฯ {๑๑๕.๔} ตตฺร ภิกฺขเว ยทิทํ ฐานํ มนาปํ กาตุํ ตญฺจ กยิรมานํ อตฺถาย สํวตฺตติ อิทํ ภิกฺขเว ฐานํ อุภเยเนว กตฺตพฺพํ มญฺญติ ยมฺปิทํ ฐานํ มนาปํ กาตุํ อิมินาปิ กตฺตพฺพํ มญฺญติ ยมฺปิทํ ฐานํ กยิรมานํ อตฺถาย สํวตฺตติ อิมินาปิ กตฺตพฺพํ มญฺญติ อิทํ ภิกฺขเว ฐานํ อุภเยเนว กตฺตพฺพํ มญฺญติ ฯ อิมานิ โข ภิกฺขเว จตฺตาริ ฐานานีติ ฯ [๓]- ---------- อาภาวคฺโค ปญฺจโม [๓]- มหาสาโล โส ปุรตฺถิเมน นครสฺส นวํ สนฺถาคารํ การาเปตฺวา เกสมสฺสุํ โอหาเรตฺวา ขราชินํ นิวาเสตฺวา สปฺปิเตเลน กายํ อพฺภญฺชิตฺวา มิควิสาเณน ปิฏฺฐึ กณฺฑุวมาโน [๓]- สมโณ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ ติณฺณํ สญฺโญชนานํ ปริกฺขยา โสตาปนฺโน โหติ อ🤖 AI จับคู่
imehi kho, bhikkhave, catūhi dhammehi samannāgato paṇḍito viyatto sappuriso akkhataṁ anupahataṁ attānaṁ pariharati, anavajjo ca hoti ananuvajjo ca viññūnaṁ, bahuñca puññaṁ pasavatīti.
When an astute, competent true person possesses these four qualities they keep themselves intact and unscathed. They don’t deserve to be blamed and criticized by sensible people, and they brim with much merit.
an4.3:3.1 #
Yo nindiyaṁ pasaṁsati,
When you praise someone worthy of criticism,
an4.3:3.2 #
Taṁ vā nindati yo pasaṁsiyo;
or criticize someone worthy of praise,
an4.3:3.3 #
Vicināti mukhena so kaliṁ,
you choose a losing hand with your own mouth:
an4.3:3.4 #
วินิ🤖 AI จับคู่
Kalinā tena sukhaṁ na vindati.
you’ll never find happiness that way.
an4.3:4.1 #
ปาตธมฺโ🤖 AI จับคู่
Appamatto ayaṁ kali,
A losing hand at dice is a trivial thing,
an4.3:4.2 #
Yo akkhesu dhanaparājayo;
if all you lose is your money
an4.3:4.3 #
Sabbassāpi sahāpi attanā,
and all you own, even yourself.
an4.3:4.4 #
🤖 AI จับคู่
Ayameva mahantataro kali;
What’s a really terrible hand
an4.3:4.5 #
Yo sugatesu manaṁ padosaye.
is to hate the holy ones.
an4.3:5.1 #
Sataṁ sahassānaṁ nirabbudānaṁ,
For a hundred thousand times a hundred million,
อ้างอิงPTS 2.4
an4.3:5.2 #
นิ🤖 AI จับคู่
Chattiṁsatī pañca ca abbudāni;
times five hundred and thirty-six times a thousand times ten million years
an4.3:5.3 #
ยโต ส🤖 AI จับคู่
Yamariyagarahī nirayaṁ upeti,
a slanderer of noble ones goes to hell,
an4.3:5.4 #
มฺโพธิปรายโน อ🤖 AI จับคู่
Vācaṁ manañca paṇidhāya pāpakan”ti.
having aimed bad words and thoughts at them.”
an4.3:5.5 #
ยํ ภิกฺขเว🤖 AI จับคู่
Tatiyaṁ.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๑ — อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน